อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

จันทร์ที่ 21 พฤษภาคม 2561

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

จันทร์ที่ 21 พฤษภาคม 2561
×
เลือกจัดหน้าของคุณ

ประกาศผล2 สุดยอดนวัตกรรมข้าวไทย 2559

มูลนิธิข้าวไทย ฯ จับมือ สนช. ประกาศผลรางวัลนวัตกรรมข้าวไทยประจำปี 2559 โดยขี้เถ้าแกลบชะลอการสุกของผลไม้และไรซ์เบอร์รี่ ช็อคโกครัน  คว้า 2 สุดยอดนวัตกรรมข้าวไทยปีนี้ จันทร์ที่ 3 ตุลาคม 2559 เวลา 19.41 น.

วันนี้ (3 ตค.59) ที่โรงแรมเซ็นทารา  แกรนด์  แอท เซ็นทรัลพลาซ่า ลาดพร้าว มูลนิธิข้าวไทย  ในพระบรมราชูปถัมป์และสำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ(องค์การมหาชน) หรือสนช. แถลงข่าวประกาศผลการตัดสินรางวัลนวัตกรรมข้าวไทย ประจำปี 2559  โดย ดร.สุเมธ  ตันติเวชกุล ประธานมูลนิธิข้าวไทย ฯ เปิดเผยว่า   มูลนิธิ ฯจัดงานนี้ขึ้นเป็นปีที่ 10 เพื่อกระตุ้นและส่งเสริมให้เกิดการพัฒนานวัตกรรมในอุตสาหกรรมข้าวของประเทศไทยตลอดทั้งห่วงโซ่ ตั้งแต่เกษตรกรผู้ปลูกข้าวไปจนถึงระดับอุตสาหกรรมการแปรรูปผลิตภัณฑ์ ซึ่งเป็นเรื่องที่น่ายินดีที่มีโครงการส่งเข้าประกวดเพิ่มมากขึ้นอย่างต่อเนื่องในแต่ละปี  โดยปีนี้มีส่งเข้าประกวดทั้งสิ้น 57 โครงการ    แบ่งเป็นระดับอุตสาหกรรม และระดับวิสาหกิจชุมชน  การตัดสินอาศัยเกณฑ์การพิจารณา 4 ด้าน ได้แก่ ความเป็นนวัตกรรม สร้างมูลค่าเพิ่มแก่ข้าวไทย มีศักยภาพในการพัฒนาสู่เชิงพาณิชย์ และผลประโยชน์ที่ได้รับทางสังคม เศรษฐกิจและสิ่งแวดล้อม

ทั้งนี้ผลการตัดสินผู้ได้รับรางวัลชนะเลิศ นวัตกรรมข้าวไทย ปี 2559 ในระดับอุตสาหกรรม   คือ ขี้เถ้าแกลบเสริมฤทธิ์การชะลอการสุกของผลไม้ (AntiRipening Pack)   ผลงานของ ดร.กิตติ   เมืองตุ้ม  จากอุทยานวิทยาศาสตร์ภาคเหนือ มหาวิทยาลัยราชภัฏอุตรดิตถ์  ร่วมกับบริษัท โรงสีข้าว ต.ประเสริฐ อุตรดิตถ์  จำกัด  

ดร.กิตติ    กล่าวว่า  ผลิตภัณฑ์ดังกล่าวเป็นการปรับปรุงคุณสมบัติความเป็นรูพรุนของขี้เถ้าแกลบ โดยการใช้สาร Glycerol เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการจับสารในรูพรุน และการใช้สารที่สามารถกักเก็บได้ในรูพรุนขี้เถ้าแกลบ คือสารเคมีในกลุ่ม KMnO4และ Propylene glycol เพื่อประโยชน์ในการทำให้ชะลอการสุกของผลไม้ได้  โดยจากการศึกษาสามารถ ชะลอการสุกของกล้วยหอมได้ 2 สัปดาห์ ชะลอการสุกของทุเรียนได้ 2 สัปดาห์ และชะลอการสุกของลางสาดได้1 สัปดาห์ โดยต้นทุนการผลิตอยู่ที่ 15 บาทต่อ 1 กิโลกรัม  สามารถสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับขี้เถ้าแกลบประมาณ10 เท่า  กลุ่มเป้าหมายหลักคือกลุ่มผู้ส่งออกผลไม้ และเกษตรกร รวมทั้งการส่งจำหน่ายปลีกตามห้างและร้านค้าปลีก เพื่อกลุ่มผู้บริโภคผลไม้ ที่ต้องการเก็บผลไม้ไว้ได้นานโดยไม่ใส่ตู้เย็น

