อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

ศุกร์ที่ 10 กรกฎาคม 2563
#เราจะผ่านวิกฤติไปด้วยกัน

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

ศุกร์ที่ 10 กรกฎาคม 2563

ฮ่องกงรำลึกครบ 23 ปีกลับคืนสู่แผ่นดินใหญ่

รัฐบาลฮ่องกงจัดงานรำลึกครบรอบการกลับคืนสู่จีน ซึ่งปีนี้เป็นปีที่ 23 และท่ามกลาง "ความเปลี่ยนแปลง" เมื่อกฎหมายความมั่นคงที่บัญญัติโดยรัฐบาลกลางในกรุงปักกิ่ง มีผลบังคับใช้แล้ว พุธที่ 1 กรกฎาคม 2563 เวลา 09.40 น.

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากเขตบริหารพิเศษฮ่องกง ประเทศจีน เมื่อวันที่ 1 ก.ค. ว่าคณะผู้บริหารฮ่องกงจัดพิธีเชิญธงฮ่องกงและธงชาติจีนริมอ่าววิกตอเรีย เมื่อวันพุธ ซึ่งตรงกับวันครบรอบที่สหราชอาณาจักรส่งมอบฮ่องกงกลับคืนจีน หลังครบกำหนดสัญญา 99 ปี เมื่อวันที่ 1 ก.ค. 2540 ปีนี้จึงถือเป็นการครบรอบปีที่ 23
 

 
อย่างไรก็ตาม การจัดงานในปีนี้เกิดขึ้นท่ามกลาง "บรรยากาศอึมครึมที่แตกต่าง" จากหลายปีที่ผ่านมา เนื่องจากเกิดขึ้นเพียงไม่กี่ชั่วโมงหลัง "กฎหมายความมั่นคงแห่งชาติ" ที่บัญญัติโดยรัฐบาลปักกิ่งมีผลบังคับใช้ นางแคร์รี แลม หัวหน้าคณะผู้บริหารฮ่องกง กล่าวถึงเรื่องนี้ ว่าถือเป็น "ก้าวย่างทางประวัติศาสตร์" ซึ่งจะเพิ่มประสิทธิภาพให้กับฮ่องกง ในการพิทักษ์ความมั่นคง รักษาอธิปไตยและบูรณภาพแห่งดินแดน ตลอดจนเป็นการฟื้นฟูเสถียรภาพและความมั่นคงให้กับสังคมของฮ่องกงด้วย


 
ทั้งนี้ บริเวณรอบนอกของการจัดพิธี มีประชาชนจำนวนหนึ่งรวมตัวกันประท้วงอย่างสงบ แม้สำนักงานตำรวจฮ่องกงประกาศห้ามการจัดกิจกรรมเคลื่อนไหวทางการเมืองทุกรูปแบบในวันนี้ แต่ประชาชนกลุ่มนี้อ้าง "ความชอบธรรม" ของการชุมนุม ว่าการที่ผู้เข้าร่วมน้อยกว่า 50 คน ถือว่าไม่เป็นการฝ่าฝืนคำสั่งของคณะผู้บริหาร ซึ่งห้ามการรวมตัวนอกเคหสถานเกิน 50 คน เพื่อลดความเสี่ยงของการติดเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ อย่างไรก็ตาม มีรายงานว่าการเดินขบวนประท้วงที่มีผู้เข้าร่วมมากกว่านี้จะเกิดขึ้นในช่วงบ่ายของวันเดียวกัน


 

 
ในอีกด้านหนึ่ง นายไมค์ ปอมเปโอ รมว.กระทรวงการต่างประเทศของสหรัฐ กล่าวถึงการที่รัฐบาลปักกิ่งบังคับใช้กฎหมายความมั่นคงกับฮ่องกงเป็นที่เรียบร้อย ว่าจีน "ผิดคำมั่นสัญญา"  ตามปฏิญญาร่วมกับสหราชอาณาจักร ให้ฮ่องกงอยู่ภายใต้การปกครองแบบ "หนึ่งประเทศ สองระบบ" โดยไม่มีการเปลี่ยนแปลงเป็นเวลา 50 ปี หรือจนถึงปี 2590 แต่แผ่นดินใหญ่กลับให้เวลาฮ่องกงเพียง 23 ปี และยืนยันว่านับจากนี้รัฐบาลวอชิงตัน "จะมีมาตรการ" กับจีน.

เครดิตภาพ : AP, AFP

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    0%
  • ไม่เห็นด้วย
    100%

บอกต่อ : 22