อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

เสาร์ที่ 19 กันยายน 2563
#เราจะผ่านวิกฤติไปด้วยกัน

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

เสาร์ที่ 19 กันยายน 2563

'ทรัมป์'สั่งอย่างเป็นทางการ เตรียมแบน'ติ๊กต๊อก-วีแชท'!

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ มีคำสั่งอย่างเป็นทางการแล้วว่า หากบริษัทแม่ของติ๊กต๊อกและวีแชทซึ่งอยู่ในจีน ไม่ขายกิจการในสหรัฐ "ภายใน 45 วัน" แอปพลิเคชันทั้งสองรายการจะถูกแบน ศุกร์ที่ 7 สิงหาคม 2563 เวลา 10.30 น.

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงวอชิงตัน ประเทศสหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 6 ส.ค. ว่าประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ลงนามในคำสั่งฝ่ายบริหาร เมื่อวันพฤหัสบดี ห้ามบุคคลและนิติบคุคลในสหรัฐทำธุรกรรมร่วมกับบริษัทไบต์แดนซ์ของจีน ซึ่งเป็นบริษัทแม่ของติ๊กต๊อก "เพื่อจัดการกับภาวะฉุกเฉินระดับชาติด้านเทคโนโลยีสารสนเทศและข้อมุลข่าวสาร ตลอดจนห่วงโซ่อุปทานด้านการบริการ" โดยเจาะจงว่าบริการของติ๊กต๊อกเก็บข้อมูลส่วนบุคคลที่รวมถึงพฤติกรรมการใช้งาน และความเคลื่อนไหวของการใช้ข้อมูล เช่น ตำแหน่งที่ตั้งและประวัติการสืบค้น "เพื่อเอื้อประโยชน์ให้กับพรรคคอมมิวนิสต์จีน"
 


ขณะที่มาตรการแบบเดียวกันยังมีผลกับบริษัทเทนซ็นต์ ซึ่งเป็นเจ้าของแอปพลิเคชันวีแชทด้วย และระบุว่าหากวีแชทต้องการรักษาบริการในสหรัฐไว้ต่อไป เทนเซ็นต์ต้องขายกิจการทั้งหมดของวีแชทในอเมริกา
 

ทั้งนี้ คำสั่งดังกล่าวจะมีผลบังคับใช้ทันทีในอีก 45 วัน นับตั้งแต่วันที่ทรัมป์ลงนาม คือวันที่ 6 ส.ค.  โดยเป็นการอาศัยอำนาจตามกฎหมายฉุกเฉินด้านเศรษฐกิจระหว่างประเทศ ขณะที่ไบต์แดนซ์ ติ๊กต๊อก เทนเซ็นต์ และวีแชท ยังไม่มีปฏิกิริยาอย่างเป็นทางการ โดยไบต์แดนซ์อยู่ในช่วงเวลา 45 วัน นับตั้งแต่วันที่ 2 ส.ค.ที่ผ่านมา ในการเจรจาเรื่องการขายกิจการกับบริษัทไมโครซอฟต์ ที่ต้องเสร็จสิ้นภายในวันที่ 15 ก.ย.นี้ มิเช่นนั้นติ๊กต๊อกต้อง "ยุติกิจการอย่างถาวร" ในสหรัฐ
 
ในวันเดียวกัน วุฒิสภาสหรัฐมีมติเป็นเอกฉันท์ อนุมัติกฎหมายห้ามเจ้าหน้าที่ของรัฐบาลกลางดาวน์โหลดแอปพลิเคชันติ๊กต๊อกไว้ในอุปกรณ์ของส่วนกลาง หลังสภาผู้แทนราษฎรมีมติเห็นชอบเมื่อเดือนที่แล้ว อย่างไรก็ตาม ทั้งสองสภาต้องรวมเนื้อหาให้เป็นกฎหมายฉบับเดียวกัน ก่อนส่งให้ทรัมป์ลงนาม อย่างไรก็ตาม กระทรวงความมั่นคงแห่งมาตุภูมิ กระทรวงคมนาคม และกองทัพสหรัฐ มีคำสั่งเป็นการภายในเรื่องการห้ามดาวน์โหลดติ๊กต๊อกแล้ว.

เครดิตภาพ : AP

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    72%
  • ไม่เห็นด้วย
    28%

บอกต่อ : 24