ส่วนรางวัลชนะเลิศ ในระดับวิสาหกิจชุมชน  คือ “ไรซ์เบอร์รี่ช็อคโกครัน” อาหารเช้าจากข้าวไทย  ของวิสาหกิจชุมชน บ้านท่าทอง อ.เมือง จ.พิษณุโลก  โดยนางสาวพิมพ์พิชชา อินทะจันทร์ กล่าวว่า เป็นผลิตภัณฑ์อาหารเช้าจากข้าวไรซ์เบอร์รี่ จากการนำข้าวไรซ์เบอร์รี่มาผ่านกระบวนการให้ความร้อนทำให้เกิดกระบวนการเจลาติไนซ์ ด้วยปริมาณอะไมโลสสูงทำให้เม็ดข้าวแยกตัวออกจากกัน จากนั้นนำไปลดความชื้นและอบให้เกิดการพองตัว แล้วนำไปเคลือบผิวด้วยช็อคโกแลตเพื่อรักษาความกรอบของผลิตภัณฑ์ต้นทุนการผลิตอยู่ที่ 18 บาท / ซอง (60 กรัม) ราคาจำหน่าย 35 บาท/ซอง (60 กรัม) สร้างมูลค่าเพิ่มให้กับข้าวไรซ์เบอร์รี่ 10 เท่า

นอกจากนี้  โครงการ  GREENMOM VEGETABLE & FRUIT WASHING LIQUID  ของนางสาวปิยมาศ  บุญชื่น และ นางสาวสุภัธตรา อารีย์พงศา  จากบริษัท สยามเนเชอรัล โปรดักซ์ จำกัด   ได้รับรางวัลที่ 2 ในระดับอุตสาหกรรม โดยเป็นนวัตกรรมด้านการผลิตน้ำยาล้างผักและผลไม้ ที่ปราศจากสารเคมี  มีประสิทธิภาพในการชำระล้างได้ดี และมีความปลอดภัยสูงเนื่องจากผลิตจากน้ำมันรำข้าวด่างธรรมชาติ และน้ำเปล่า ไม่มีสารกันเสีย และสารเคมีอื่นๆ ตกค้าง สร้างมูลค่าเพิ่มให้กับข้าวประมาณ 6เท่า

ส่วนรางวัลชมเชยในระดับอุตสาหกรรมมี 2 รางวัลคือ เครื่องดื่มไรซ์เบอร์รี่ไซเดอร์ (READY TO DRINK RICEBERRY CIDER)ของ บริษัท ลณิชา อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด   ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์น้ำส้มสายชูหมักพร้อมดื่มจากข้าวไรซ์เบอร์รี่  ที่สร้างมูลค่าเพิ่มให้กับข้าวไรซ์เบอร์รี่ 35 เท่า  และ “ริคคาดี้” ทอฟฟี่จากรำข้าวโปรตีนสูง ของ ห้างหุ้นส่วนจำกัด ลูกจงรัก 

ด้านดร. พันธุ์อาจ   ชัยรัตน์ ผู้อำนวยการ สนช. กล่าวว่า ที่ผ่านมา สนช. ได้วางแนวทางการดำเนินงานและเป้าหมายที่จะยกระดับข้าวในเชิงพาณิชย์ “ข้าวไทย” จะไม่ได้เป็นเพียงสินค้าโภคภัณฑ์เท่านั้น แต่จะเป็นสินค้าเฉพาะที่มีมูลค่าเพิ่มสูงมาก และสอดคล้องกับความต้องการของตลาด โดยเฉพาะผลิตภัณฑ์แปรรูปในกลุ่มอาหารสุขภาพ อาหารเพื่อความสะดวกสบาย และผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพและยา ซึ่งยุทธศาสตร์นวัตกรรมข้าวของ สนช. ได้ถูกบรรจุอยู่ในยุทธศาสตร์ข้าวไทยปี 2560 – 2563 ที่จัดทำโดยกรมการค้าภายใน กระทรวงพาณิชย์ เพื่อยกระดับความสามารถในการแข่งขันด้านข้าวของประเทศไทยให้ก้าวสูงขึ้น ด้วยการพัฒนาธุรกิจใหม่บนฐานความรู้ และการใช้นโยบายนวัตกรรมข้าวไทยในเชิงรุกผ่านการสนับสนุนโครงการนวัตกรรมของ สนช. ซึ่งกว่า 10 ปีที่ผ่านมา สนช. ได้ให้การสนับสนุนผู้ประกอบการไทยที่ทำนวัตกรรมจากข้าวไปแล้ว จำนวน 56 โครงการ มูลค่าการสนับสนุนประมาณ 60 ล้านบาท ก่อให้เกิดการลงทุนรวมกว่า 400 ล้านบาท



 

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    100%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

ความคิดเห็น

บอกต่อ : 34