อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อาทิตย์ที่ 26 กันยายน 2564

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อาทิตย์ที่ 26 กันยายน 2564

'13 สวิงสเตท'ชี้ชะตา'ทรัมป์-ไบเดน' ในศึกเลือกตั้งสหรัฐ

ในการเลือกตั้งประธานาธิบดีของสหรัฐนั้น นอกเหนือจากรัฐที่ถือเป็นฐานเสียงมั่นคงของหนึ่งในสองพรรคการเมืองใหญ่ คือพรรคเดโมแครตหรือพรรครีพับลิกัน ยังมีรัฐอีกกลุ่มหนึ่งซึ่งไม่ใช่ฐานเสียง หรือให้การสนับสนุนพรรคใดพรรคหนึ่งอย่างชัดเจน เรียกว่า "แบตเทิลกราวด์สเตท" หรือ "สวิงสเตท" หรือ "รัฐสมรภูมิ" จันทร์ที่ 2 พฤศจิกายน 2563 เวลา 14.49 น.

โดยทั่วไปแล้ว รัฐที่ถือเป็นสวิงสเตทของการเลือกตั้งประธานาธิบดี ได้แก่ รัฐฟลอริดา รัฐมิชิแกน รัฐเพนซิลเวเนีย รัฐวิสคอนซิน และรัฐแอริโซนา แต่ในการเลือกตั้งช่วงหลังมีรัฐเข้าข่ายเพิ่มขึ้น และการที่ผู้สมัครคนใดสามารถคว้าชัยชนะในรัฐที่ถือเป็นสวิงสเตทได้มากกว่า ยิ่งจะเพิ่มความเป็นไปได้ในการก้าวขึ้นสู่ตำแหน่งผู้นำสหรัฐ หมายความว่า คะแนนคณะผู้เลือกตั้งจากรัฐเหล่านี้สามารถ "ชี้ชะตา" ชัยชนะ หรือ "กำหนดความพ่ายแพ้" ให้กับใครก็ได้เลยทีเดียว


Vox

สำหรับการเลือกตั้งประธานาธิบดีของสหรัฐ ซึ่งจะเกิดขึ้นในวันอังคารที่ 3 พ.ย.นี้ รัฐที่ถือเป็นสมรภูมิของการชิงชัย และเป็นที่จับตา ได้แก่

รัฐเทกซัส ( คะแนนคณะผู้เลือกตั้ง 36 คะแนน )
ทั้งประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ตัวแทนพรรครีพับลิกัน และนายโจ ไบเดน ตัวแทนพรรคเดโมแครต แทบไม่เน้นการหาเสียงที่นี่ในช่วงโค้งสุดท้ายของการเลือกตั้ง เนื่องจากเป็นที่ทราบกันดี กว่ารัฐเทกซัสคือฐานเสียงแข็งแกร่งของพรiครีพับลิกัน

นับตั้งแต่ปี 2519 พรรคเดโมแครตไม่เคยชนะการเลือกตั้งประธานาธิบดีที่รัฐนี้ และไม่เคยชนะการเลือกตั้งระดับท้องถิ่นที่รัฐแห่งนี้ นับตั้งแต่ปี 2537 อย่างไรก็ตาม การที่ชาวอเมริกันใช้สิทธิลงคะแนนล่วงหน้ามากเป็นประวัติการณ์ เพิ่มความหวังให้กับพรรคเดโมแครต ว่าต่อให้ไบเดนไม่ชนะที่นี่ แต่หากทรัมป์ "ชนะไม่ขาด" ในส่วนของคะแนนดิบ อาจเพิ่มความเครียดให้กับพรรครีพับลิกัน ในศึกเลือกตั้งระดับท้องถิ่น

รัฐจอร์เจีย ( คะแนนคณะผู้เลือกตั้ง 16 คะแนน )
รัฐจอร์เจียเลือกตัวแทนผู้สมัครจากพรรครีพับลิกันทุกครั้ง ในการเลือกตั้งประธานาธิบดีตั้งแต่ปี 2535 หากทรัมป์แพ้ที่รัฐแห่งนี้ จะเพิ่มแรงกดดันให้กับพรรครีพับลิกัน ในศึกเลือกตั้งวุฒิสมาชิกและสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เนื่องจากกฎหมายการเลือกตั้งของรัฐจอร์เจียระบุว่า ในการเลือกตั้งระดับชาติ ชิงตำแหน่งสมาชิกสภาสูงและสภาล่างนั้น หากไม่มีผู้สมัครคนใดได้รับเสียงสนับสนุนเกิน 50% ต้องมีการเลือกตั้งรอบชิงดำระหว่างผู้สมัครซึ่งได้รับคะแนนสูงสุด 2 คนแรก

รัฐโอไฮโอ ( คะแนนคณะผู้เลือกตั้ง 18 คะแนน )
รัฐโอไฮโอถือเป็นสวิงสเตทของการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐมานานต่อเนื่องหลายสมัย และการที่ผลคะแนนอย่างไม่เป็นทางการจากรัฐโอไฮโอมักประกาศเป็นลำดับต้น ๆ หากใครได้รัฐนี้ไป มีความเป็นไปได้สูงที่จะรวบรวมคะแนนคณะผู้เลือกตั้งได้ถึง 270 คะแนนก่อนอีกฝ่าย

