อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พฤหัสบดีที่ 21 กันยายน 2560

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พฤหัสบดีที่ 21 กันยายน 2560
×
เลือกจัดหน้าของคุณ

"เอซุส"เปิดเซนโฟน 4 ดึง"กงยู"เป็นแบรนด์แอมบาสเดอร์

เอซุส จัดชุดใหญ่ เปิดตัว สมาร์ทโฟน เซนโฟน 4 ใน 3 ซี่รี่ย์ 6 รุ่น แต่ละรุ่นมีจุดเด่นที่แตกต่าง จับกลุ่มแต่ละเซ็กเมนท์ เรื่องกล้อง การถ่ายเซลฟี่ และ แบตพันธุ์ฮึด ดึง กงยู ซูปเปอร์สตาร์แดนโสมเป็นแบรนด์แอมบาสเดอร์ครั้งแรก พฤหัสบดีที่ 17 สิงหาคม 2560 เวลา 21.26 น.



วันนี้(17 ส.ค.) ที่เมืองไทเป ประเทศไต้หวัน บริษัท เอซุสเทค คอมพิวเตอร์ อินคอปเปอเรชั่น ได้จัดงานแถลงข่าว วี เลิฟ โฟโต้(We Love Photo) เปิดตัวสมาร์ทโฟน เอซุส เซนโฟน 4  (ZenFone 4) อย่างเป็นทางการครั้งแรก
 
โดยนายจอห์นนี่ ชิห์ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท เอซุส กล่าวว่า เอซุส เซนโฟน 4  ถือเป็นสมาร์ทโฟนที่น่าจับตามองมากที่สุดในปีนี้ โดยเป็นสมาร์ทโฟนซี่รี่ย์แรกของเอซุสที่เป็นกล้องคู่ ทั้งกล้องคู่หน้า และคู่หลัง แตกต่างกันไปตามแต่ละรุ่น เพื่อให้ผู้ใช้งานได้รับประสบการณ์ที่ดีที่สุดในทุกโอกาสกับภาพถ่ายที่ดีที่สุด ไม่ว่าจะใกล้หรือไกลและแสงจะน้อยมากแค่ไหนก็ตาม ซึ่งแต่ละซี่รี่ย์ ก็จะสามารถตอบสนองความต้องการของผู้ใช่งานแต่ละเซ็กเม้นท์ได้นอกจากนี้เอซุสยังได้ กงยู ซูเปอร์สตาร์จากเกาหลีใต้ มาเป็นแอมบาสเดอร์คนใหม่ และให้เกียรติมาร่วมในงานเปิดตัว เอซุส เซนโฟน 4  ในวันนี้ด้วย
 

 
สำหรับสมาร์ทโฟน เอซุส เซนโฟน 4  จะประกอบไปด้วย 3 ซี่รี่ย์ 6  รุ่น  คือ  เซนโฟน 4 โปร ,  เซนโฟน 4 ,  เซนโฟน 4 เซลฟี่โปร , เซนโฟน 4 เซลฟี่  และ เซนโฟน 4 แมกซ์โปร และเซนโฟน 4 แมกซ์
 
 
ด้านนายณอห์ณ แชง หัวหน้าฝ่ายจัดการผลิตภัณฑ์ ประจำภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก  กล่าวว่า สมาร์ทโฟนรุ่นนี้ถือเป็นการปฎิวัติในเรื่องการถ่ายภาพ ได้พัฒนาให้ดีกว่ารุ่นก่อนๆ เพราะพฤติกรรมการใช้งานของผู้บริโภคต่อไปจะมีการแชร์ภาพผ่านโซเซียลมีเดียมากยิ่งขึ้น ยอกจากนี้ยังครอบคลุมทุกเซ็กเม้นท์ความต้องการของลูกค้า ที่มีจุดเด่นด้านต่าง ๆ ทั้งการเซลฟี่ และ แบตเตอรรี่ที่ใช้งานยาวนานมากขึ้น ฯลฯ



 
 
