อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

เสาร์ที่ 19 กันยายน 2563
#เราจะผ่านวิกฤติไปด้วยกัน

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

เสาร์ที่ 19 กันยายน 2563

การลอบสังหาร "ราฟิก ฮาริรี" คดีสั่นสะเทือนเลบานอน

15 ปีหลังการถึงแก่อสัญกรรมจากการลอบสังหารของอดีตนายกรัฐมนตรีราฟิก ฮาริรี ศาลพิเศษของยูเอ็นมีกำหนดในวันที่ 7 ส.ค. นี้ ประกาศคำพิพากษาหนึ่งใน "คดีประวัติศาสตร์" ของเลบานอนและตะวันออกกลาง พุธที่ 5 สิงหาคม 2563 เวลา 08.58 น.

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงเบรุต ประเทศเลบานอน เมื่อวันที่ 5 ส.ค. ว่าคณะตุลาการศาลพิเศษซึ่งจัดตั้งขึ้นโดยสหประชาชาติ ( ยูเอ็น ) เพื่อไต่สวนคดีการถึงแก่อสัญกรรมของนายราฟิก ฮาริรี อดีตนายกรัฐมนตรีเลบานอน ที่เต็มไปด้วยเงื่อนงำจากการลอบสังหาร มีกำหนดประกาศคำพิพากษาในวันศุกร์ที่ 7 ส.ค. นี้ ที่กรุงเฮก โดยผู้ต้องหาในคดีดังกล่าวมี 4 คน ซึ่งอัยการเชื่อว่ามีความเชื่อมโยงกับกลุ่มฮิซบอลเลาะห์
 
ทั้งนี้ ฮาริรีถึงแก่อสัญกรรมด้วยวัย 60 ปี จากเหตุคาร์บอมบ์ที่เป็นการใช้ระเบิดทีเอ็นทีประมาณ 1,800 กิโลกรัม ในเขตใจกลางกรุงเบรุต เมื่อวันที่ 14 ก.พ. 2548 โดยนอกจากฮาริรียังมีผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์ครั้งนี้อีก 22 คน และยังมีผู้ได้รับบาดเจ็บอีกมากกว่า 200 คน หลังเกิดเหตุทั้งรัฐบาลเบรุตและฝ่ายค้านกล่าวหาซีเรีย ซึ่งรัฐบาลดามัสกัสปฏิเสธ แต่ตอ่มาในวันที่ 26 เม.ย. ปีเดียวกัน กองทัพซีเรียถอนทหารออกจากพื้นที่พิพาทกับเลบานอน หลังปักหลักนานเกือบ 30 ปี และเคยประจำการทหารมากถึง 40,000 นาย


FRANCE 24 English

อย่างไรก็ดี มีการตั้งข้อสงสัยเช่นกัน ว่าการลอบสังหารฮาริรีอาจเป็นฝีมือของหน่วยข่าวกรองของเลบานอนเอง จากความขัดแย้งระหว่างหลายขั้วการเมืองภายในรัฐบาลเบรุต นอกเหนือจากความขัดแย้งเรื่องดินแดนกับซีเรีย แต่ในเวลาเดียวกันทุกฝ่ายยังคงไม่ตัดความเป็นไปได้ว่ากลุ่มฮิซบอลเลาะห์อาจมีส่วนเกี่ยวข้อง


AlArabiya العربية

ต่อมาในปี 2550 ศาลพิเศษของยูเอ็นเพื่อการนี้จึงเกิดขึ้น ตามมติของคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ ( ยูเอ็นเอสซี ) โดยตั้งอยู่ในกรุงเฮก แต่กลุ่มฮิซบอลเลาะห์ประณามว่ายูเอ็น "ละเมิดอธิปไตย" ของเลบานอน ขณะที่นายฮัสซัน นาสราลเลาะห์ ผู้นำสูงสุดของกลุ่มฮิซบอลเลาะห์ กล่าวเมื่อปี 2553 ว่ามีความเป็นไปได้ที่จะมี "การเชื่อมโยง" กลุ่มฮิซบอลเลาะห์กับคดีนี้


ซ้ายไปขวาแถวบน : นายมุสตาฟา บาดเรดดีน และนายอัสซาด ซาบรา
ซ้ายไปขวาแถวล่าง : นายฮุสเซ็น อนเอสซี และนายซาลิม เอย์ยาช

 
หลังจากนั้นไม่นานศาลพิเศษของยูเอ็นออกหมายจับสมาชิกกลุ่มฮิซบอลเลาะห์ 4 คน เป็นชายทั้งหมด คือนายมุสตาฟา บาดเรดดีน นายซาลิม เอย์ยาช นายอัสซาด ซาบรา และนายฮุสเซ็น อนเอสซี แน่นอนกลุ่มฮิซบอลเลาะห์ปฏิเสธข้อกล่าวหาทั้งหมด และยืนยันจะไม่มีการส่งตัวบุคคลทั้งสี่ให้กับทางการ ต่อมาในเดือนต.ค. 2556 ศาลของยูเอ็นออกหมายจับเพิ่ม ต่อนายฮัสซัน เมอร์ฮี เป็นสมาชิกกลุ่มฮิซบอลเลาะห์เช่นกัน ด้านกลุ่มฮิซบอลเลาะห์ประกาศเมื่อเดือนพ.ค. 2559 ว่าบาดเรดดีนเสียชีวิตจากเหตุสู้รบในซีเรีย และยังคงยืนกรานจะไม่ส่งตัวใครไปกรุงเฮก.

เครดิตภาพ : AFP

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    100%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

บอกต่อ : 18