รัฐไอโอวา ( คะแนนคณะผู้เลือกตั้ง 6 คะแนน )
รัฐไอโอวาถือเป็นสวิงสเตทของศึกเลือกตั้งผู้นำสหรัฐยาวนานเช่นเดียวกับรัฐโอไฮโอ และผลสำรวจความคิดเห็นของสำนักโพลทุกแห่งเป็นไปในทางเดียวกันว่า ทรัมป์และไบเดนมีคะแนนนิยม "สูสี"

รัฐนอร์ทแคโรไลนา ( คะแนนคณะผู้เลือกตั้ง 15 คะแนน )
เช่นเดียวกับรัฐโอไฮโอ การเก็บชัยชนะที่รัฐนอร์ทแคโรไลนา สามารถบ่งชี้ผู้ชนะการเลือกตั้งได้ตั้งแต่เนิ่น

รัฐฟลอริดา ( คะแนนคณะผู้เลือกตั้ง 29 คะแนน )
การที่สถิติผู้ใช้สิทธิล่วงหน้าของการเลือกตั้งผู้นำสหรัฐครั้งนี้สูงมาก ทำให้หลายฝ่ายจับตาว่า การนับคะแนนที่นี่อาจยืดเยื้อเหมือนการเลือกตั้งเมื่อปี 2543 ระหว่างตัวแทนจากพรรครีพับลิกันและพรรคเดโมแครตในเวลานั้น คือนายจอร์จ ดับเบิลยู. บุช ผู้ว่าการรัฐเทกซัส และอดีตรองประธานาธิบดีอัล กอร์  หรือไม่ โดยกระบวนการตอนนั้นการต้องถึงชั้นศาลฎีกา ที่สั่งนับคะแนนใหม่ทั้งหมด

ผลปรากฏว่าบุชชนะกอร์ด้วยคะแนนดิบเพียง 537 คะแนน คว้าคะแนนคณะผู้เลือกตั้ง 29 คะแนน ก้าวสู่การดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีคนที่ 43 ของสหรัฐ



รัฐแอริโซนา ( คะแนนคณะผู้เลือกตั้ง 11 คะแนน )
ผลโพลทุกสำนักให้ไบเดนมีคะแนนนิยมนำทรัมป์ที่รัฐแอริโซนามาตลอด จนกระทั่งถึงกลางเดือน ก.ย. ที่คะแนนนิยมของผู้นำสหรัฐตามขึ้นมาอยู่ในระดับ "หายใจรดต้นคอ" ไบเดน

รัฐเพนซิลเวเนีย ( คะแนนคณะผู้เลือกตั้ง 20 คะแนน )
ย้อนกลับไปในการเลือกตั้งเมื่อปี 2559 ทรัมป์เฉือนชนะนางฮิลลารี คลินตัน ตัวแทนของพรรคเดโมแครต ในการเลือกตั้งที่รัฐแห่งนี้ ด้วยคะแนนเสียง 44,292 คะแนน หรือ 0.72% เท่านั้น จึงไม่น่าแปลกใจที่ทั้งทรัมป์และไบเดนจะเน้นการหาเสียงที่รัฐเพนซิลเวเนียอย่างมาก ในช่วงโค้งสุดท้ายก่อนถึงวันลงคะแนน

รัฐวิสคอนซิน ( คะแนนคณะผู้เลือกตั้ง 10 คะแนน )
แม้โพลทุกสำนักให้ไบเดนมีคะแนนนิยมเหนือทรัมป์ที่รัฐวิสคอนซิน แต่พรรคเดโมแครตยืนยันว่า "ยังไว้ใจไม่ได้"

รัฐมิชิแกน ( คะแนนคณะผู้เลือกตั้ง 16 คะแนน )
รัฐมิชิแกนเป็นหนึ่งในพื้นที่อุตสาหกรรมหนักที่สำคัญของสหรัฐ และทรัมป์เฉือนชนะคลินตันด้วยส่วนต่างเพียง 0.23% หรือ 10,704 คะแนนเท่านั้น ในการเลือกตั้งเมื่อ 4 ปีที่แล้ว

รัฐมินนิโซตา ( คะแนนคณะผู้เลือกตั้ง 10 คะแนน ) รัฐเนวาดา ( คะแนนคณะผู้เลือกตั้ง 6 คะแนน ) รัฐนิวแฮมป์เชียร์ ( คะแนนคณะผู้เลือกตั้ง 4 คะแนน )
ทั้ง 3 รัฐดังกล่าวเป็นเพียงสวิงสเตทที่คลินตันสามารถมีชัยชนะเหนือทรัมป์ ในการเลือกตั้งเมื่อปี 2559 แต่ด้วยส่วนต่างที่ไม่มากนัก ทรัมป์และไบเดนจึงยังไม่อาจวางใจได้จนนาทีสุดท้าย ว่าประชาชนในรัฐมินนิโซตา รัฐเนวาดา และรัฐนิวแฮมป์เชียร์ จะเลือกใครในวันที่ 3 พ.ย.นี้.

เครดิตภาพ : AFP


 

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    100%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

ความคิดเห็น

บอกต่อ : 30