อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

เสาร์ที่ 19 ตุลาคม 2562
พิธีราชาภิเษกรัชกาลที่ 10

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

เสาร์ที่ 19 ตุลาคม 2562

เครื่องมือในการจัดการปัญหาน้ำท่วมและน้ำแล้ง

อยากเรียกว่านี่คืออีกหนึ่งความหวังของการบริหารจัดการน้ำเมืองไทย ที่จะตอบโจทย์ในอนาคตได้ทั้งปัญหาน้ำท่วมและน้ำแล้ง ไม่ใช่แก้ปัญหาได้เฉพาะจุด พฤหัสบดีที่ 26 พฤศจิกายน 2558 เวลา 04.05 น.

อยากเรียกว่านี่คืออีกหนึ่งความหวังของการบริหารจัดการน้ำเมืองไทย ที่จะตอบโจทย์ในอนาคตได้ทั้งปัญหาน้ำท่วมและน้ำแล้ง ไม่ใช่แก้ปัญหาได้เฉพาะจุดอย่างที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน

เพราะด้วยสภาพภูมิอากาศที่เปลี่ยนแปลงทั่วโลก ส่งผลกระทบให้เกิดภัยธรรมชาติที่มีแนวโน้มรุนแรงและคาดการณ์ล่วงหน้าได้ยากกว่าอดีตที่ผ่านมา

“ดร.รอยล จิตรดอน” ผู้อำนวยการสถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำและการเกษตร (องค์การมหาชน) หรือ สสนก. กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี บอกว่า ปัจจุบันประเทศไทยในหน้าฝน แม้ฝนจะตกมาก แต่ก็เป็นช่วงสั้น ๆ แถมผิดที่ผิดทาง ขณะที่หน้าแล้งจะยาวนานมากขึ้น ระบบหรือเทคโนโลยีต่าง ๆ ที่ใช้ในการคาดการณ์รวมถึงบริหารจัด การน้ำ จึงต้องมีการปรับตัวเพื่อลดความเสี่ยงและผลกระทบจากภัยพิบัติ

ล่าสุด.. สสนก.ได้เปิดตัวและสัมมนาให้ความรู้กับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เกี่ยวกับ “เครื่องมือในการจัดการปัญหาน้ำท่วมและน้ำแล้ง” ที่ สสนก.ร่วมกับ สมาคมน้ำนานาชาติ (International Water Association-IWA) DHI ประเทศเดนมาร์ก และโครงการสิ่งแวดล้อมแห่งสหประชาชาติ (UNEP) พัฒนาขึ้น

เรียกว่าเป็นเครื่องมือสมัยใหม่ที่เป็นสากลสำหรับบริหารจัดการน้ำท่วมและภัยแล้ง (Flood & Drought Management Tools) โดยได้รับการสนับสนุนงบประมาณจากกองทุนสิ่งแวดล้อมโลก และโครงการสิ่งแวดล้อมแห่งสหประชาชาติ

“ดร.ปิยมาลย์ ศรีสมพร” หัวหน้ากลุ่มงานแบบจำลอง ฝ่ายสารสนเทศทรัพยากรน้ำ สสนก. บอกว่า ระบบนี้ไม่ใช่แบบจำลองหรือโมเดลทางคณิตศาสตร์ แต่เป็นเครื่องมือในการเชื่อมโยงข้อมูลที่เกี่ยวข้อง ทำ ให้เห็นภาพได้หลายมิติ มากขึ้น ซึ่งเดิมแบบจำลองที่ใช้อยู่จะใช้ได้เฉพาะด้านไม่ครอบคลุมปัญหาทั้งระบบ

โดยเป็นการพัฒนาโปรแกรมคอมพิว เตอร์สำหรับสนับสนุนการตัดสินใจ ที่มีเครื่องมือสนับสนุนการวางแผนสำหรับระดับลุ่มน้ำข้ามพรมแดน จนถึงระดับการผลิตน้ำประปา รวมถึงข้อมูลน้ำท่วม ภัยแล้ง จากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง หรือจากแบบจำลองเฉพาะด้านที่ใช้อยู่

