อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

เสาร์ที่ 15 สิงหาคม 2563
#เราจะผ่านวิกฤติไปด้วยกัน

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

เสาร์ที่ 15 สิงหาคม 2563

แอฟริกาใต้ฟื้นเคอร์ฟิว-แบนเหล้าสู้โควิด

รัฐบาลแอฟริกาใต้กลับมาใช้มาตรการเคอร์ฟิว และห้ามจำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอลส์ เพื่อยับยั้งการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ ที่แอฟริดกาใต้มีผู้ป่วยสะสมและผู้เสียชีวิตมากที่สุดในภูมิภาค จันทร์ที่ 13 กรกฎาคม 2563 เวลา 11.55 น.

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงพริทอเรีย ประเทศแอฟริกาใต้ เมื่อวันที่ 13 ก.ค. ว่าประธานาธิบดีไซริล รามาโฟซา ผู้นำแอฟริกาใต้ แถลงผ่านสถานีโทรทัศน์แห่งชาติ เมื่อวันอาทิตย์ เรื่องการขยายเวลาบังคับใช้คำสั่งสถานการณ์ฉุกเฉินจนถึงวันที่ 15 ส.ค. นี้ การกลับมาบังคับใช้เคอร์ฟิวระหว่างเวลา 21.00 น. ถึง 04.00 น. ตามเวลาท้องถิ่น ( 02.00 ถึง 09.00 น. ตามเวลาในประเทศไทย ) มีผลตั้งแต่วันจันทร์ที่ 13 ก.ค. นี้
 


ขณะเดียวกัน ผู้นำแอฟริกาใต้บังคับใช้มาตรการสวมหน้ากากอนามัยหรือหน้ากากผ้าเมื่ออยู่ในสถานที่สาธารณะ และการระงับการจำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ทั้งเพื่อการบริโภคที่ร้าน และการซื้อกลับไปดื่มเองที่บ้าน "โดยมีผลบังคับใช้ทันทีจนกว่าจะมีการเปลี่ยนแปลง" นับเป็นครั้งที่ 2 แล้วในปีนี้ที่แอฟริกาใต้ใช้มาตรการดังกล่าว โดยการควบคุมรอบแรกกินเวลานานถึง 3 เดือน และรัฐบาลเพิ่งยกเลิกเมื่อวันที่ 1 มิ.ย. ที่ผ่านมา
 


 
ทั้งนี้ รามาโฟซากล่าวว่า เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ "สร้างแรงกดดันอย่างหนักและต่อเนื่อง" ให้กับระบบสาธารณสุขของแอฟริกาใต้ ในขณะที่ทุกภาคส่วนกำลังพยายามอย่างสุดความสามารถลดอัตราการติดเชื้อของโรคโควิด-19 ในประเทศ ซึ่งมีผู้ป่วยสะสมอย่างน้อย 276,242 คน และเสียชีวิตอย่างน้อย 4,079 คน มากที่สุดในทวีปแอฟริกา โดยสัดส่วนผู้ติดเชื้อคิดเป็น 40% ของผู้ป่วยทั้งทวีป ส่วน 25% ของผู้เสียชีวิตสะสมในแอฟริกาใต้นั้น พบเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว


 

ขณะเดียวกัน ผู้นำแอฟริกาใต้แสดงความหวังว่า การกลับมาใช้มาตรการเข้มงวดทางสังคมจะช่วยเพิ่มจำนวนเตียงผู้ป่วย ให้เพียงพอรองรับคนไข้โรคโควิด-19 เป็นหลักในตอนนี้ โดยมีการประเมินว่าจะสามารถสำรองเตียงผู้ป่วยเพิ่มได้เป็นอย่างน้อย 28,000 เตียง แต่อีกหนึ่งปัญหาสำคัญที่ "ร้ายแรงยิ่งกว่า" คือการขาดแคลนบุคลากรด้านสาธารณสุข ไม่ว่าจะเป็นแพทย์ พยาบาล นักจิตวิทยา และเจ้าหน้าที่ในทุกแขนงงานที่เกี่ยวข้อง ซึ่งรัฐบาลแอฟริกาใต้ยอมรับว่า ต้องการอีกอย่างน้อย 12,000 อัตรา.

เครดิตภาพ : AFP

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    0%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

บอกต่อ : 19