อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พุธที่ 12 สิงหาคม 2563
#เราจะผ่านวิกฤติไปด้วยกัน

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พุธที่ 12 สิงหาคม 2563

ครม.บราซิลเข้ารับการตรวจโควิด สมาคมสื่อเล็งฟ้องผู้นำ

สมาชิกในคณะรัฐมนตรีของบราซิลทยอยเข้ารับการตรวจหาเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ หลังประธานาธิบดีประกาศว่าตัวเองติดเชื้อ ด้านสมาคมสื่อของบราซิลเตรียมฟ้องร้องผู้นำประเทศ "ไม่รับผิดชอบต่อสังคม" พฤหัสบดีที่ 9 กรกฎาคม 2563 เวลา 11.54 น.

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงบราซิเลีย ประเทศบราซิล เมื่อวันที่ 9 ก.ค. ว่าสืบเนื่องจากการที่ประธานาธิบดีชาอีร์ โบลโซนาโร ผู้นำบราซิล เปิดเผยเมื่อวันอังคารที่ผ่านมา ว่าติดเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ โดยมีอาการเบื้องต้นคือมีไข้สูงและไอนั้น
 
บรรดาเจ้าหน้าที่ในคณะรัฐมนตรีของบราซิลเข้ารับการตรวจหาเชื้อโรคดังกล่าวอย่างต่อเนื่อง ซึ่งผลการตรวจของรัฐมนตรีหลายคนบ่งชี้ว่าเป็นลบหมายถึงไม่ติดเชื้อ รวมถึงนายเออร์เนสโต อาเราโฮ รมว.กระทรวงการต่างประเทศ และนายลูอิซ เอดูอาร์โด รามอส เลขาธิการคณะรัฐมนตรี อย่างไรก็ตาม ทุกคนยืนยันจะกักตัวเองจนครบ 14 วันเพื่อสร้างความมั่นใจให้กับทุกฝ่าย
 

 
เช่นเดียวกับนายทอดด์ แชปแมน เอกอัครราชทูตสหรัฐประจำกรุงบราซิเลีย ซึ่งเป็นเจ้าภาพเลี้ยงอาหารกลางวันให้กับผู้นำบราซิลและเจ้าหน้าที่อีกหลายคน เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา ยืนยันผลตรวจของตัวเองเป็นลบ แต่จะกักตัวเองให้ครบ 2 สัปดาห์ แต่หลายฝ่ายยังคงวิจารณ์อย่างหนัก ต่อการที่ผู้เข้าร่วมงานที่สถานเอกอัครราชทูตสหรัฐในวันนั้น แทบไม่มีใครสวมหน้ากากอนามัยหรือหน้ากากผ้า


ประธานาธิบดีชาอีร์ โบลโซนาโร ผู้นำบราซิล และนายทอดด์ แชปแมน เอกอัครราชทูตสหรัฐ
 
ขณะที่ทำเนียบประธานาธิบดีบราซิลเผยแพร่ภาพและคลิป "การทำความสะอาดครั้งใหญ่" โดยเจ้าหน้าที่ซึ่งสวมชุดป้องกันส่วนบุคคล ( พีพีอี ) อย่างรัดกุม ด้านสมาคมสื่อมวลชนบราซิล ( เอบีไอ ) ประกาศเตรียมฟ้องศาลเพื่อดำเนินคดีกับโบลโซนาโร ฐานไม่เคารพมาตรการปฏิบัติด้านสาธารณสุข ซึ่งเพิ่มความเสี่ยงติดโรคให้กับบุคคลรอบข้าง จากการที่ผู้นำบราซิลถอดหน้ากากผ้าออก และยืนห่างออกไปไม่ถึง 1 เมตร ระหว่างประกาศกับผู้สื่อข่าวกลุ่มหนึ่งที่ทำเนียบ ว่าตัวเองมีผลตรวจโควิด-19 เป็นบวก
 

 
ด้านซีเอ็นเอ็นบราซิล เรคคอร์ดทีวี และบีบีซีซึ่งเป็นสถานีโทรทัศน์ของรัฐบาลบราซิล ต่างประกาศว่าผู้สื่อข่าวและช่างภาพที่อยู่ใกล้กับโบลโซนาโรในวันนั้น เข้ารับการตรวจโรคและกำลังรอผล โดยในระหว่างนี้ให้กักตัวเองอยู่ที่บ้านไปก่อน.

เครดิตภาพ : REUTERS

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    100%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

บอกต่อ : 22