อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

เสาร์ที่ 15 พฤษภาคม 2564

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

เสาร์ที่ 15 พฤษภาคม 2564

อินโดนีเซียประกาศให้กบฏปาปัวเป็นกลุ่มก่อการร้าย

กระทรวงความมั่นคงอินโดนีเซีย ประกาศอย่างเป็นทางการ ให้กลุ่มติดอาวุธแย่งแยกดินแดนในจังหวัดปาปัว ทางภาคตะวันออกไกลของประเทศ เป็น “กลุ่มก่อการร้าย” ขณะที่กลุ่มสิทธิมนุษยชน กล่าวว่า ความเคลื่อนไหวของทางการจาการ์ตา มีเป้าหมายขยายอำนาจให้เจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคง รวมถึงการจับกุมคุมขังเป็นเวลานาน โดยไม่ต้องตั้งข้อหา พฤหัสบดีที่ 29 เมษายน 2564 เวลา 23.01 น.


สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานจากกรุงจาการ์ตา ประเทศอินโดนีเซีย เมื่อวันที่ 29 เม.ย. ว่า นายโมฮัมหมัด มาฟุด รัฐมนตรีกระทรวงความมั่นคงอินโดนีเซีย ประกาศให้กลุ่มกบฏแบ่งแยกดินแดนจังหวัดปาปัว เป็นกลุ่มก่อการร้าย เมื่อวันพฤหัสบดี การประกาศมีขึ้นหลังจากประธานาธิบดีโจโค วิโดโด ผู้นำอินโดนีเซีย เรียกร้องให้ฝ่ายความมั่นคง กวาดล้างกลุ่มกบฏที่ยิงเจ้าหน้าที่ข่าวกรองรายหนึ่งเสียชีวิต เมื่อวันอาทิตย์ ที่จังหวัดปาปัว ทางตะวันออกสุดของประเทศ

นายมาฟุด กล่าวว่า องค์การและประชาชนในปาปัว ที่ก่อความรุนแรงในวงกว้าง ต้องจัดให้อยู่ในประเภทผู้ก่อการร้าย โดยกฎหมายต่อต้านการก่อการร้ายฉบับปี พ.ศ. 2561 ของอินโดนีเซีย กำหนดไว้ว่า การก่อการร้ายคือการกระทำใดๆ ที่ใช้ความรุนแรง หรือขู่ว่าจะใช้ความรุนแรง ซึ่งก่อให้เกิดความหวาดกลัว

 
กลุ่มติดอาวุธแบ่งแยกดินแดน ในจังหวัดปาปัวที่อุดมไปด้วยทรัพยากรธรรมชาติ กล่าวว่า การต่อสู้ของพวกเขาถูกต้องตามกฎหมาย เนื่องจากเนเธอร์แลนด์ อดีตเจ้าอาณานิคม ได้ให้สัญญาว่า จะให้ปาปัวเป็นรัฐเอกราช ก่อนที่จะถูกอินโดนีเซียผนวกดินแดน ในปี พ.ศ. 2506 แต่รัฐบาลอินโดนีเซีย ในกรุงจาการ์ตา กล่าวว่า ปาปัวเป็นดินแดนส่วนหนึ่งของตนยืนยันได้จากผลการลงประชามติในปี 2512 แต่กบฏปาปัวโต้แย้งว่า การหยั่งเสียงประชามติดังกล่าว ไม่ได้สะท้อนความต้องการที่แท้จริงของชาวปาปัว
 
กฎหมายต่อต้านการก่อการร้ายของอินโดนีเซีย ให้อำนาจเจ้าหน้าที่จับกุมคุมขังผู้ต้องสงสัย โดยไม่ต้องตั้งข้อหา นานถึง 21 วัน และสามารถดักฟังการติดต่อสื่อสาร หากสงสัยว่ากำลังมีการวางแผน หรือกำลังลงมือโจมตีก่อการร้าย
 

 
นายอันเดรียส ฮาร์โซโน นักวิเคราะห์ของกลุ่มสิทธิมนุษยชน “ฮิวแมน ไรท์ วอทช์” ประจำอินโดนีเซีย กล่าวว่า ขอบเขตการทำงานของเจ้าหน้าที่ความมั่นคงอินโดนีเซีย ในจังหวัดปาปัว จะขยายออกไปอีก และเปิดโอกาสให้มีการละเมิดสิทธิมนุษยชนได้มากยิ่งขึ้น

ส่วน นายอุสมาน ฮามิด ผู้อำนวยการองค์การนิรโทษกรรมอินโดนีเซีย (Amnesty International Indonesia) กล่าวว่า การตีตรา “ผู้ก่อการร้าย” จะทำให้สิทธิเสรีภาพในการแสดงออกความคิดเห็น และการร่วมชุมนุม ถูกจำกัด และการประกาศแสดงให้เห็นว่า รัฐบาลอินโดนีเซียยังไม่ทราบ รากเหง้าของปัญหาที่ทำให้เกิดการกบฏในจังหวัดปาปัว
 

 
ทางด้าน นายเซบบี เซ็มบอม โฆษกกลุ่มกบฏแบ่งแยกดินแดนปาปัว ในนาม กองทัพปลดปล่อยแห่งชาติปาปัวตะวันตก หรือ ดับเบิลยูพีเอ็นแอลเอ (West Papua National Liberation Army) กล่าวไม่ยอมรับการขึ้นบัญชีดำของรัฐบาลจาการ์ตา โดยกล่าวว่า ทั่วโลกรู้ดี ชาวปาปัวต่อสู้เพื่ออิสรภาพ.

เครดิตภาพ – Al Jazeera/ REUTERS
เครดิตคลิป – ABC News In-depth
.

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    0%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

ความคิดเห็น