อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

ศุกร์ที่ 21 กันยายน 2561

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

ศุกร์ที่ 21 กันยายน 2561

เปิดแลปจิสด้า หนุนอุตสาหกรรมอวกาศ

เปิดห้องปฎิบัติการจิสด้า พื้นที่ทำงานด้านอวกาศของไทย ตั้งเป้าสร้างอากาศยานไร้คนขับเพดานบินสูง ใน 3 ปี หวังใช้ทดแทนดาวเทียมราคาแพง พุธที่ 14 มีนาคม 2561 เวลา 14.00 น.

               “จิสด้า” หรือ สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (องค์การมหาชน)  ไม่ได้มีหน้าที่แค่ให้บริการภาพถ่ายดาวเทียม... แต่ยังเป็นพื้นที่ทำงานด้านอวกาศของประเทศ     ซึ่งเป็นกำลังสำคัญในการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมอวกาศหรือ “ Aerospace”  1 ใน 10 อุตสาหกรรมเป้าหมาย กลไกในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจเพื่ออนาคต 

                 
โดยเฉพาะในพื้นที่ “อุทยานรังสรรค์นวัตกรรมอวกาศ” ของจิสด้า ที่ อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี   ก็เป็นอีกหนึ่งพื้นที่เป้าหมายของการพัฒนาพื้นที่ระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (EEC)  
                “ดร.ณัฐวัฒน์   หงส์กาญจนกุล ”   รักษาการหัวหน้าฝ่ายพัฒนาและเชื่อมโยงธุรกิจนวัตกรรมอวกาศ สำนักพัฒนาอุทยานรังสรรค์นวัตกรรมอวกาศ  จิสด้า   บอกว่า ในพื้นที่อุทยานรังสรรค์นวัตกรรมอวกาศ   นอกจากจะเป็นฐานในการศึกษา คิดค้น วิจัย  ซึ่งที่ผ่านมา จิสด้ามีความโดดเด่นในเรื่องของระบบการควบคุม และระบบตรวจสอบดาวเทียมแล้ว    ปัจจุบันยังมีการพัฒนาด้านฮาร์ดแวร์ เช่น “ห้องปฏิบัติการความเป็นเลิศและนวัตกรรมการบินและอวกาศ” หรือที่เรียกสั้น ๆ ว่า “กาแลคซี่”
                โดย กาแลคซี่  จะเน้นเรื่องโครงสร้างหรือวัสดุของอากาศยาน  เช่น  การพัฒนาชิ้นส่วนต่าง ๆ ที่ทำจากวัสดุคอมโพสิต  คาร์บอนไฟเบอร์  ซึ่งมีน้ำหนักเบา ซึ่งเครื่องบินรุ่นใหม่ ๆ ในปัจจุบันมีการใช้วัสดุดังกล่าวในการทำโครงสร้างมากกว่า 50 %    
                ห้องปฎิบัติการฯ แห่งนี้ จะทำตั้งแต่การพัฒนาสูตรวัสดุตั้งแต่เริ่มต้น   ไปจนถึงการขึ้นรูปผลิตเป็นชิ้นส่วนโครงสร้างต่าง ๆ ของอากาศยาน 
                
