อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พฤหัสบดีที่ 21 มกราคม 2564

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พฤหัสบดีที่ 21 มกราคม 2564

เยอรมนีต่อเวลาล็อกดาวน์ถึงปลายปีนี้ "เป็นอย่างน้อย"

รัฐบาลเยอรมนีขยายเวลาบังคับใช้มาตรการล็อกดาวน์ "ชุดเล็ก" ต่อถึงวันที่ 20 ธ.ค.นี้ แต่มีแนวโน้มจะต่อเนื่องถึงต้นปีหน้า เนื่องจากสถานการณ์โรคโควิด-19 ในประเทศยังอยู่ในระดับวิกฤติ พฤหัสบดีที่ 26 พฤศจิกายน 2563 เวลา 15.11 น.

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงเบอร์ลิน ประเทศเยอรมนี เมื่อวันที่ 26 พ.ย.ว่านายกรัฐมนตรีอังเกลา แมร์เคิล แถลงเรื่องการขยายระยะเวลาบังคับใช้มาตรการล็อกดาวน์ซึ่งมีผลตั้งแต่วันที่ 2 พ.ย.ที่ผ่านมา ออกไปอีก "อย่างน้อย 3 สัปดาห์" คือจนถึงวันที่ 20 ธ.ค.นี้ จากเดิมที่จะครบกำหนดในวันที่ 30 พ.ย. แต่หากอัตราการติดเชื้อยังเป็นแบบนี้ต่อไป มาตรการทั้งหมดจะมีผลต่อเนื่องไปจนถึง "ต้นเดือน ม.ค.ปีหน้า"
 
ทั้งนี้ ผู้นำเยอรมนีให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า นับตั้งแต่วันที่ 1 ธ.ค.เป็นต้นไป การไปมาหาสู่กันระหว่างสองครัวเรือน จำกัดการรวมตัวไม่เกิน 5 คน ลดลงจากปัจจุบันซึ่งสูงสุด 10 คน อย่างไรก็ตาม นับตั้งแต่วันที่ 23 ธ.ค.จนถึงวันปีใหม่ ทางการอนุญาตการรวมตัวเพื่อสังสรรค์ได้สูงสุด 10 คนสำหรับผู้ใหญ่ แต่ไม่มีข้อจำกัดสำหรับเด็กอายุต่ำกว่า 14 ปี
 

อย่างไรก็ตาม การผ่อนผันดังกล่าวไม่ได้หมายความว่า รัฐบาลอนุญาตให้ประชาชนสามารถจัดงานเลี้ยงขนาดใหญ่ได้แล้ว เนื่องจากมาตรการล็อกดาวน์ "ชุดเล็ก" ยังคงมีผลบังคับใช้ ตามข้อตกลงระหว่างส่วนกลางกับรัฐบาลท้องถิ่นทั้ง 16 รัฐ ไม่ว่าจะเป็นร้านอาหาร คาเฟ่ และบาร์ต้องปิดให้บริการนั่งในร้าน อนุญาตให้เฉพาะซื้อกลับบ้านและบริการส่งตามบ้าน การจัดงานขนาดใหญ่ อาทิ คอนเสิร์ต ให้ยกเลิกหรือเลื่อนไปก่อน ส่วนการแข่งขันกีฬาในสนามยังเกิดขึ้นได้ แต่ห้ามมีผู้ชม


 
นอกจากนี้ แมร์เคิลกล่าวถึงการเตรียมกำหนดมาตรการควบคุมเพิ่มเติมอีกหลายอย่าง รวมถึงการเว้นที่นั่งในระบบขนส่งสาธารณะ และการกำหนดพื้นที่ห้ามจุดพลุฉลองปีใหม่ ซึ่งจะมีการประกาศให้ทราบอีกครั้ง ขณะเดียวกัน เยอรมนีจะเสนอให้ทุกประเทศร่วมภูมิภาคร่วมกันปิดพื้นที่เล่นสกีจนถึงต้นเดือน ม.ค.นี้ด้วย
 
ด้านสถาบันโรเบิร์ต ค็อก ซึ่งเป็นศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคของเยอรมนี รายงานว่าอัตรการติดเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ในประเทศกลับมาเป็นอัตราเร่ง นับตั้งแต่เข้าสู่เดือน พ.ย. โดยสถิติผู้ป่วยใหม่ในรอบ 24 ชั่วโมงล่าสุดอยู่ที่ 22,268 คน เพิ่มจำนวนผู้ติดเชื้อสะสมเป็นอย่างน้อย 983,588 คน และเสียชีวิตแล้ว 15,160 คน เพิ่มขึ้น 389 คน.

เครดิตภาพ : AP



คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    0%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

ความคิดเห็น