อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

เสาร์ที่ 15 สิงหาคม 2563
#เราจะผ่านวิกฤติไปด้วยกัน

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

เสาร์ที่ 15 สิงหาคม 2563

เวียดนามยืนยันผู้เสียชีวิตจากโควิด-19 เพิ่มเป็น 5 คน

รัฐบาลเวียดนามรายงานผู้เสียชีวิตจากการติดเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่อีก 2 คน เพิ่มสถิติผู้เสียชีวิตสะสมเป็นอย่างน้อย 5 คน นับตั้งแต่มีการพบผู้เสียชีวิตคนแรกจากโรคดังกล่าว เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา อาทิตย์ที่ 2 สิงหาคม 2563 เวลา 14.09 น.

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงฮานอย ประเทศเวียดนาม เมื่อวันที่ 2 ส.ค.ว่ากระทรวงสาธารณสุขของเวียดนามออกแถลงการณ์เมื่อวันอาทิตย์ ว่าผู้เสียชีวิตสะสมจากโรคโควิด-19 เพิ่มเป็นอย่างน้อย 5 คน โดยผู้เสียชีวิต 2 คนล่าสุดซึ่งได้รับการยืนยัน คือ "ผู้ป่วยคนที่ 524" เป็นหญิงอายุ 86 ปี มีภูมิลำเนาอยู่ที่จังหวัดกว๋างนาม ซึ่งเป็นสถานที่ตั้งของเมืองฮอยอัน และอยู่ใกล้กับเมืองดานัง มีประวัติเข้ารับบริการทางการแพทย์ที่โรงพยาบาลดานัง เมื่อกลางเดือนที่แล้ว
 

 
อย่างไรก็ตาม ต่อจากนั้นไม่กี่วัน ผู้ป่วยซึ่งมีโรคประจำตัวคือโรคไต้เรื้อรังและโรคหัวใจเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว มีไข้และอาการโดยรวมทรุดลงอย่างรวดเร็ว เธอได้รับการย้ายตัวไปรักษายังโรงพยาบาลหลายแห่งทั้งในจังหวัดกว๋างนาม และเมืองดานัง จนท้ายที่สุดเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลกลางในเมืองเว้ แต่อาการเข้าสู่ภาวะโคม่า ผู้ป่วยหยุดหายใจและเสียชีวิตเมื่อช่วงรุ่งสางของวันอาทิตย์ จากภาวะระบบหัวใจและอวัยวะภายในล้มเหลวหลายส่วน ซึ่งเป็นผลจากเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ ที่ผลตรวจยืนยันว่าติดเชื้อเมื่อวันที่ 31 ก.ค.
 
ส่วนผู้ป่วยอีกคนคือ "ผู้ป่วยคนที่ 475" เป็นหญิงอายุ 82 ปี เข้ารับการรักษาตัวที่โรงพยาบาลดานังตั้งแต่วันที่ 12 ก.ค.ที่ผ่านมา ด้วยโรคข้อเสื่อม อนึ่ง ผู้ป่วยคนดังกล่าวเป็นผู้ป่วยติดเตียงมาไม่น้อยกว่า 6 ปี หลังเข้ารับการผ่าตัดบริเวณช่องท้อง ได้รับการยืนยันว่าติดเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่เมื่อวันที่ 30 ก.ค.ที่ผ่านมา หลังจากนั้นอาการของผู้ป่วยทรุดลงอย่างรวดเร็ว และเสียชีวิตเมื่อช่วงเช้าตรู่ของวันอาทิตย์ตามเวลาท้องถิ่น
 
ขณะที่ผู้เสียชีวิต 3 คนแรก ระหว่างวันศุกร์ถึงวันเสาร์ที่ผ่านมา ล้วนมีอายุมากและมีโรคประจำตัวหลายอาการ ปัจจุบันนอกเหนือจากผู้เสียชีวิตสะสมที่เพิ่มเป็น 5 คนแล้ว เวียดนามมีผู้ป่วยสะสมจากโรคโควิด-19 อย่างน้อย 620 คน และรักษาหายแล้ว 373 คน.

เครดิตภาพ : REUTERS

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    100%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

บอกต่อ : 41