อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พฤหัสบดีที่ 18 ตุลาคม 2561

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พฤหัสบดีที่ 18 ตุลาคม 2561

แอพHorganiceคว้าแชมป์สตาร์ทอัพภาคเหนือ

กระทรวงวิทย์เปิดงานสตาร์ทอัพไทยแลนด์ 2017 ภาคเหนือ ชูเมืองอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ "อรรชกา”ตั้งเป้าเพิ่มสตาร์ทอัพ 1200 รายภายใน 3 ปี ส่วนแอพHorganiceคว้าแชมป์สตาร์ทอัพภาคเหนือ ศุกร์ที่ 23 มิถุนายน 2560 เวลา 22.31 น.


วันนี้(23มิย.60)ที่หอนิทรรศการศิลปวัฒนธรรม มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ 
กระทรวงวิทยาศาสตร์เทคโนโลยีและเทคโนโลยี   จัดงาน Startup Thailand  2017  ภาคเหนือ  ภายใต้แนวคิด “Creative Valley” โดย ดร.อรรชกา    สีบุญเรือง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์ฯเป็นประธานในพิธีเปิด
ดร.อรรชกา กล่าวว่า การจัดงานครั้งนี้เพื่อย้ำถึงความมุ่งมั่นและตั้งใจของรัฐบาลในการขับเคลื่อนและบ่มเพาะ “นักรบเศรษฐกิจใหม่” เป็นการปรับโครงสร้างเศรษฐกิจและสังคมของประเทศไปสู่ไทยแลนด์ 4.0 ตลอดจนเป็นการสร้างความต่อเนื่องของกิจกรรมดังกล่าวให้นำไปสู่การเปลี่ยนแปลงในทางปฏิบัติอย่างแท้จริง

กระทรวงวิทยาศาสตร์ฯ จึงได้จัดงาน Startup Thailand 2017  ขึ้นเป็นปีที่2 และมีการจัดใน 4 ภูมิภาคทั่วประเทศ เพื่อกระจายโอกาสให้คนไทยได้เห็นถึงพลังของประชาคมสตาร์ทอัพที่นำไอเดียผนวกกับเทคโนโลยีมาสร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจ รวมถึงมาตรการสนับสนุนต่างๆ จากภาครัฐและเอกชนที่พร้อมให้การบริการอย่างเต็มที่ในงาน

ดร.อรรชกา กล่าวว่าสำหรับ ภาคเหนือถือเป็นอีกหนึ่งภูมิภาคที่มีความสำคัญและมีศักยภาพในการพัฒนาเป็นเขตเศรษฐกิจชั้นนำของอาเซียน  และจังหวัดเชียงใหม่ยังเป็นศูนย์กลางของภาคเหนือทั้งทางด้านเศรษฐกิจ การศึกษา การแพทย์ และมีความเป็นเอกลักษณ์ทั้งทางด้านศิลปวัฒนธรรม อาหาร วิถีชีวิต และในปัจจุบัน “เชียงใหม่…เมืองสร้างสรรค์” (Creative Chiang Mai) ได้รับการพัฒนาและสนับสนุน ให้เป็นเมืองแห่งศูนย์กลางของอุตสาหกรรมเชิงสร้างสรรค์ ความสร้างสรรค์และนวัตกรรม ที่ส่งผลต่อเศรษฐกิจและการพัฒนาทางด้านสังคม อันนำไปสู่การพัฒนาท้องถิ่นอย่างยั่งยืน

ทั้งนี้พื้นที่เชียงใหม่และภูมิภาคนี้ยังเป็นพื้นที่ที่มีสตาร์ทอัพรุ่นใหม่ เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วและมีจำนวนเพิ่มมากขึ้นอย่างเห็นได้ชัด สตาร์ทอัพจำนวนมากมีแนวความคิดสร้างสรรค์เป็นพลังสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจให้เจริญเติบโตอย่างก้าวกระโดด มีความเป็นสากล สามารถเติบโตออกไปสู่ตลาดโลกได้ ขณะเดียวกันยังมีสตาร์ทอัพอีกหลายรายที่ขาดการประยุกต์ใช้วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรม เพื่อสร้างธุรกิจ การจัดงาน Startup Thailand 2017ที่จังหวัดเชียงใหม่ ครั้งนี้ จะเป็นกลไกหนึ่งในการสนับสนุนกลุ่มสตาร์ทอัพในสาขาต่างๆ  และช่วยเสริมความสมบูรณ์ของ Startup Ecosystem ในภูมิภาคนี้
 

“กระทรวงวิทยาศาสตร์ฯ ได้ตั้งเป้าหมายการพัฒนาสตาร์ทอัพไว้ภายในระยะเวลา 3 ปี จะสามารถเพิ่มจำนวนสตาร์ทอัพ ได้ 400 รายต่อปี สามารถสร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจได้ 1,600 ล้านบาท ภายใน 5 ปี และเกิดการจ้างงานในกลุ่มสตาร์ทอัพ 4,000 คนต่อปี นอกจากนี้ เพื่อส่งเสริมการพัฒนาอุตสาหกรรม โดยเฉพาะใน 9 กลุ่มอุตสาหกรรมเป้าหมาย ที่ถือเป็น New Engine of Growth ในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจเพื่ออนาคต” ดร.อรรชกากล่าว