“เซนโฟน 4 ที่เปิด 3 รุ่นเน้นเรื่องรูปภาพเป็นหลัก จุดเด่น กล้องหลังเลนส์คู่ เลนส์ด้านหลังเป็นเลนส์ซูม และเลนส์ถ่ายภาพมุมกว้าง มีเซ็นเซอร์ที่ให้สีธรรมชาติ ขณะที่เซนโฟน 4 เซลฟี่ มี 2 รุ่น พร้อมกล้องหน้าเลนส์คู่  ขณะที่อีกรุ่น คือ เซนโฟน 4 แมกซ์โปร และเซนโฟน 4 แมกซ์ มีจุดเด่น กล้องหลังคู่ แบตเตอรี่ที่ใช้งานยาวนานด้วยความจุสูง  เหมาะสำหรับคนที่ชอบท่องเที่ยวถ่ายภาพ ไม่ต้องกลัวเรื่องแบตเตอรี่หมด และสามารถใช้งานเป็นเพาเวอร์แบงก์ หรือแบตสำรองได้ด้วย”
 
 
ทั้งนี้ทุกรุ่นจะนำมาวางจำหน่ายในไทย  โดยมีกำหนดการวางจำหน่ายอย่างไม่เป็นทางการ คือ วันที่ 25  ส.ค. รุ่น เซนโฟน 4   แมกซ์โปร  และ เซนโฟน 4   เซลฟี่  วันที่ 12 ก.ย. รุ่น เซนโฟน 4   แมกซ์  และ  เซนโฟน 4  เซลฟี่โปร และอีก  2  รุ่น คือ เซนโฟน 4  โปร และ เซนโฟน 4   คาดว่าจะเริ่มวางขายวันที่ 28 ก.ย. ในงานไทยแลนด์ โมบาย เอ็กโปร 2017


นายณอห์ณ แชง กล่าวต่อว่า เอซุส ได้วางตำแหน่ง เซนโฟน 4  ให้เป็นสมาร์ทโฟน ที่มีคุณภาพในเรื่องกล้องถ่ายรูป ที่พัฒนากล้องออกมาให้ดียิ่งขึ้นกว่าแบรนด์อื่นๆที่มีอยู่ในตลาด พร้อมนำนวัตกรรมต่างๆใส่เข้าไป เช่น เซนเซอร์  การจับภาพเครื่องไหว และ ถ่ายภาพที่สีสวยงามเป็นธรรมชาติมมากขึ้นด้วยเทคโนโลยีที่เอซุสพัฒนาขึ้นเอง เช่น เทคโนโลยี ASUS SuperPixel™ Engine ที่ช่วยให้ผู้ใช้สามารถถ่ายภาพเซลฟี่ ในที่แสงน้อยได้สว่างมากขึ้นกว่าเดิมถึงสองเท่า ฯลฯ
 
 
สำหรับการสื่อสารถึงผู้บริโภคนั้น จะใช้แบรนด์ แอมบาสเดอร์ คือ กงยู ซึ่่งมีบุคคลิพภาพที่เหมาะกับผลิตภัณฑ์ โดยจะเป็นแบรนด์ แอมบาสเดอร์ ใน 7  ประเทศ ภูมิภาค แปซิฟิค ซึ่งถือเป็นครั้งแรกที่เอซุสใช้แบรนด์แอมบาสครั้งแรกในระดับภูมิภาค
 
 
“ตลาดไทย ถือเป็นตลาดที่ใหญ่อันดับ 2-3 ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้  โดยอันดับที่ 1 คือ  อินโดนีเซีย แต่ตลาดไทยถือว่ามีคู่แข่งเยอะ และมีสินค้าใหม่ๆ ออกสู่ตลาดอย่างต่อเนื่อง”
 
ทั้งนี้ปัจจุบันเอซุสมีส่วนแบ่งการตลาดประมาณ 3-5%  อยู่อันดับที่ 6-8 ของตลาด หวังว่าจากการเปิดตัวเซนโฟน 4 แล้ว จะช่วยเพิ่มส่วนแบ่งทางการตลาดเป็น 8-10%    ภายใน  6 เดือน และขึ้นไปอยู่อันดับ 4 ในตลาดได้อย่างแน่นนอน  เนื่องจากกสมาร์ทโฟนเปลี่ยนแปลงเร็วทุก 6 เดือน อย่างไรก็ตามในเรื่องงบการตลาด ทางเอซุสไม่เน้นเรื่องตัวเลขงบการตลาด แต่ จะเน้นการให้ความรู้เรื่องจุดเด่นของผลิตภัณฑ์

