อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

จันทร์ที่ 12 เมษายน 2564

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

จันทร์ที่ 12 เมษายน 2564

ธุรกิจเกมออนไลน์ปรับตัว ส่ง ‘โมบายเกม’ ฟื้นรายได้

เป็นผลมาจากความนิยมในสมาร์ทโฟนและแท็บเล็ตของคนไทยเพิ่มมากขึ้น จนกลายเป็นอุปกรณ์ติดตัวไปทุกที่ เพื่อใช้ท่องอินเทอร์เน็ต เล่นเกม นอกเหนือจากการใช้ติดต่อสื่อสาร อังคารที่ 21 เมษายน 2558 เวลา 05.00 น.

วงการเกมของไทยในปี 58 นี้เริ่มเห็นการเปลี่ยนแปลงที่ชัดเจนมากขึ้นเรื่อย ๆ เมื่อบริษัทผู้ให้บริการเกมออนไลน์ในไทยหลายรายหันมาให้ความสำคัญกับเกมบนโทรศัพท์มือถือ หรือ “โมบาย เกม” มากขึ้น หลังกระแส “โมบาย เกม” ได้รับความนิยมเพิ่มมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง

เป็นผลมาจากความนิยมในสมาร์ทโฟนและแท็บเล็ตของคนไทยเพิ่มมากขึ้น จนกลายเป็นอุปกรณ์ติดตัวไปทุกที่ เพื่อใช้ท่องอินเทอร์เน็ต เล่นเกม นอกเหนือจากการใช้ติดต่อสื่อสาร ส่งผลให้ตลาดเกมบนโทรศัพท์มือถือเป็นโอกาสทางธุรกิจที่ผู้ประกอบการในธุรกิจเกมไม่อาจมองข้ามไปได้

อย่างเช่น บริษัท เอเชียซอฟท์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) ที่ถือเป็นยักษ์ใหญ่ผู้นำในตลาดเกมออนไลน์ของไทย และเป็นหนึ่งในผู้บุกเบิกตลาดเกมออนไลน์ของไทยในยุคแรก ๆ ตั้งแต่ปี 2545 ด้วยความสำเร็จกับเกมแร็คนาร็อค ออนไลน์ จนปัจจุบันธุรกิจเติบโตขยายไปยังหลายประเทศในภูมิภาคอาเซียน ก็ได้ประกาศนโยบายในปี 2558 จะหันมาให้ความสำคัญกับโมบาย เกม มากยิ่งขึ้น หลังจากที่ผลการดำเนินงานในปี 2557 ไม่ได้เป็นไปตามเป้าหมาย กำไรหดหาย ผลประกอบการขาดทุน 391 ล้านบาท เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนถือเป็นการขาดทุนครั้งแรกของผู้นำอันดับ 1 ในตลาดเกมออนไลน์ของไทย การหันมาโฟกัสกับเกมในแพลตฟอร์ม โมบาย จึงเป็นการปรับเปลี่ยนที่มีนัยสำคัญไม่น้อย

นายปราโมทย์ สุดจิตพร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เอเชียซอฟท์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) กล่าวยอมรับว่า การชะลอตัวของรายได้จากเกมออนไลน์ในกลุ่มของเกมพีซีทั้งในประเทศและต่างประเทศลดลง เป็นผลมาจากการที่ผู้เล่นเกมพีซีหันไปให้ความสนใจกับเกมบนโทรศัพท์มือถือและใช้เวลากับเกมบนโทรศัพท์มือถือมากขึ้นตามลำดับ ซึ่งพฤติกรรมของผู้เล่นที่เปลี่ยนไปอย่างรวดเร็วนี้ ส่งผลกระทบกับธุรกิจเกมออนไลน์ทั้งระบบ รวมทั้งเอเชียซอฟท์ด้วย

“ปีนี้บริษัท ได้ปรับกลยุทธ์ทางธุรกิจใหม่เดินหน้าเข้าสู่ตลาดโมบายอย่างเต็มตัว ทั้งในส่วนของ โมบายเกม โมบายเซอร์วิส และแอพพลิเคชั่น โดยเตรียมเปิดให้บริการ โมบาย เกม อย่างน้อย 7 เกม พร้อมให้บริการ โมบาย โซเชียล แพล็ตฟอร์ม ในไตรมาสที่ 2 คาดว่าในปีนี้ ตัวเลขรายได้จากกลุ่มธุรกิจโมบายจะเติบโตมากกว่าร้อยละ 30 และทำให้รายได้รวมของกลุ่มบริษัทฯ กลับมาเติบโตไม่ต่ำกว่าร้อยละ30”

