อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

ศุกร์ที่ 18 ตุลาคม 2562
พิธีราชาภิเษกรัชกาลที่ 10

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

ศุกร์ที่ 18 ตุลาคม 2562

กสทช.สร้างความเข้าใจเสามือถือ-ชุมชนอยู่ร่วมกันได้

ขณะที่แนวโน้มความต้องการการใช้งานโทรศัพท์มือถือยังมีอัตราเพิ่มสูงขึ้นต่อเนื่อง การขยายสถานีฐานการส่งสัญญาณมือถือของผู้ให้บริการเครือข่ายโทรศัพท์เคลื่อนที่ พฤหัสบดีที่ 13 สิงหาคม 2558 เวลา 02.25 น.

วันนี้โทรศัพท์มือถือจำเป็นต่อการสื่อสารในชีวิตประจำวัน โดยประเทศไทยมีการเปิดใช้เลขหมายโทรศัพท์มือถือกว่า 105 ล้านเลขหมาย เมื่อเทียบกับประชากรในประเทศที่มี 65 ล้านคน จึงเรียกได้ว่าประชากร 1 คนมีการใช้งานเลขหมายโทรศัพท์มือถือมากกว่า 1 เลขหมาย

ขณะที่แนวโน้มความต้องการการใช้งานโทรศัพท์มือถือยังมีอัตราเพิ่มสูงขึ้นต่อเนื่อง การขยายสถานีฐานการส่งสัญญาณมือถือของผู้ให้บริการเครือข่ายโทรศัพท์เคลื่อนที่ จึงมีความจำเป็นต่อผู้ใช้งานมือถือเป็นอย่างยิ่ง

ดังนั้น คณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) จึงต้องเร่งเข้าไปสร้างความเข้าใจให้กับประชาชน โดยจัดโครงการให้ความรู้เรื่องผลกระทบของการติดตั้งสถานีฐานโทรศัพท์มือถือใกล้เคียงที่อยู่อาศัยและชุมชน ใน 5 ภูมิภาค เนื่องจากพบว่าประชาชนยังเกิดความเข้าใจผิดว่า เสาสัญญาณมาตั้งใกล้ชุมชนจะก่อให้เกิดมะเร็ง พร้อมทั้งยังสร้างความตื่นตระหนกให้แก่ชาวบ้านหวาดระแวงในการที่จะอยู่ร่วมกับเสาส่งสัญญาณ

ดร.อาจณรงค์ วัสโสทก ที่ปรึกษาทางวิชาการ สำนักงานมาตรฐานและเทคโนโลยีโทรคมนาคม ของสำนักงานกสทช. อธิบายให้ประชาชนที่มาร่วมรับฟังว่า เสาส่งสัญญาณโทรศัพท์มือถือมีความจำเป็นที่ต้องติดตั้งใกล้กับแหล่งชุมชนที่มีคนอยู่อาศัย เนื่องจากจะทำให้สัญญาณมือถือไม่ขาด ๆ หาย ๆ

ส่วนกรณีที่มีการบิดเบือนข้อมูลว่า การตั้งเสามือถือจะทำให้เป็นมะเร็งนั้น จากข้อมูลขององค์การอนามัยโลก หรือWHO ระบุว่า เสาสัญญาณมือถือทั่วโลก มีการส่งสัญญาณคลื่น แม่เหล็กไฟฟ้า ประเภทคลื่นความถี่ต่ำ จากการทดสอบแล้ว ไม่พบหลักฐานว่ามีผลกระทบต่อสุขภาพร่างกาย เช่นเดียวกับ คลื่นวิทยุ โทรทัศน์ คลื่นไมโครเวฟ

