อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

จันทร์ที่ 27 มกราคม 2563
พิธีราชาภิเษกรัชกาลที่ 10

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

จันทร์ที่ 27 มกราคม 2563

เศรษฐีไอทีแบบพอเพียง

แม้จะบริจาคถึง 99% แต่เชื่อว่าจะไม่ทำให้คุณมาร์คเขายากจนลงจนอยู่ไม่ได้สักเท่าไร เพราะเขาทยอยบริจาคไปเรื่อย ๆ ตรงนั้นล้านดอลลาร์ ตรงนี้ล้านดอลลาร์ ปีละสักพันล้านดอลลาร์ ศุกร์ที่ 11 ธันวาคม 2558 เวลา 02.42 น.

วันนี้พูดเรื่องเจ้าของกิจการบริษัทไอทียักษ์ใหญ่ระดับแนวหน้าของโลกกันสักหน่อย ข่าวครึกโครมช่วงนี้ย่อมต้องเป็นคุณมาร์ค ซัคเคอร์เบิร์ก (Mark Zuckerberg) เจ้าของเฟซบุ๊ก (Facebook) กิจกรรมขวัญใจคนไทย เขาเพิ่งได้ลูกสาวชื่อแม็กซ์ (Max) จากภรรยาคือ ดร.พริสซีล่า ชาน (Dr.
Priscilla Chan)

แถมเกิดในช่วงที่เขาประชุมเรื่องโลกร้อนที่ฝรั่งเศสเสียด้วย เลยทำให้คุณมาร์คจุดประกาย ประกาศจะผลักดันให้โลกเป็นที่น่าอยู่สำหรับรุ่นลูกของเขา จะบริจาคหุ้นเฟซบุ๊กไปเรื่อย ๆ ตลอดชีวิต รวม 99% โดยตั้งองค์กรใหม่ชื่อ Chan Zuckerberg Initiative มาบริหารเงิน ในชั้นต้นจะสนับสนุนโครงการรักษ์โลกทั้งหลาย เช่น การเรียนรู้ด้วยตนเอง การรักษาโรคภัยไข้เจ็บ และการสร้างความเข้มแข็งแก่ชุมชน อีกทั้งยังไปจับมือกับกลุ่มความร่วมมือการคิดค้นที่สำคัญทางพลังงาน (Breakthrough Energy Coalition) ที่ประกาศตัวในงานประชุมระดับโลกด้านพลังงานที่ปารีส ประเทศฝรั่งเศส นี้ด้วย

ฟังแล้วก็กระทบใจ อดเอามาเขียนวิเคราะห์ไม่ได้

แม้จะบริจาคถึง 99% แต่เชื่อว่าจะไม่ทำให้คุณมาร์คเขายากจนลงจนอยู่ไม่ได้สักเท่าไร เพราะเขาทยอยบริจาคไปเรื่อย ๆ ตรงนั้นล้านดอลลาร์ ตรงนี้ล้านดอลลาร์ ปีละสักพันล้านดอลลาร์ คาดกันว่าเขามีหุ้นอยู่ที่ราวสี่หมื่นห้าพันล้านดอลลาร์ ($ 45,000,000,000) ดังนั้น กว่าจะบริจาคครบ 99% ดอกเบี้ยและค่าครองชีพคงเพิ่มตัวเลขนี้ขึ้นไปอีก แต่หากไม่คิดตรงนั้น ก็จะเหลือเป็นเงินก้นถุงและเป็นมรดกให้ลูกอีก 1% ก็คือราวสี่ร้อยห้าสิบล้านดอลลาร์ ($ 450,000,000) ถ้าลูกสาวใช้ปีละสิบล้านดอลลาร์ ก็ใช้ไปได้ 45 ปีทีเดียว เดือนละสามสิบล้านบาท ซื้อรถหรูได้สามคัน สองปีรถท่วมบ้านไปเลย

สังเกตว่าคุณมาร์คนั้นอายุเพียง 31 ปี ส่วนภรรยานั้นอายุเพียง 30 ปีเท่านั้น ทำเอาผมอายุ 62 อดอายไม่ได้ แต่ไม่เป็นไร ถ้ามีเงินเท่าเขาก็จะบริจาคเหมือนกันนะครับ เพราะเพียงแค่ 1% ก็เหลือใช้อีกตั้งเกือบหมื่นสี่พันล้านบาททีเดียว

