อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

เสาร์ที่ 15 สิงหาคม 2563
#เราจะผ่านวิกฤติไปด้วยกัน

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

เสาร์ที่ 15 สิงหาคม 2563

"ลีเซียนลุง" ส่งสัญญาณถ่ายโอนอำนาจหลังพ้นโควิด-19

นายกรัฐมนตรีลี เซียน ลุง กล่าวว่าต้องการให้การส่งมอบอำนาจแก่ "ผู้นำคนต่อไป" เป็นไปอย่างราบรื่นที่สุดในทุกด้าน แต่ตอนนี้ทุกภาคส่วนในสิงคโปร์ต้องร่วมแรงร่วมใจกันฝ่าฟันวิกฤติมากมาย ซึ่งเป็นผลสืบเนื่องจากโรคระบาดโควิด-19 ให้ลุล่วง พุธที่ 8 กรกฎาคม 2563 เวลา 08.50 น.


สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากประเทศสิงคโปร์ เมื่อวันที่ 8 ก.ค. ว่านายกรัฐมนตรีลี เซียน ลุง กล่าวในช่วงหนึ่งของการปราศรัยเมื่อต้นสัปดาห์นี้ เพื่อช่วยพรรคกิจประชาชน ( พีเอพี ) หาเสียงก่อนถึงวันลงคะแนนเลือกตั้งทั่วไปในวันศุกร์ที่ 10 ก.ค. นี้ ว่าเขามีความมุ่งมั่นในการส่งมอบ "สิงคโปร์ที่มั่นคงและมีประสิทธิภาพให้แก่ผู้นำคนต่อไป" ท่ามกลางห้วงวิกฤติเช่นนี้ สิงคโปร์ต้องการรัฐบาลที่มีศักยภาพ และในเวลาเดียวกันต้องได้รับความสนับสนุนจากประชาชนซึ่งมีความสามัคคีกัน "มากกว่าทุกครั้งที่ผ่านมา"
 
ทั้งนี้ ผู้นำสิงคโปร์วัย 68 ปี กล่าวถึงสถานการณ์โรคระบาดจากเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ ที่ส่งผลกระทบโยงใยเป็นลูกโซ่ไปทั่วทุกภาคส่วน "คือวิกฤติแห่งยุคสมัย" นายลี เซียน ลุงกล่าววว่าเป็นสถานการณ์ที่แน่นอนว่าไม่มีใครต้องการให้เกิดขึ้น โดยเฉพาะการที่รัฐบาลสิงคโปร์ชุดปัจจุบันกำลังอยู่ในช่วงท้ายของวาระ ที่อยู่ภายใต้การบริหารของเขา วิกฤติโรคระบาดโควิด-19  "มีความซับซ้อนและอันตรายยิ่งกว่า" ทุกวิกฤติที่สิงคโปร์เคยประสบ แต่เขาเชื่อมั่นว่าทุกฝ่ายในสิงคโปร์จะร่วมกันฝ่าฝันความเลวร้ายครั้งนี้ไปได้ในที่สุด


The Straits Times
 
การเลือกตั้งทั่วไปของสิงคโปร์ในครั้งนี้เป็นการเลือกตั้งครั้งที่ 14 นับตั้งแต่การเป็นเอกราชเมื่อปี 2508 โดยจะเป็นการเลือกตั้งสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติชุดใหม่ทั้ง 93 ที่นั่ง ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาพรรคพีเอพีซึ่งร่วมก่อตั้งโดยนายลี กวน ยู รัฐบุรุษของสิงคโปร์ และเป็นบิดาของนายลี เซียน ลุง ไม่เคยพบกับความปราชัย และเป็นพรรคการเมืองเดียวของสิงคโปร์ที่ส่งผู้สมัครครบทุกเขตเลือกตั้งมาตลอด


CNA

แม้แทบไม่ต้องคาดเดาว่าพรรคใดจะเป็นผู้ชนะการเลือกตั้ง แต่การเลือกตั้งแห่งชาติของสิงคโปร์ครั้งนี้ "ถือว่าน่าจับตา" จากการที่นายลี เซียน ลุง ซึ่งดำรงตำแหน่งผู้นำรัฐบาลสิงคโปร์ยาวนานตั้งแต่ปี 2547 ประกาศเจตจำนงเมื่อปี 2560 ว่าต้องการลงจากตำแหน่งก่อนอายุ 70 ปี หมายความว่าการการดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีครั้งนี้ "จะเป็นครั้งสุดท้าย"
 
อนึ่ง นายลี เซียน ลุง เป็นเพียงนายกรัฐมนตรีคนที่ 3 ของสิงคโปร์ โดยคนแรกคือนายลี กวน ยู และตามด้วยนายโก๊ะ จ๊ก ตง อย่างไรก็ดี ที่ประชุมพรรคพีเอพีมีมติเมื่อปี 2561 แต่งตั้งนายเฮง สวี เกียต รองนายกรัฐมนตรีและรมว.กระทรวงการคลัง ให้ดำรงตำแหน่งรองหัวหน้าพรรคคนที่ 1 ปูทางสู่การเป็นนายกรัฐมนตรีคนต่อไป ซึ่งจะเป็นเพียงคนที่ 2 เท่านั้นที่ไม่ได้มาจากตระกูลลี จึงมีการวิเคราะห์ว่าผลการเลือกตั้งครั้งนี้อาจถือเป็น "การลงประชามติ" ของชาวสิงคโปร์ ที่มีต่อนายเฮง สวี เกียต และทีมงานรุ่นต่อไปในนาม "รุ่นที่ 4" หรือ "4จี".

เครดิตภาพ : REUTERS

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    0%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

บอกต่อ : 23