อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

ศุกร์ที่ 21 กันยายน 2561

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

ศุกร์ที่ 21 กันยายน 2561

23 กันยายนนี้กลางวันยาวเท่ากับกลางคืน

สถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ (องค์การมหาชน) (สดร.) เผย 23 กันยายน นี้ เป็นวันศารทวิษุวัต เวลากลางวันเท่ากับกลางคืนพอดี นับเป็นวันที่ประเทศทางซีกโลกเหนือเข้าย่างสู่ฤดูใบไม้ร่วง ส่วนซีกโลกใต้เข้าสู่ฤดูใบไม้ผลิ เสาร์ที่ 19 กันยายน 2558 เวลา 02.00 น.

ดร.ศรัณย์  โปษยะจินดา รองผู้อำนวยการสถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติเปิดเผยว่าในวันที่ 23 กันยายน 2558จะเป็นวันที่ดวงอาทิตย์จะขึ้นจากขอบฟ้าทางทิศตะวันออกและตกลับขอบฟ้าทางทิศตะวันตกพอดี ทำให้วันดังกล่าวมีเวลากลางวันยาวเท่ากับกลางคืนหรือเรียกกันว่า “วันศารทวิษุวัต” (สาด-ทะ-วิ-สุ-วัด)(Autumnal Equinox) สำหรับประเทศไทย ในวันที่ 23 กันยายนดวงอาทิตย์ขึ้นเวลาประมาณ 06.07 น. และจะตกลับขอบฟ้าเวลาประมาณ 18.14 น.หลังจากนี้ดวงอาทิตย์จะเคลื่อนที่ลงไปทางใต้เรื่อยๆ และหยุดที่จุดใต้สุดในวันที่22 ธันวาคม เรียกว่า วันเหมายัน (เห-มา-ยัน) (Winter Solstice) จากนั้นจะค่อยๆเคลื่อนที่ขึ้นไปทางเหนืออีกครั้งหนึ่ง

ในหนึ่งปีจะมีวันที่กลางวันและกลางคืนยาวเท่ากันเพียง2 ครั้งเท่านั้น เรียกว่า Equinox  มีรากศัพท์มาจากภาษาละติน2 คำ คือ aequus แปลว่า เท่ากัน และ nox แปลว่ากลางคืน ดังนั้นจึงแปลรวมกันว่า “กลางวันยาวนานเท่ากับกลางคืน” ส่วนไทยเรียกว่า“วิษุวัต” แปลว่า"จุดราตรีเสมอภาค" เกิดในช่วงเริ่มต้นของฤดูใบไม้ผลิและฤดูใบไม้ร่วงจึงเรียกว่า Vernal Equinox (วสันตวิษุวัต) และ AutumnalEquinox (ศารทวิษุวัต)        

                รองผอ. สดร. กล่าวว่า ในแต่ละวันดวงอาทิตย์จะปรากฎในตำแหน่งที่ต่างๆ กันเปลี่ยนตำแหน่งไปประมาณวันละ 1 องศา การที่โลกโคจรรอบดวงอาทิตย์เป็นรูปวงรีทำให้โลกมีระยะห่างจากดวงอาทิตย์ไม่เท่ากันตลอดปีช่วงที่ใกล้ที่สุดประมาณต้นเดือนมกราคม (147 ล้านกิโลเมตร)ช่วงที่ไกลที่สุดประมาณต้นเดือนกรกฎาคม (152 ล้านกิโลเมตร) เมื่อเปรียบเทียบความแตกต่างของของระยะใกล้-ไกลถือเป็นอัตราส่วนที่น้อยมากจึงไม่มีผลต่อการเกิดฤดูกาลแต่อย่างใดแต่การที่แกนโลกเอียง 23.5 องศา เมื่อโลกโคจรรอบดวงอาทิตย์ทำให้ตำแหน่งขั้วโลกเหนือหรือขั้วโลกใต้หันเข้าหาดวงอาทิตย์ส่วนต่างๆของโลกจึงได้รับแสงอาทิตย์ไม่เท่ากัน จึงเป็นส่วนสำคัญที่ทำให้เกิดฤดูกาลต่าง ๆ ใน1 ปี

                     เนื่องจากแกนโลกไม่ได้ตั้งตรงแต่เอียงทำมุม23.5 องศา กับแนวตั้งฉากกับระนาบโคจรของดวงอาทิตย์ ทำให้ระยะเวลา 1 ปีที่โลกโคจรรอบดวงอาทิตย์ เกิดตำแหน่งปรากฏของดวงอาทิตย์ที่สำคัญซึ่งเกี่ยวข้องกับการขึ้น-ตกของดวงอาทิตย์ดังนี้

               1. วันวสันตวิษุวัต(วะ-สัน-ตะ-วิ-สุ- วัด) (Vernal Equinox) ตรงกับวันที่ 21 มี.ค.เป็นวันที่ดวงอาทิตย์ขึ้นทางทิศตะวันออกและตกทางทิศตะวันตกพอดีส่งผลให้ช่วงเวลากลางวันเท่ากับกลางคืนพอดี นับเป็นวันที่ประเทศทางซีกโลกเหนือเข้าย่างสู่ฤดูใบไม้ผลิส่วนซีกโลกใต้เข้าสู่ฤดูใบไม้ร่วง

               2. วันครีษมายัน (ครี-สะ-มา-ยัน) (Summer Solstice) ตรงกับวันที่ 21 มิ.ย. หรือ 22 มิ.ย.เป็นวันที่ดวงอาทิตย์ขึ้นทางทิศตะวันออกเฉียงไปทางเหนือมากที่สุด และตกทางทิศตะวันตกเฉียงไปทางเหนือมากที่สุดส่งผลให้ช่วงเวลากลางวันยาวที่สุดในรอบปี สำหรับประเทศทางซีกโลกเหนือนับเป็นวันที่ย่างเข้าสู่ฤดูร้อนส่วนประเทศทางซีกโลกใต้ช่วงกลางวันจะสั้นที่สุดในรอบปีนับเป็นวันที่ย่างเข้าสู่ฤดูหนาว

               3. วันศารทวิษุวัต(สาด-ทะ-วิ-สุ-วัด) (Autumnal Equinox) ตรงกับวันที่ 23 ก.ย.เป็นวันที่ดวงอาทิตย์ขึ้นทางทิศตะวันออกและตกทางทิศตะวันตกพอดีส่งผลให้ช่วงเวลากลางวันเท่ากับกลางคืนพอดีนับเป็นวันที่ประเทศทางซีกโลกเหนือเข้าย่างสู่ฤดูใบไม้ร่วงส่วนซีกโลกใต้เข้าสู่ฤดูใบไม้ผลิ

               4. วันเหมายัน (เห-มา-ยัน) (WinterSolstice) ตรงกับวันที่ 21 ธ.ค.หรือ 22 ธ.ค.เป็นวันที่ดวงอาทิตย์ขึ้นทางทิศตะวันออกเฉียงไปทางใต้มากที่สุดและตกทางทิศตะวันตกเฉียงไปทางใต้มากที่สุดส่งผลให้ช่วงเวลากลางวันสั้นที่สุดและกลางคืนยาวที่สุดในรอบปีหรือที่คนไทยเรียกว่า“ตะวันอ้อมข้าว” สำหรับประเทศทางซีกโลกเหนือนับเป็นวันที่ย่างเข้าสู่ฤดูหนาวส่วนประเทศทางซีกโลกใต้ ช่วงกลางวันจะยาวที่สุดในรอบปีนับเป็นวันที่ย่างเข้าสู่ฤดูร้อน

 

 

 



คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    0%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

บอกต่อ : 721