นอกจากนี้ทางวิศวกรรมเสาสัญญาณ 3จีและ4จี ที่มีการติดตั้งเป็นจำนวนมาก ได้มีการออกแบบโครงข่ายให้ครอบคลุมเพื่อลดกำลังส่งสัญญาณ ซึ่งต่ำกว่า 1 วัตต์ เท่ากับว่า ยิ่งมีเสาสัญญาณโทรศัพท์มือถือมาก โอกาสส่งผลกระทบต่อสุขภาพร่างกายยิ่งลดน้อยลงเช่นกัน โดยทั้งนี้ขอให้ประชาชนมั่นใจว่า อุปกรณ์ที่ใช้ในการส่งสัญญาณทุกชิ้น ผ่านการรับรองตามมาตรฐานการผลิต โดยองค์การอนามัยโลก และสหภาพโทรคมนาคมระหว่างประเทศ ซึ่งมีการใช้งานอยู่ในแทบทุกประเทศทั่วโลก ส่วนของประเทศไทย ยังต้องผ่านการรับรองกสทช.อีกด้วย

ส่วนกรณีที่เสาส่งสัญญาณโทรศัพท์มือถือต้องอยู่ห่างจากบ้านไม่น้อยกว่า 400 เมตร หรือไม่นั้น ไม่ได้มีข้อกำหนดจากหน่วยงานทั้งของในประเทศและต่างประเทศ เนื่องจากมาตรฐานได้กำหนดระดับความแรงไว้ แต่ไม่ได้กำหนดเกี่ยวกับระยะห่างระหว่างเสากับที่อยู่อาศัย

ด้าน นายชัยยุทธ มังศรี ผู้อำนวยการสำนักรับเรื่องร้องเรียนและคุ้มครองผู้บริโภคในกิจการโทรคมนาคม กล่าวว่า ยอมรับว่าเมื่อ 3 จี เข้ามาในอุตสาหกรรมการขยายสถานีฐานจึงจำเป็นต่อผู้ใช้บริการเครือข่าย แต่การติดตั้งเสาสัญญาณเครือข่ายทุกครั้ง กสทช.ได้กำหนดไว้แล้วว่า ต้องเข้าไปทำความเข้าใจต่อชุมชนที่อยู่ในพื้นที่ติดตั้งเสาสัญญาณ โดยเฉพาะในพื้นที่ละเอียดอ่อน อาทิ โรงพยาบาลที่มีผู้ป่วย และสถานที่เลี้ยงเด็ก เพื่อให้มีความเข้าใจตรงกัน รวมทั้งอธิบายการปล่อยสัญญาณคลื่น

ทั้งนี้ หากประชาชนพบว่ามีการตั้งเสาสัญญาณโดยไม่ได้ทำความเข้าใจกับคนในพื้นที่ ขอให้ร้องเรียนเข้ามาที่สำนักงาน กสทช. 1200 หรือตามสำนักงานเขตที่กระจายอยู่ตามภูมิภาคต่าง ๆ ได้ ถือว่าเข้าข่ายผิด พ.ร.บ.วิทยุโทรคมนาคม ซึ่งจะมีผลต่อการพิจารณาใบอนุญาตติดตั้งเสาต่อไปได้

อย่างไรก็ตามเสาสัญญาณโทรศัพท์มือถือ เป็นการกระจายสัญญาณให้ครอบคลุม และเพียงพอต่อการใช้งานในปัจจุบัน หรือแม้กระทั่งใช้ประโยชน์ในการเรียนทางไกล การแพทย์ทางไกล รวมถึงการเข้าถึงข้อมูลข่าวสารและบริการพื้นฐานต่าง ๆ ถือเป็นการยกระดับมาตรฐานคุณภาพชีวิต

กสทช.จะประมูล 4 จี ในช่วงเดือน พ..นี้ จากนั้นการขยายติดตั้งสถานีฐานจะต้องเกิดขึ้นอย่างแน่นอน การเร่งสร้างความเข้าใจจะทำให้เสาสัญญาณกับชุมชนอยู่ร่วมกันได้โดยไม่เกิดปัญหา.

สุรัสวดี สิทธิยศ



คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    0%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

บอกต่อ : 341