 
 



สำหรับสเปก ของ เซนโฟน 4 โปร (ZenFone 4 Pro)  สามารถซูม 10 เท่า และความไวแสง 8 เท่า ที่มาพร้อม RAM 6GB กล้องคู่หลัง ขนาด 16 ล้านพิกเซล ถ่ายหน้าชัดหลังเบลอได้ และมี ระบบป้องกันความสั่นระหว่างถ่ายภาพ (OIS)  ซีพียู Qualcomm® Snapdragon™ 835 ที่มีหน่วยประมวลผล 10nm octa-core และ Qualcomm Adreno™ 540 GPU เพื่อมอบประสิทธิภาพอันทรงพลัง ราคาเปิดตัวในงานอยู่ที่ 599 เหรียฐสหรัฐฯ

 
ส่วน เซนโฟน 4( ZenFone 4 ) กล้องคู่พร้อมความไวแสง 5 เท่า และเลนส์กว้าง 120° ถ่ายภาพได้กว้างขึ้น 200% เมื่อเทียบกับสมาร์ทโฟนทั่วไป มีเซ็นเซอร์ Sony IMX362 และระบบป้องกันความสั่นระหว่างถ่ายภาพ (OIS) พร้อมรูรับแสงที่แสงสามารถเข้าถึงเซ็นเซอร์ได้ถึงห้าเท่า ถ่ายได้คมชัดแม้ในตอนกลางคืน ในที่แสงน้อย หรือแทบไม่มีแสง  ราคาเปิดตัวในงานอยู่ที่ 399 เหรียฐสหรัฐฯ
 

ขณะที่ เซนโฟน 4 เซลฟี่โปร (ZenFone 4 Selfie Pro) ถ่ายเซลฟี่ได้กว้างถึง 120° และวิดีโอเซลฟี่ ในความชัดระดับ 4K ถือเป็นโมเดลรุ่นเรือธง ของซีรีย์เซลฟี่ มาพร้อมกับกล้องหน้าเซลฟี่ที่ดีที่สุด ใช้ Sony IMX362 DuoPixel™  ที่มีตัวตรวจจับแสง โฟโตไดโอด (PHOTODIODE) พร้อมเทคโนโลยี ASUS SuperPixel™ Engine ที่ช่วยให้ผู้ใช้สามารถถ่ายภาพเซลฟี่ ในที่แสงน้อยได้สว่างมากขึ้นกว่าเดิมถึงสองเท่า ราคาเปิดตัวในงานอยู่ที่ 379 เหรียฐสหรัฐฯ
 





และ เซนโฟน 4 เซลฟี่(Zenfone 4 Selfie) มาพร้อมกับกล้องหน้าคู่ ด้วยกล้องหลักที่มีความละเอียดสูงกว่า 20 ล้านพิกเซล และ Wefie ที่เก็บภาพมุมกว้างได้ถึง 120° รวมถึงแฟลช Softlight LED ที่ช่วยให้แสงอย่างสมบูรณ์แบบในสภาวะแสงน้อย ทำให้รูปเซลฟี่ที่ออกมาดูหน้าเนียนได้สีผิวที่แท้จริง  ราคาเปิดตัวในงานอยู่ที่ 279 เหรียฐสหรัฐฯ
 

ขณะที่ เซนโฟน 4 แมกซ์ โปร (ZenFone 4 Max Pro)  และ เซนโฟน 4 แมกซ์ แบตเตอร์รี่ทรงพลัง 5000 mAh ที่สามารถเป็นแบตเตอรี่สำรองได้ในตัว พร้อมชาร์จให้กับอุปกรณ์อื่นๆได้เร็วขึ้น 2 เท่า กล้องหลังเลนส์คู่ความละเอียดสูง 16 ล้านพิกเซล และมุมมองกว้างถึง 120° ผู้ใช้สามารถเปิดเครื่องผ่านระบบ 4G ได้ยาวนานอย่างถึง 46 วันติดต่อกันผ่านเทคโนโลยี ASUS PowerMaster   โดยราคาจำหน่าย เซนโฟน 4 แมกซ์ โปร ในไทยอยู่ที่ 7,990 บาท
 
 
    
 

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    0%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

บอกต่อ : 5