อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

จันทร์ที่ 30 พฤศจิกายน 2563

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

จันทร์ที่ 30 พฤศจิกายน 2563

สวทช.เสวนารู้ทันไข้เลือดออกชี้ไม่มีอาการก็แพร่เชื้อได้

สวทช.เร่งพัฒนาเทคโนโลยีรับมือไข้เลือดออก ส่วนวัคซีนฝีมือนักวิจัยไทยต้องรออีก 10ปี เน้นประสิทธิภาพสูง ด้านที่ปรึกษากรมควบคุมโรค เตือนคนรับเชื้อเด็งกี่แม้ไม่ออกอาการ ก็แพร่เชื้อได้ ส่วนคนท้องมีโอกาสถ่ายทอดสู่ลูกได้หากเป็นไข้เลือดออกตอนใกล้คลอด อังคารที่ 24 พฤศจิกายน 2558 เวลา 06.00 น.

วันนี้(24 พย.2558)  ที่กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี  สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ(สวทช.)จัดเสวนาเรื่อง”รู้ทันมหันตภัยร้าย ไข้เลือดออก” เพื่อให้ผู้เข้าร่วมประชุมมีความรู้ความเข้าใจที่ถูกต้องเกี่ยวกับไข้เลือดออกโดยศ.คลินิก(พิเศษ)พญ.สุจิตรา นิมมานนิตย์    ที่ปรึกษากรมควบคุมโรค  กระทรวงสาธารณสุข    เปิดเผยว่า   ไทยมีผู้ป่วยไข้เลือดออกสูงเป็นอันดับ5 ของโลก โดยพบว่ามีการเป็นโรคนี้มาแล้วกว่า 50 ปี และมีครบทั้ง 4 สายพันธุ์ ทำให้มีโอกาสติดเชื้อซ้ำสูง  ทั้งนี้ผู้ที่รับเชื้อเด็งกี่เข้าไปแล้วไม่มีอาการไข้เลือดออก  ก็สามารถเแพร่กระจายโรคสู่คนอื่นได้โดยมียุงลายเป็นพาหะ   ส่วนคนท้องมีโอกาสถ่ายทอดสู่ลูกได้หากเป็นไข้เลือดออกตอนใกล้คลอด  ดังนั้นการกำจัดยุงถือเป็นสิ่งที่ทุกคนสามารถดูแลตัวเองได้ดีที่สุด ส่วนการรักษาที่สำคัญนอกจากแพทย์ต้องวินิจฉัยอย่างรวดเร็วและอย่าใช้ยาโดยไม่จำเป็นเพราะจะเป็นอันตรายต่อตับและไตและทำให้เกิดเลือดออกได้ง่ายแล้วยังต้องมีการติดตามดูแลอย่างใกล้ชิดตลอด24 ชั่วโมงอีกด้วย

ด้านศ.นพ.ประเสริฐ  เอื้อวรากุล  ประธานคลัสเตอร์สุขภาพและการแพทย์สวทช.  เปิดเผยถึงวัคซีนในการป้องกันโรคไข้เลือดออกว่า   วัคซีนตัวแรกที่ถือว่าก้าวหน้าที่สุดในขณะนี้จะเป็นวัคซีนที่พัฒนาโดยบริษัทในต่างประเทศ ผ่านการทดสอบในคนแล้ว  และคาดว่าจะวางจำหน่ายในเร็วๆ นี้   แต่วัคซีนดังกล่าว ซึ่งเป็นรุ่นแรกจะยังมีประสิทธิภาพไม่สูงมากโดยป้องกันได้ประมาณ  60-70 %   โดยเฉพาะกับสายพันธุ์ที่ 2 ซึ่งถือว่าสำคัญมากในประเทศไทย  

“สำหรับประเทศไทย สวทช. ได้ร่วมมือกับมหาวิทยาลัยเชียงใหม่มหาวิทยาลัยมหิดล และหน่วยปฏิบัติการเทคโนโลยีชีวภาพทางการแพทย์ พัฒนาวัคซีนป้องกันไข้เลือดออกขึ้นตั้งแต่ปี2551 โดยใช้เทคโนโลยีพันธุวิศวกรรมตัดต่อยีนเชื้อไวรัสเด็งกี่ทั้ง 4 ชนิดและสร้างไวรัสพันธุ์ผสมที่มีอ่อนฤทธิ์ลง  เพื่อพัฒนาเป็นชุดวัคซีนทดสอบซึ่งเชื่อว่าจะช่วยกระตุ้นให้เกิดการสร้างภูมิคุ้มกันโรคได้เหมือนกับเชื้อในธรรมชาติ  ปัจจุบันถือเป็นวัคซีนในรุ่นที่ 2-3  โดยอยู่ระหว่างการทดสอบกับสัตว์ทดลอง  คาดว่าต้องใช้เวลาอีกกว่า 10  ปี ในการทดสอบความปลอดภัยให้มั่นใจถึงจะนำออกมาใช้ได้  อย่างไรก็ดีเชื่อว่าไม่ช้าเกินไป เพราะโรคไข้เลือดออกจะยังอยู่กับไทยและประเทศเขตร้อนไปอีกนานและไม่ค่อยพบการกลายพันธุ์”ศ.นพ.ประเสริฐ   กล่าว

ศ.นพ.ประเสริฐ  กล่าวอีกว่า  นอกจากนี้สวทช.ยังมีงานวิจัยเกี่ยวกับไข้เลือดออกเชิงรุก  ทั้งการพัฒนาชุดตรวจการติดเชื้อไวรัสเด็งกี่  NS1 แบบรวดเร็วที่มีการนำไปใช้งานทั่วไปตามโรงพยาบาลต่าง ๆ การพัฒนาชีวินทรีย์บีทีไอ เพื่อปราบลูกน้ำยุงลาย โลชั่นแป้งกันยุงที่ทำจากสารสกัดสมุนไพร และการพัฒนาโปรแกรมทันระบาด ซึ่งเป็นชุดซอฟต์แวร์ที่ศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ(เนคเทค)ร่วมกับสำนักระบาดวิทยา พัฒนาขึ้น เพื่อใช้ป้องกันโรคล่วงหน้า และควบคุมเมื่อเกิดโรคโดยจะมีทั้งโปรแกรมเก็บข้อมูลสำรวจลุกน้ำยุงลายผ่านแท็บเล็ต การติดตามสถานการณ์โรคแบบเรียลไทม์การจัดทำรายงานผลการสำรวจและสถานการณ์ระบาด รวมถึงสร้างรายงานตามมุมมองของผู้ใช้ ปัจจุบันนำร่องใช้งานโปรแกรมทันระบาดที่จังหวัดนนทบุรี



คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    0%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

บอกต่อ : 298