อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พฤหัสบดีที่ 29 กรกฎาคม 2564

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พฤหัสบดีที่ 29 กรกฎาคม 2564

รัฐบาลทหารพม่าตำหนิมติสมัชชายูเอ็น ระงับส่งออกอาวุธ

กระทรวงการต่างประเทศในกรุงเนปิดอว์แสดงความไม่พอใจ ต่อการที่สมัชชาสหประชาชาติลงมติ "เรียกร้องการระงับส่งออกอาวุธ" ให้แก่เมียนมา และการวิจารณ์สถานการณ์หลังรัฐประหาร อาทิตย์ที่ 20 มิถุนายน 2564 เวลา 09.10 น.


สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงเนปิดอว์ ประเทศเมียนมา เมื่อวันที่ 20 มิ.ย. ว่า กระทรวงการต่างประเทศเมียนมา ส่งหนังสือถึงนายอันโตนิโอ กูเตร์เรส เลขาธิการสหประชาชาติ ( ยูเอ็น ) และนายโวลคาน บอซเคียร์ ประธานสมัชชาสหประชาชาติ ( ยูเอ็นจีเอ ) เกี่ยวกับการลงมติเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมาว่า แม้ไม่มีผลผูกพันตามกฎหมายระหว่างประเทศ แต่เป็นมติที่มาจาก "การกล่าวหาและความเชื่อเพียงฝ่ายเดียว"
 

ขณะเดียวกัน แถลงการณ์ระบุถึงนายจอ โม ตุน เอกอัครราชทูตเมียนมาประจำยูเอ็น ซึ่งได้รับการแต่งตั้งในสมัยรัฐบาลพลเรือนของนางออง ซาน ซูจี ว่าไม่ได้มีสถานะ "ผู้แทนการทูตอันชอบธรรม" และกำลังเผชิญกับข้อหากบฏตามกฎหมายของเมียนมา
 

ทั้งนี้ นายจอ โม ตุน ใช้สิทธิในฐานะ "ผู้แทนทางการทูตของชาวเมียนมาบนเวทียูเอ็น" เป็น 1 ใน 119 ประเทศ ที่ออกเสียงสนับสนุนมติว่าด้วย "การเรียกร้องให้สมาชิกยูเอ็นเอจีเอร่วมกันระงับการเดินทางของอาวุธเข้าสู่เมียนมา" การขอให้รัฐบาลทหารเมียนมายุติการใช้ความรุนแรงต่อประชาชน การยุติคำสั่งสถานการณ์ฉุกเฉิน ซึ่งบังคับใช้ทั่วประเทศตั้งแต่วันที่ 1 ก.พ.ที่ผ่านมา ซึ่งเป็นวันรัฐประหาร การเรียกร้องให้ผู้ถูกคุมขังตั้งแต่วันนั้นได้รับอิสรภาพด้วย และการเรียกร้องรัฐบาลทหารเมียนมาปฏิบัติตามฉันทามติ 5 ข้อของสมาชิกสมาคมประชาชาติแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ( อาเซียน )
 

แม้เนื้อหาของมติในภาพรวมลดความดุดันลงมาก เมื่อเทียบกับร่างมติที่มีการเผยแพร่เมื่อเดือนที่แล้ว ซึ่งน่าจะเป็นผลจากการวิ่งเต้นของสมาชิกอาเซียน แต่ในวันออกเสียงจริง ไทย ลาว กัมพูชา และบรูไนซึ่งทำหน้าที่ประธานอาเซียนปีนี้ "งดออกเสียง" ร่วมกับอีก 32 ประเทศ ส่วนเมียนมา อินโดนีเซีย มาเลเซีย สิงคโปร์ เวียดนาม และฟิลิปปินส์ "สนับสนุน"

ในส่วนของประเทศมหาอำนาจนั้น สหรัฐ สหราชอาณาจักร และพันธมิตรส่วนใหญ่รวมถึงเกาหลีใต้ และญี่ปุ่น "สนับสนุน" ด้านจีน รัสเซีย และอินเดีย "งดออกเสียง" ขณะที่ประเทศซึ่งคัดค้านมตินี้ มีเพียง เบลารุส และที่เหลือไม่เข้าร่วมการประชุม.

เครดิตภาพ : REUTERS

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    29%
  • ไม่เห็นด้วย
    71%

ความคิดเห็น

บอกต่อ : 35