อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อังคารที่ 1 ธันวาคม 2563

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อังคารที่ 1 ธันวาคม 2563

ดีเบตครั้งสุดท้าย "ทรัมป์-ไบเดน" เป็นไปอย่างเรียบร้อย

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ และนายโจ ไบเดน ประชันวิสัยทัศน์แบบพบหน้ากันเป็นครั้งสุดท้าย ก่อนถึงวันเลือกตั้งผู้นำสหรัฐ 3 พ.ย. นี้ ท่ามกลางบรรยากาศที่ "มีมารยาทมากขึ้นอย่างเห็นได้ชัด" ศุกร์ที่ 23 ตุลาคม 2563 เวลา 11.03 น.

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากเมืองแนชวิลล์ รัฐเทนเนสซี ประเทศสหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 22 ต.ค. ว่าประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ตัวแทนของพรรครีพับลิกัน และนายโจ ไบเดน ตัวแทนของพรรคเดโมแครต ขึ้นเวทีประชันวิสัยทัศน์แบบพบหน้ากันเป็นครั้งที่ 2 ซึ่งเป็นครั้งสุดท้ายก่อนถึงวันลงคะแนน 3 พ.ย. นี้ ณ มหาวิทยาลัยเบลมอนต์ ที่เมืองแนชวิลล์ ในรัฐเทนเนสซี เมื่อคืนวันพฤหัสบดีตามเวลาท้องถิ่น ดำเนินรายการโดยนางคริสเทน เวลเกอร์ ผู้ประกาศข่าวและผู้ดำเนินรายการของสถานีโทรทัศน์เอ็นบีซี
 
ทั้งนี้ บรรยากาศการโต้วาทีครั้งนี้ที่ใช้เวลาประมาณ 90 นาที เป็นไปด้วยความเรียบร้อย "และมีมารยาท" กว่างานครั้งแรกเมื่อปลายเดือนที่แล้วอย่างชัดเจน การประชันวิสัยทัศน์แบ่งเป็น 6 ช่วง ช่วงละ 15 นาที โดยใน 4 นาทีแรกของแต่ละช่วง แบ่งให้ทรัมป์และไบเดนพูดคนละ 2 นาที ในระหว่างนั้นผู้ดำเนินการจะปิดไมโครโฟนของอีกคนหนึ่ง หลังครบช่วงเวลาดังกล่าว ทั้งสองฝ่ายสามารถโต้แย้งกันได้ แต่ยังอยู่ภายใต้การควบคุมของผู้ดำเนินรายการ ซึ่งสามารถปิดไมโครโฟนของฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งหรือพร้อมกันทั้งสองคนได้ตลอดเวลา

คริสเทน เวลเกอร์ ผู้ดำเนินรายการ
 
สำหรับคำถามส่วนใหญ่ยังคงเกี่ยวข้องกับสถานการณ์ภายในประเทศ เริ่มจากประเด็นวิกฤติโรคระบาดโควิด-19 ที่ทรัมป์ยืนยันว่ารัฐบาลของเขา "ทำงานดีแล้ว" ในเรื่องนี้ และกล่าวว่าชาวอเมริกัน "ต้องเรียนรู้ที่จะอยู่ร่วมกับเชื้อโรค" หมายถึงเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ และให้คำมั่นว่าประชาชนจะได้รับวัคซีนภายในอีกไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้า แม้ยอมรับว่าวิกฤติโรคระบาดครั้งนี้กำลังต้อนสหรัฐ "ให้จนมุม" แต่เชื่อมั่นว่าท้ายที่สุดแล้วจะก้าวข้ามผ่านไปได้  ส่วนไบเดนกล่าวว่า "บุคคลที่ต้องรับผิดชอบกับการเสียชีวิตของประชาชนมากกว่า 220,000 คน" ไม่สมควรอยู่ในตำแหน่งผู้นำสหรัฐอีกต่อไป
 

 
ขณะเดียวกัน ทรัมป์และไบเดนโต้เถียงกันเรื่องกฎหมายประกันสุขภาพ "โอบามาแคร์" โดยผู้นำสหรัฐต้องการให้มีกฎหมายอื่นขึ้นมาแทนที่ แต่ไบเดนยืนยันว่าต้องการสานต่อ และขึ้นอยู่กับความต้องการของประชาชน ในประเด็นการเสียภาษี ไบเดนยืนยันว่าเขาไม่เคยรับเงินจากต่างชาติ ส่วนทรัมป์กล่าวถึงรายงานของเดอะ นิวยอร์ก ไทม์ส ที่ว่าผู้นำสหรัฐเสียภาษีเพียง 750 ดอลลาร์สหรัฐ ( ราว 23,482.50 บาท ) ระหว่างปี 2559 ถึง 2560 ว่า "ก่อนหน้านั้น" เขาเสียภาษีมากกว่านี้ และเงิน 750 ดอลลาร์สหรัฐ "คือค่าธรรมเนียม"
 

 
เกี่ยวกับข้อครหาว่ามี "มือที่สามจากนอกประเทศ" แทรกแซงการเลือกตั้ง ไบเดนกล่าวว่าเขาจะดำเนินการอย่างเด็ดขาด หากชนะการเลือกตั้ง ด้านทรัมป์กล่าวว่าไม่มีใคร "แข็งแกร่ง" กับรัสเซียเท่าเขาอีกแล้ว พร้อมทั้งปฏิเสธอีกครั้งว่า ไม่เคยรับความช่วยเหลือในทางใดจากรัฐบาลมอสโก และโจมตีนายฮันเตอร์ ไบเดน บุตรชายของไบเดน ที่มีธุรกิจ "ไม่ชอบมาพากล" ในยูเครน แน่นอนว่าไบเดนปกป้องบุตรชายของตัวเอง

นางเมลาเนีย ทรัมป์ และนางจิล ไบเดน ขึ้นเวทีมาพบกับสามีหลังจบรายการ
 
นอกจากนี้ ยังเป็นบรรยากาศแทบไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน ที่คู่ชิงตำแหน่งผู้นำสหรัฐถกเถียงกันเรื่องวิกฤติโลกร้อน โดยทรัมป์ยังคงให้เครดิตตัวเองว่าปฏิรูปพลังงานควบคู่กับการรักษางานให้ชาวอเมริกัน ส่วนไบเดนเรียกร้องให้ทุกภาคส่วนร่วมกันเพิ่มการลงทุนด้านพลังงานสะอาด
 

 
อนึ่ง ในช่วงหนึ่งของการโต้วาทีเกี่ยวกับประเด็นต่างประเทศ ไบเดนโจมตี "ความสัมพันธ์อันอบอุ่น" ระหว่างทรัมป์กับนายคิม จอง-อึน ผู้นำสูงสุดของเกาหลีเหนือ ว่ารัฐบาลวอชิงตันชุดนี้ "ให้ความชอบธรรม" กับปรปักษ์ของสหรัฐ ที่มีอาวุธนิวเคลียร์อยู่ในเมือง ด้านทรัมป์กล่าวว่าความสัมพันธ์ระหว่างเขากับผู้นำหนุ่มของเกาหลีเหนือปกป้องโลกให้รอดพ้นจากสงคราม แต่ไบเดนกล่าวเสริมอีกว่า สหรัฐมีความสัมพันธ์ที่ดีกับนายอดอล์ฟ ฮิตเลอร์ ก่อนที่ท่านผู้นำบัญชาการให้กองทัพของพรรคนาซีเยอรมันรุกรานยุโรป.

เครดิตภาพ : REUTERS

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    14%
  • ไม่เห็นด้วย
    86%

บอกต่อ : 28