คุณบิลล์ เกตส์ (Bill Gates) อายุ 60 ปี เจ้าของบริษัทไมโครซอฟท์อันยิ่งใหญ่ ก็เป็นอีกคนที่น่าสนใจ เขามีค่าตัวอยู่ราวแปดหมื่นห้าพันล้านดอลลาร์ ($ 85,000,000,000) แม้จะเป็นเศรษฐีอันดับหนึ่งของโลกในขณะนี้ แต่กลับตั้งมูลนิธิ Bill & Melinda Gates Foundation และวางแผนเพื่อบริจาคทรัพย์สินให้ได้ 95%

เอาล่ะ เรามิพักต้องไปเท้าความถึงว่าเศรษฐีเหล่านี้เขารวยมาได้อย่างไร รู้แต่ว่าเขาทำด้านไอทีที่เปลี่ยนโลก ก็เรียกว่าอาชีพสุจริตน่ะนะ เพียงแต่ฉลาดกว่าพวกเราสักล้านเท่าเท่านั้นเอง ฮ่าฮ่า อย่างไรก็ตาม พวกเขามิใช่พวกที่จะกอดเงินเข้าโลง หรือสั่งสมไว้ให้ชาติตระกูลและลูกหลาน สุมกองเป็นกงสีมหึมาอย่างเศรษฐีทั่วไปแต่เพียงอย่างเดียว แต่พยายามมองไปไกลกว่าปลายจมูก คิดถึงผู้คนทั่วโลกที่ยากจนข้นแค้น คิดถึงอนาคตและผู้คนรุ่นถัดไป หันไปหันมาไม่รู้จะทำอะไรก็เอาเงินมหาศาลของตนนี่แหละ ถมเข้าไปจุนเจือสมองคนเก่ง ๆ ให้คิดผลงานที่จะมารักษ์โลกกันได้

ข้อสังเกตของเรื่องนี้คือ เศษเงิน 1% ที่คุณมาร์คเหลือไว้ให้ตัวเองกับครอบครัวนั้นก็ไม่ใช่น้อย เกือบหมื่นห้าพันล้านบาททีเดียว หากใช้จ่ายอย่างสมเหตุสมผล และผมดูว่าคุณมาร์คเขาก็เป็นคนมีการศึกษาที่ดี แต่งตัวสบาย ๆ ทั้งสามีและภรรยาไม่ดูฟุ้งเฟ้อแบบเศรษฐีทั่วไป เงินจำนวนนี้กินใช้ไม่หมดอยู่แล้วแหละครับ ฝากธนาคารกินแต่ดอกแค่ 1% ต่อปีก็ยังได้ ปีหนึ่ง ๆ ได้ดอกเบี้ยราวร้อยห้าสิบล้านบาท ตกเดือนละสิบล้านบาท

อย่างนี้แหละครับที่น่าจะเรียกว่า “เศรษฐกิจพอเพียง” ได้อย่างเต็มปากเต็มคำ เพราะ “พอเพียง” ไม่ใช่ต้องมัธยัสถ์ เงินน้อย ๆ กระเบียดกระเสียร เศรษฐีก็พอเพียงได้ในระดับของเขาอยู่ที่ “ไม่เบียดเบียนใคร” ตามพระราชดำรัสของในหลวงมากกว่า แถมเงินส่วนที่เหลือ 99% อันเหลือจะคณานับ ยังนำไปใช้ให้เป็นประโยชน์ต่อโลกต่อผู้คนอีกด้วย ไม่ใช่แค่ซื้อเรือยอชท์ ซื้อเครื่องบิน หรือซื้อทีมฟุตบอล

ผมหวังว่าในเทศกาลวันพ่อหลวงของเรานี้ คุณพ่อหมาด ๆ อย่างคุณมาร์คจะเป็นตัวอย่างที่ดีให้เศรษฐีไทยดำเนินรอยตาม ไม่ใช่เอาแต่เที่ยวต่างประเทศ ไปชอปปิงสินค้าแบรนด์เนม อวดมั่งอวดมีกันอย่างไม่ลืมหูลืมตา แถมยังเบียดเบียนและดูแคลนผู้คนและสังคมอยู่ร่ำไป

ไอทีนั้นไฮเทคมาก แต่เศรษฐีไอทีไฮเทคก็ยังยึดหลักเศรษฐกิจพอเพียงได้ แล้วทำไมเศรษฐีที่ดิน เศรษฐีโชห่วย หรือเศรษฐีหุ้นในบ้านเราจึงจะทำไม่ได้เล่าครับ.

ดร.ยรรยง เต็งอำนวย
(เกษียณราชการ) ภาควิชาวิศวกรรมคอมพิวเตอร์
คณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
Yunyong.T@gmail.com



คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    0%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

บอกต่อ : 525