อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

เสาร์ที่ 19 กันยายน 2563
#เราจะผ่านวิกฤติไปด้วยกัน

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

เสาร์ที่ 19 กันยายน 2563

ศาลจีนสั่งประหารพลเมืองแคนาดา 2คนภายใน2วัน

ผู้พิพากษาของศาลในมณฑลกวางตุ้งของจีน ตัดสินให้พลเมืองแคนาดารับโทษประหารชีวิตในคดียาเสพติด เป็นคนที่ 2 ภายในระยะเวลาเพียง 2 วัน ท่ามกลางความขัดแย้งกับรัฐบาลออตตาวากรณีการจับกุมทายาทหัวเว่ย ศุกร์ที่ 7 สิงหาคม 2563 เวลา 14.55 น.

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงปักกิ่ง ประเทศจีน เมื่อวันที่ 7 ส.ค.ว่าศาลประชนชั้นกลางแห่งเมืองฝอซาน ในมณฑลกวางตุ้ง ทางตอนใต้ของจีน มีคำพิพากษาเมื่อวันศุกร์ ให้นายเหย่ เจียนหุ่ย สัญชาติแคนาดา เชื้อสายจีน รับโทษประหารชีวิต ฐานมีความผิดจริงตามข้อหาผลิตและลำเลียงยาเสพติด โดยของกลางคือยาอีที่มีน้ำหนักมากถึง 218 กิโลกรัม

ขณะที่คดีนี้ยังมีจำเลยร่วมอีก 5 คนเป็นชาวจีนทั้งหมด ซึ่งศาลพิพากษาให้ผู้ต้องหาคนหนึ่งรับโทษประหารชีวิต ส่วนอีก 4 คนที่เหลือรับโทษจำคุกมาน้อยลดหลั่นกันไป ตั้งแต่ 7 ปีไปจนถึงตลอดชีวิต
 

ทั้งนี้ คำพิพากษาประหารชีวิตพลเมืองแคนาดาในคดียาเสพติดของศาลที่เมืองฝอซาน เกิดขึ้นเพียงวันเดียวหลังศาลประชาชนชั้นกลางที่เมืองกว่างโจว เมืองเอกของมณฑลกวางตุ้ง มีคำพิพากษาเมื่อวันพฤหัสบดี ให้นายสู เว่ยหง ชาวแคเนเดียนเชื้อสายจีน รับโทษประหารชีวิตในข้อหาผลิตเคตามีนหรือยาเค
 

สถานการณ์ดังกล่าวนับได้ว่า จีนสั่งประหารชีวิตพลเมืองแคนาดาอย่างน้อย 4 คนแล้ว นับตั้งแต่เกิดข้อพิพาทที่เจ้าหน้าที่ของรัฐบาลออตตาวาจับกุมน.ส.เมิ่ง หว่านโจว ผู้บริหารระดับสูงของหัวเว่ย และเธอยังเป็นบุตรสาวคนโตของนายเหริน เจิ้งเฟย ผู้ก่อตั้งบริษัท โดยน.ส.เมิ่งถูกควบคุมตัวอยู่ที่เมืองแวนคูเวอร์ตั้งแต่เดือนธ.ค. 2561 และกำลังต่อสู้กับคำร้องของรัฐบาลวอชิงตัน ซึ่งต้องการตัวเธอในฐานะผู้ร้ายข้ามแดน ให้ไปขึ้นศาลที่สหรัฐในข้อหาละเมิดกฎหมายคว่ำบาตรอิหร่าน
 
สำหรับพลเมืองแคนาดาคนแรกที่ต้องเผชิญกับบทลงโทษประหารชีวิต นับตั้งแต่มีกรณีหัวเว่ย คือนายโรเบิร์ต ลอยด์ เชลเลนเบิร์ก ซึ่งศาลประชาชนชั้นกลางที่เมืองต้าเหลียน ในมณฑลเหลียวหนิง มีคำพิพากษาเมื่อเดือนม.ค. 2562 ตามด้วยศาลประชาชนชั้นกลางที่เมืองเจียงเหมิน ในมณฑลกวางตุ้ง มีคำพิพากษาเมื่อเดือนพ.ค.ปีเดียวกัน ให้บุคคลชื่อ "ฟ่าน เว่ย" ไม่บอกเพศ แต่ระบุว่าถือสัญชาติแคนาดา รับโทษประหารชีวิต ฐานลักลอบผลิตและจำหน่ายยาเสพติดในจีน.

เครดิตภาพ : AP



 

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    95%
  • ไม่เห็นด้วย
    5%

บอกต่อ : 22