อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

ศุกร์ที่ 7 สิงหาคม 2563
#เราจะผ่านวิกฤติไปด้วยกัน

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

ศุกร์ที่ 7 สิงหาคม 2563

โควิด-19 ฉุดเศรษฐกิจสิงคโปร์ "ถดถอยทางเทคนิค"

เศรษฐกิจของสิงคโปร์เผชิญกับ "ภาวะถดถอยทางเทคนิค" หลังจีดีพีหดตัว 2 ไตรมาสติดต่อกัน โดยตัวเลขของไตรมาสล่าสุดเป็นการหดตัวมากถึง 41.2% ด้วยแรงกดดันอย่างหนักจากวิกฤติโรคระบาดโควิด-19 อังคารที่ 14 กรกฎาคม 2563 เวลา 08.35 น.


สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากประเทศสิงคโปร์ เมื่อวันที่ 14 ก.ค. ว่ากระทรวงการค้าและอุตสาหกรรมของสิงคโปร์ออกรายงานเมื่อวันอังคาร เกี่ยวกับสถานการณ์ทางเศรษฐกิจของประเทศในช่วงไตรมาสที่สอง หรือระหว่างเดือนเม.ย.ถึงมิ.ย. ที่ผ่านมา ว่าผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ ( จีดีพี ) หดตัว 41.2% จากไตรมาสแรกของปีนี้ หรือ 12.6% ตามการประเมินเบื้องต้นเมื่อเทียบเป็นแบบรายปี ซึ่งตัวเลขดังกล่าวถือว่าเศรษฐกิจของสิงคโปร์เผชิญกับ "ภาวะถดถอยทางเทคนิค" เนื่องจากเป็นการหดตัว 2 ไตรมาสติดต่อกัน
 

 
ทั้งนี้ หากจำแนกตามประเภทของกิจกรรมทางเศรษฐกิจพบว่าการก่อสร้างได้รับผลกระทบมากที่สุด โดยกิจกรรมในไตรมาสที่สองหดตัวมากถึง 95.6% จากไตรมาสก่อนหน้า หรือคิดเป็น 12.6% เมื่อเทียบแบบปีต่อปี อนึ่ง นับตั้งแต่ต้นปีนี้ รัฐบาลสิงคโปร์อัดฉีดงบประมาณฉุกเฉินไปแล้วเกือบ 100,000 ล้านดอลลาร์สิงคโปร์ ( ราว 2.26 ล้านล้านบาท)  เพื่อช่วยเหลือทุกภาคส่วนภายในประเทศที่ได้รับผลกระทบจากวิกฤติโรคระบาดโควิด-19
 
แม้เป็นประเทศขนาดเล็กมาก จากการเป็นเกาะมีพื้นที่เพียง 725 ตารางกิโลเมตร แต่เศรษฐกิจของสิงคโปร์มีมูลค่ามากถึง 354,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ( ราว 11.14 ล้านล้านบาท  ) หลายฝ่ายจึงถือให้เป็นหนึ่งใน "ดัชนีชี้วัด" เสถียรภาพทางเศรษฐกิจของทวีปเอเชียในภาพรวม โดยรัฐบาลสิงคโปร์เผยแพร่รายงานเมื่อปลายเดือนพ.ค. ที่ผ่านมา คาดการณ์สถานการณ์ทางเศรษฐกิจของประเทศในปีนี้ ว่าในสถานการณ์ "เลวร้ายน้อยที่สุด" จะหดตัวที่ -4% แต่ในสถานการณ์ "เลวร้ายมากที่สุด" เศรษฐกิจอาจหดตัวมากถึง -7%
 
สำหรับการหดตัวตลอดทั้งปีของเศรษฐกิจสิงคโปร์ เกิดขึ้นครั้งล่าสุดเมื่อปี 2544 ด้วยสถิติ -1.1% เป็นผลกระทบจากวิกฤติวายทูเค และย้อนกลับไปก่อนหน้านั้น 3 ปีคือเมื่อปี 2541 เศรษฐกิจของสิงคโปร์หดตัวทั้งปีที่ระดับ -2.2% ซึ่งเป็นผลกระทบจากวิกฤติต้มยำกุ้ง
 

ขณะที่การประเมินสถานการณ์ในปีนี้หากเป็นจริงตามคาดการณ์จะถือเป็นสถิติการหดตัวมากที่สุด นับตั้งแต่สถิติ -3.2% เมื่อปี 2507 หรือ 1 ปีก่อนการประกาศเอกราชอย่างเป็นทางการจากมาเลเซีย เมื่อเดือนส.ค. 2508 และยิ่งเพิ่มความเป็นไปได้ในการที่นายกรัฐมนตรีลี เซียน ลุง "จะอยู่ในตำแหน่งต่ออีกระยะหนึ่ง" หลังเดิมทีต้องการถ่ายโอนอำนาจการเป็นผู้นำรัฐบาลของสิงคโปร์ เมื่อผ่านพ้นการเลือกตั้งทั่วไป เมื่อวันที่ 10 ก.ค. ที่ผ่านมาก็ตาม.

เครดิตภาพ : AP

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    0%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

บอกต่อ : 18