ด้านรองศาสตราจารย์สรนิต ศิลธรรม ปลัดกระทรวงวิทยาศาสตร์ ฯ กล่าวว่า การจัดงานครั้งนี้แสดงความพร้อมของประเทศไทยที่จะเป็นสะพานเชื่อมโยงความร่วมมือการพัฒนาวิสาหกิจเริ่มต้นในอาเซียน และความพร้อมของภูมิภาคอาเซียน ในการเป็นภูมิภาคชั้นนำในการพัฒนาวิสาหกิจเริ่มต้น อีกทั้งเป็นแสดงจุดยืนและความมุ่งมั่นของประเทศไทยในการก้าวสู่การเป็นประเทศเศรษฐกิจ  ฐานวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรมส่งเสริม และสร้างแรงบันดาลใจแก่ผู้ประกอบการธุรกิจเทคโนโลยีรุ่นใหม่ที่มีศักยภาพในการขยายธุรกิจและสร้างตลาดใหม่ให้สามารถเติบโตอย่างก้าวกระโดด

สำหรับกิจกรรมสำคัญภายในงาน ตลอด 2 วันได้แก่ Conference & Seminar: พบ กูรู และผู้เชี่ยวชาญด้านธุรกิจสตาร์ทอัพมาร่วมถ่ายทอดประสบการณ์แลกเปลี่ยนความรู้  Startup Showcase : การรวมตัวของเหล่าสตาร์ทอัพ มานำเสนอผลงานนวัตกรรม แนวคิด และการบริการที่สร้างสรรค์  Startup Ecosystem Showcase นิทรรศการที่รวบรวมกลุ่มผู้สนับสนุนทางธุรกิจภาคเอกชน นักลงทุน มหาวิทยาลัย และหน่วยสนับสนุน Startup Government Support : รวมบริการจากภาครัฐ เพื่อการสนับสนุนและการต่อยอดทางธุรกิจของสตาร์ทอัพ  และ Pitching Challenge:  กิจกรรมที่ค้นหาสุดยอดสตาร์ทอัพจากเวที Startup Thailand ภาคเหนือ โดยที่เชียงใหม่มีทีม Startup Thailand Pitching Challenge เข้าร่วมแข่งขันทั้งสิ้น 11 ทีม  ซึ่งผลคัดเลือกปรากฎว่าทีม Horganice คว้าแชมป์สตาร์ทอัพภาคเหนือเป็นตัวแทนเข้ารอบชิงชนะเลิศระดับประเทศโดย Horganiceเป็น แอพพลิเคชั่นที่ยกระดับการใช้ชีวิตหอพักให้ทันสมัย ผู้เช่าสามารถตรวจสอบค่าเช่าออนไลน์ แจ้งชำระเงิน วิเคราะห์ค่าเช่าและติดตามข่าวสารหอพักได้แบบเรียลไทม์
ส่วนรางวัลที่สองคือทีมCookly  ที่ให้บริการจองกิจกรรมทำอาหารในแต่ละประเทศทั่วโลกและอันดับสามคือทีมจับจ่าย ฟอร์สคูล ระบบตรวจสอบรายชื่อนักเรียนและซื้อสินค้าในโรงเรียนผ่านลายนิ้วมือ

 นอกจากนี้ในงานยังมีการจัดการแข่งขัน Startup Thailand League ซึ่งเป็นการแข่งขันการประกวดโมเดลทางธุรกิจของนักศึกษามหาวิทยาลัย สำหรับที่เชียงใหม่มีการแข่งขันทั้งหมด โดยที่เชียงใหม่มีมหาวิทยาลัยส่งนักศึกษาเข้าร่วมแข่งขันทั้งสิ้น 50 ทีมและจะคัดผู้ชนะเลิศจากทั้ง 4 ภาคมาแข่งขันรอบชิงชนะเลิศในวันที่ 9 กรกฎาคม ณ ศูนย์ประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ กรุงเทพฯ เช่นเดียวกัน กับทีมชนะเลิศระดับสตาร์ทอัพ

ด้านนายประจวบ กันธิยะ รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ กล่าวว่า หลังจากงาน Startup Thailand ในปีที่ผ่านมา ได้ก่อให้เกิดกระแสตื่นตัวเรื่องสตาร์ทอัพอย่างต่อเนื่อง ส่งผลต่อการเติบโตของ Startup Ecosystem ของภาคเหนือเป็นอย่างมาก ซึ่งจังหวัดเชียงใหม่เป็นเมืองที่มีความสวยงามทางวัฒนธรรม ผู้คนมีเสน่ห์ อัธยาศัยดีมีน้ำใจ เป็นแหล่งรวมงานศิลปะ หัตถกรรมและวัฒนธรรมที่ล้ำค่า อีกทั้งยังเป็นเมืองน่าอยู่และปลอดภัย มีสาธารณูปโภคสะดวกสบาย ค่าครองชีพไม่สูงมากนัก นอกจากนั้นยังมีการพัฒนาด้านการแพทย์และเทคโนโลยี การบริการที่พัก อสังหาริมทรัพย์  รวมถึงการศึกษาที่มีคุณภาพ  ทำให้ปัจจุบันมีกลุ่มชาวต่างชาติเข้ามาอยู่อาศัยแบบระยะยาว (Long Stay) มากขึ้น อันดับหนึ่งได้แก่ ประเทศญี่ปุ่น ตามมาด้วยสหรัฐอเมริกา อังกฤษ ออสเตรเลีย เยอรมนี แคนนาดา และเนเธอร์แลนด์ รวมกว่า 20,000 คน”   ด้วยความพร้อมในทุกๆ ด้าน เชียงใหม่พร้อมเป็นเขตเศรษฐกิจพิเศษและเป็นศูนย์กลางความคิดสร้างสรรค์ พร้อมเป็นเมืองที่จะก่อให้เกิดการลงทุน การสร้างงานสร้างโอกาสได้อย่างแน่นอน
 

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    0%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

บอกต่อ : 305