อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

เสาร์ที่ 24 ตุลาคม 2563
#เราจะผ่านวิกฤติไปด้วยกัน

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

เสาร์ที่ 24 ตุลาคม 2563

เนเธอร์แลนด์เพิ่มคุมเข้มทางสังคมสู้โควิดรอบสอง

รัฐบาลเนเธอร์แลนด์ยกระดับมาตรการควบคุมทางสังคม โดยเฉพาะในเมืองใหญ่ 3 แห่งของประเทศ เพื่อควบคุมการแพร่ระบาดระลอกสองของโรคโควิด-19 ให้ได้เร็วที่สุด อังคารที่ 29 กันยายน 2563 เวลา 10.15 น.

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงเฮก ประเทศเนเธอร์แลนด์ เมื่อวันที่ 29 ก.ย. ว่านายกรัฐมนตรีมาร์ค รุตต์ แถลงเมื่อวันจันทร์ ว่าตอนนี้เนเธอร์แลนด์เผชิญกับการแพร่ระบาดระลอกที่สองของเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา ทุกภาคส่วนในประเทศพยายามร่วมกันอย่างสุดความสามารถเพื่อควบคุมโรค แต่เชื้อโรค "ยังคงล้ำหน้ามนุษย์หนึ่งก้าว"
 
แม้มาตรการที่ใช้ในครั้งแรกเมื่อช่วงต้นปีนี้ "สร้างความเจ็บปวด" ให้กับทุกฝ่าย โดยเฉพาะในด้านเศรษฐกิจ แต่หากปล่อยให้เชื้อโรคคุกคามเป็นครั้งที่สองโดยไม่ทำอะไรเลย ผลกระทบที่จะเกิดขึ้นตามมานั้นย่อมเลวร้ายกว่าครั้งแรก
 

 
ทั้งนี้ ผู้นำเนเธอร์แลนด์ กล่าวว่า จะยังไม่ใช้มาตรการล็อกดาวน์ทั้งประเทศ "อย่างน้อย ณ เวลานี้" แต่นับจากนี้เป็นต้นไป "จนกว่าจะมีการเปลี่ยนแปลง" ร้านอาหาร์ บาร์และผับทุกแห่งในเนเธอร์แลนด์ต้องปิดก่อนถึงเวลา 22.00 น. ตามเวลาท้องถิ่น ( 03.00 น. ตามเวลาในประเทศไทย )
 

 
ขณะที่การแข่งขันกีฬาในสนาม และการจัดงานต่าง ๆ จำกัดจำนวนผู้ชมหรือผู้เข้าร่วมงานไม่เกิน 40 คน นอกจากนี้ รุตต์ขอความร่วมมือให้สถานประกอบการเอกชนเพิ่มการจัดสรรเวลา ให้พนักงานทำงานจากที่บ้านมากขึ้น และการสวมหน้ากากอนามัยหรือหน้ากากผ้าในสถานที่สาธารณะ และระบบขนส่งสาธารณะ โดยผู้ให้บริการ "มีสิทธิ" ปฏิเสธให้บริการกับผู้ที่ไม่ให้ความร่วมมือ โดยเฉพาะในเมืองใหญ่ 3 แห่ง คือกรุงเฮก นครอัมสเตอร์ดัม และเมืองร็อตเธอร์ดัม ซึ่งรัฐบาลขอให้ประชาชนงดการเดินทางไม่จำเป็นเข้าและออก และการเดินทางระหว่างเมืองทั้งสามแห่งด้วย
 
ด้านกระทรวงสาธารณสุขของเนเธอร์แลนด์รายงานสถิติเกี่ยวกับโรคโควิด-19 ในรอบ 24 ชั่วโมงล่าสุด ยืนยันผู้ติดเชื้อใหม่ 2,914 คน เพิ่มสถิติผู้ป่วยสะสมเป็นอย่างน้อย 114,540 คน และเสียชีวิตอย่างน้อย 6,380 คน เพิ่มขึ้น 6 คน อย่างไรก็ตาม หากปราศจาก "มาตรการเข้มข้น" จำนวนผู้ติดเชื้อใหม่รายวันอาจสูงถึง 5,000 คน ภายในสัปดาห์หน้า.

เครดิตภาพ : GETTY IMAGES
    

 

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    100%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

บอกต่อ : 38