มีความยืดหยุ่น สามารถปรับแต่งให้เหมาะสมกับกายภาพและสภาพปัญหาของลุ่มน้ำ รวมทั้งความต้องการของผู้ใช้งาน ที่สำคัญสามารถเชื่อมโยงฐานข้อมูลภูมิอากาศของโลกกับฐานข้อมูลน้ำของประเทศไทยได้

ระยะเวลาโครงการ เริ่มมาตั้งแต่ปี 2557 จนถึงปี 2561

นำร่องทดสอบการใช้งานในพื้นที่ลุ่มน้ำ 3 แห่งคือ ลุ่มน้ำโวลต้า ที่เป็นตัวแทนของลุ่มน้ำที่มีปัญหาการเกิดน้ำท่วมและภัยแล้งแบบไม่ปกติในภูมิภาคที่มีแนวโน้มที่จะเกิดภัยแล้ง ทะเลสาบวิคตอเรีย พื้นที่ลุ่มน้ำที่มีแนวโน้มที่เกิดขึ้นทั้งน้ำท่วมและภัยแล้ง

และลุ่มน้ำเจ้าพระยา ประเทศไทย ที่ดร.รอยล บอกว่า เป็นลุ่มน้ำสำคัญที่หลังจากเกิดอุทกภัยปี 2554 ได้มีการลงทุนและพัฒนาเครื่องมือในการบริหารจัดการ จนเป็นคลังข้อมูลที่ดีแห่งหนึ่งของโลก

ดร.ปิยมาลย์ บอกอีกว่า 1 ปีที่ผ่านมา มีการพัฒนาเครื่องมือต้นแบบจนแล้วเสร็จ ซึ่งต่อจากนี้ไปจะเป็นช่วงของการทดลองใช้งานจริงเพื่อเก็บข้อมูล และนำไปปรับแก้ระบบให้สมบูรณ์เหมาะสมกับประเทศไทย ก่อนขยายผลใช้งานในลุ่มน้ำอื่น ๆ ในภูมิภาค

ซึ่งเป้าหมายต่อไป ดร.รอยล บอกว่า อยู่ระหว่างการเจรจาให้นำไปทดลองใช้งานกับลุ่มน้ำอิรวดี และลุ่มน้ำโขง ซึ่งหากบริหารจัดการได้สำเร็จ จะสร้างความมั่นคงด้านน้ำให้กับทั้งภูมิภาค

จากข้อมูลจำนวนมากที่ไทยเคยมอนิ เตอร์และเก็บมาวิเคราะห์สนับสนุนการตัดสินใจ ต่อจากนี้ไป.. จะถึงเวลาของการใช้เทคโนโลยีสร้างดัชนีชี้วัด ที่จะบอกได้ว่าเมื่อไหร่มีแนวโน้มว่าน้ำจะท่วมหรือน้ำจะแล้ง

ปีหน้า... แม้เครื่องมือนี้ จะยังไม่ถูกนำมาเป็นดัชนีชี้วัด ก็คงสามารถทำนายกันได้แล้วว่า “แล้งชัวร์” และคาดว่าจะแล้งหนักกว่าปีนี้ รวมถึงอาจส่งผลกระทบไปถึงปี 2560 อีกด้วย

อย่างไรก็ดี การนำเทคโนโลยีมาใช้ประโยชน์ถือว่ามีความสำคัญ แต่ที่สำคัญกว่านั้นก็คือความร่วมมือจากทุกภาคส่วนโดยเฉพาะคน ใช้น้ำ ที่จะต้องร่วมกันแก้ไขปัญหาในระยะยาว

สำหรับตอนนี้ ... ช่วยกันประหยัดน้ำดีที่สุด!!!.

นาตยา คชินทร
nattayap.k@gmail.com



คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    0%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

บอกต่อ : 592