อย่างไรก็ตามแม้จะหันมาให้ความสำคัญกับโมบายเกม แต่ในส่วนของเกมออนไลน์บนพีซี ก็ไม่ได้ทิ้ง เพราะมีฐานจำนวนผู้เล่นที่ใหญ่ โดยสัดส่วนการให้บริการเกมออน ไลน์กับเกมบนโทรศัพท์มือถือจะอยู่ที่ 60 ต่อ 40 ซึ่งสิ่งที่เอเชียซอฟท์ฯ เร่งทำก็เหมือนธุรกิจอื่น ๆ ทั่วไป ที่เมื่อผลประกอบการไม่ได้ตามเป้าหมายก็ต้องหันมาปรับโครงสร้างธุรกิจใหม่ ทั้งการตัดจ่ายค่าลิขสิทธิ์เกมที่ถืออยู่ซึ่งมองว่าไม่เข้ากับเทรนของตลาดเกม และยุติการให้บริการเกมที่ไม่ได้รับความนิยมจากผู้เล่น ปิดบริษัทในเครือ อย่างเช่น บริษัท ฟันบ็อกซ์ จำกัด พร้อมทั้งการลดจำนวนพนักงานลงทั้งในและต่างประเทศ เพื่อให้ธุรกิจมีความคล่องตัวและลดรายจ่ายที่ไม่จำเป็นลง เน้นประสิทธิภาพในการบริหารจัดการให้มีความสามารถในการแข่งขันสูงขึ้น เพื่อให้ผลประกอบการกลับมาเป็นบวกให้ได้ในอนาคต

นายปราโมทย์ ยังบอกต่อว่า ธุรกิจเกมเป็นธุรกิจเอนเตอร์เทนเมนต์ ที่หลาย ๆ คนรู้อยู่ว่ามีความเสี่ยงสูง แต่ก็มีรายได้กลับมาสูงเช่นกัน ไม่แตกต่างจากภาพยนตร์เรื่องหนึ่งหากถูกใจคนดูการทำรายได้หลักร้อยล้านบาทก็ไม่ใช่เรื่องยาก เช่นเดียวกันหากเกมประสบความสำเร็จในตลาดรายได้ที่กลับมาในระดับ 500 ล้านบาทก็เป็นเรื่องเป็นไปได้เช่นกัน นอกจากนี้โมบายเกมยังมีต้นทุนในการพัฒนา การดูแลระบบ และการทำตลาดที่ถูกกว่าเกมออนไลน์บนพีซีด้วย

ซึ่งทาง เอเชียซอฟท์ฯ ก็ตั้งความหวังไว้กับเกมไลน์ ดราโกนิก้า โมบาย ที่ได้ร่วมกับแอพพลิเคชั่นไลน์ ในการให้บริการผ่านแพลตฟอร์มของไลน์ ใน 6 ประเทศ ของภูมิภาคอาเซียน คือ ไทย, เวียดนาม, มาเลเซีย, อินโดนีเซีย, ฟิลิปปินส์ และสิงคโปร์ ที่มีผู้ใช้งานไลน์รวมกันสูงถึง 84 ล้านไอดี ว่าจะมีส่วนสร้างรายได้ในอันดับต้น ๆ ให้กับเอเชียซอฟท์ในปีนี้ โดยไลน์ ดราโกนิก้า โมบาย จะเริ่มเปิดให้บริการในช่วงเดือน พ.ค.ที่จะถึงนี้ ทั้งนี้ ณ สิ้นไตรมาส 4 ปี 2557 เอเชียซอฟท์ฯได้เปิดให้บริการเกมออนไลน์ทั้งในประเทศและต่างประเทศทั้งสิ้นรวม 35 เกม มีฐานผู้เล่นเกมออนไลน์ที่ลงทะเบียนทั่วภูมิภาคทั้งหมดมากกว่า 142 ล้านไอดี

สำหรับตลาดเกมของไทยในปีนี้คาดว่าจะมีมูลค่าประมาณ 7,500 ล้านบาท แบ่งเป็นเกมออนไลน์บนพีซี 52% เกมบนโทรศัพท์มือถือ 31% และอีก 17% เป็นเกมในแพลตฟอร์มอื่น ๆ ซึ่งในปีที่แล้วมีผู้ให้บริการเกมออนไลน์ปิดตัวลง 8 ราย เหลือผู้ให้บริการจำนวน 49 ราย และมีเกมให้บริการในตลาดรวม 158 เกม โดยประเทศไทยมีประชากรที่เข้าถึงอินเทอร์เน็ตประมาณ 21 ล้านคน และเป็นคนเล่มเกมหรือเกมเมอร์จำนวน 14.7 ล้านคน ในจำนวนนี้เป็นผู้เล่นที่จ่ายเงินซื้อไอเท็มในเกมประมาณ 8.3 ล้านคน คิดเป็นยอดใช้จ่ายประมาณ 600 บาทต่อคนต่อเดือน

เมื่อเทคโนโลยีมีการเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา “อันเก่าไป-อันใหม่มา” ธุรกิจก็จำเป็นต้องปรับกลยุทธ์ให้สอดคล้องเพื่อให้สามารถแข่งขันพร้อมรักษาผู้นำในตลาดได้อย่างต่อเนื่อง.

จิราวัฒน์ จารุพันธ์

JirawatJ@dailynews.co.th



คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    0%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

ความคิดเห็น