อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พฤหัสบดีที่ 4 มีนาคม 2564

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พฤหัสบดีที่ 4 มีนาคม 2564

'ทรัมป์'ลั่นจะไม่ลาออก! เล็งหาทาง'อภัยโทษ'ให้กับตัวเอง

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ จะไม่ลาออกจากตำแหน่งผู้นำสหรัฐ ไม่ถ่ายโอนอำนาจให้แก่รองประธานาธิบดี ไมค์ เพนซ์ และกำลังหารือกับทีมงานบางส่วน ว่าจะสามารถอภัยโทษให้ตัวเองได้หรือไม่ อาทิตย์ที่ 10 มกราคม 2564 เวลา 15.17 น.


สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงวอชิงตัน สหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 10 ม.ค. โดยอ้างจากรายงานของสถานีโทรทัศน์ซีบีเอส ซึ่งสัมภาษณ์แหล่งข่าว ที่ทำงานใกล้ชิดกับเจ้าหน้าที่ระดับสูงหลายคน รวมถึงรองประธานาธิบดีไมค์ เพนซ์ นายมาร์ค มีโดว์ส หัวหน้าคณะเจ้าหน้าที่ประจำทำเนียบขาว และนายสตีฟ มนูชิน รมว.คลัง โดยทุกคนให้ข้อมูลไปในทางเดียวกันว่า ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ จะไม่ลาออก ไม่ถ่ายโอนอำนาจให้แก่เพนซ์
 

 ขณะเดียวกัน ผู้นำสหรัฐยังคงเดินหน้าถามบรรดาที่ปรึกษา เกี่ยวกับ "ความเป็นไปได้" ในการใช้อำนาจประธานาธิบดี อภัยโทษให้แก่ตัวเองก่อนหมดวาระ ซึ่งเป็นเรื่องที่ไม่เคยมีผู้นำสหรัฐคนใดปฏิบัติมาก่อน แม้รัฐธรรมนูญไม่ได้ระบุชัดเจนในเรื่องดังกล่าว แต่รายงานของกระทรวงยุติธรรมสหรัฐ ฉบับปี 2519 ยืนยันว่าผู้ดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีไม่สามารถอภัยโทษให้แก่ตัวเองได้


 
ทั้งนี้ แหล่งข่าวให้ความเห็นว่า ทรัมป์มีความวิตกกังวลกับคดีความมากมาย ซึ่งจะเดินหน้าต่อทันทีหลังเขาพ้นวาระ เนื่องจากหมดสิททธิคุ้มกันในฐานะประธานาธิบดีแล้ว มากกว่าการวิตกกับเหตุจลาจลภายในอาคารรัฐสภาสหรัฐ เมื่อวันที่ 6 ม.ค.ที่ผ่านมา โดยมีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 5 รายจากเหตุการณ์ในวันนั้น
 

ในเวลาเดียวกัน สภาผู้ทนราษฎรของสหรัฐซึ่งพรรคเดโมแครตครองเสียงข้างมาก เตรียมพิจารณาบทบัญญัติถอดถอนทรัมป์จากเหตุการณ์ที่อาคารรัฐสภา ในวันจันทร์ที่ 11 ม.ค.นี้ ตามเวลาท้องถิ่น โดยรายงานหลายกระแสยืนยันว่า บทบัญญัติจะมีทั้งสิ้น 3 ข้อ หนึ่งในนั้นเกี่ยวกับ "การปลุกระดม" และมีความเป็นไปได้สูงมาก ว่าที่ประชุมจะใช้วิธีแบบ "ฟาสต์แทร็ก" คือไม่มีการพิสูจน์พยานเพิ่มเติม การลงมติจึงอาจเกิดขึ้นภายในสัปดาห์นี้ และน่าจะได้รับความสนับสนุนจากสมาชิกพรรครีพับลิกัน ก่อนส่งเรื่องต่อไปยังวุฒิสภา
 
แม้ยังไม่ชัดเจนว่าวุฒิสภาจะประชุมกันเมื่อใด แต่แนวโน้มสูงมากที่สภาผู้แทนราษฎรจะมีมติเห็นชอบบทบัญญัติถอดถอนครั้งนี้ จะส่งผลให้ทรัมป์เป็นผู้นำสหรัฐคนแรกในประวัติศาสตร์ ซึ่งถูกถอดถอน 2 ครั้ง ภายในระยะเวลา 4 ปีของการปฏิบัติหน้าที่.

เครดิตภาพ : REUTERS

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    92%
  • ไม่เห็นด้วย
    8%

ความคิดเห็น