                เป้าหมายสำคัญ ก็คือ การสร้างเครื่องบินเชิงวิจัยที่เรียกว่า “อากาศยานไร้คนขับเพดานบินสูง”   ที่บินสูงเหนือพื้นดินประมาณ 20 กิโลเมตร โดยบินสูงกว่าเครื่องบินพาณิชย์ทั่วไป    และสามารถบินได้นานถึงหนึ่งเดือน    
                " สิ้นปีนี้ คาดว่าจะได้ต้นแบบชิ้นส่วนปีกเครื่องบินที่พัฒนาขึ้นเอง และตั้งเป้าสร้างอากาศยานสำเร็จใน 3 ปี   ซึ่งหากทำได้...จะสามารถใช้ทดแทนดาวเทียม  ที่มีราคาแพงหลายพันล้านบาท ซึ่งดาวเทียมเมื่อส่งขึ้นไปแล้ว หากมีอะไรเสียหายจะไม่สามารถแก้ไขได้  แต่อากาศยานนี้สามารถนำลงมาเปลี่ยนอุปกรณ์ได้ตามต้องการไม่ว่าจะเป็น  กล้อง หรือเซนเซอร์ต่าง ๆ ได้  เพราะบังคับด้วยคลื่นวิทยุ และใช้พลังงานจากโซลาร์เซลล์"  
                 ดร.ณัฐวัฒน์   บอกอีกว่า นอกเหนือจากการสร้างนวัตกรรมอวกาศแล้ว  ในปีนี้แลปกาแลคซี่ ยังเน้น การทดสอบวัสดุ   ซึ่งอยู่ระหว่างการพัฒนากระบวนการทดสอบให้ได้มาตรฐานระดับสากล   เพื่อช่วยประหยัดต้นทุนและเวลาให้กับภาคอุตสาหกรรมโดยเฉพาะผู้ผลิตชิ้นส่วนเครื่องบินในประเทศไทยอีกด้วย
                 นอกจากแลปกาแลคซี่ ที่มุ่งสร้างนวัตกรรมอวกาศที่จับต้องได้แล้ว ยังมีอีกหนึ่งแลปที่น่าสนใจก็คือ “ศูนย์วิจัยเพื่อพัฒนาเชิงกลยุทธ และปฏิบัติการด้านการบินและอวกาศ”  หรือ SOAR 

                  “นายวสันชัย   วงศ์สันติวนิช”  วิศวกรสำนักปฏิบัติการดาวเทียม ของจิสด้า   บอกว่า  แลปนี้ มุ่งสร้างนวัตกรรมและความเป็นเลิศทางเทคโนโลยีเพื่อนำไปสู่การประยุกต์ใช้จริงทั้งในภาคนโยบาย อุตสาหกรรมและประชาชนอย่างครบวงจร 
                  ปัจจุบัน SOAR ได้พัฒนาระบบวางแผนถ่ายภาพดาวเทียม “OPTEMIS” เพื่อให้เป็นระบบบริหารจัดการทรัพยากรดาวเทียมแห่งอนาคต ที่เสริมศักยภาพในการวางแผนถ่ายภาพโดยคำนึงถึงผลกระทบจากปัจจัยภาพนอกที่ทำให้เกิดความไม่แน่นอน

                   นอกจากนี้ยังมีการพัฒนาระบบ  “GISAVIA” ที่รองรับการเติบโตของการจราจรทางอากาศ โดยเพื่อเพิ่มขีดความสามารถ ความปลอดภัย และประสิทธิภาพในการบริหารจัดการน่านฟ้าการจราจรทางอากาศตามมาตรฐานสากล โดยผสานทั้งข้อมูลสารสนเทศ สารสนเทศการบินและการจราจรทางอากาศเข้าด้วยกัน  พร้อมทั้งเชื่อมต่อกับเครื่องมือในการวิเคราะห์ และช่วยบริหารจัดการ

                   วสันชัย  บอกว่า  จากความสามารถของ GISAVIA ได้มีการต่อยอดไปสู่การพัฒนาแอพพลิเคชั่นให้ประชาชนได้ใช้ คือ    “บำเพ็ญ”  ซึ่งเป็นแอพพลิเคชั่น สนับสนุนการบริหารจัดการของกระทรวงมหาดไทย สำหรับควบคุมการปล่อยบั้งไฟ โคมลอย ที่มีมากขึ้นทุกปี  
                    โดยแอพนี้ มีทั้งส่วนของการส่งคำขอใบอนุญาต การจัดการของหน่วยงานปกครองส่วนท้องที่  การวิเคราะห์ความปลอดภัยทางการคมนาคมทางอากาศ และการออกใบอนุญาต      เป็นการเชื่อมโยงทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างครบวงจร เพื่อให้ทุกฝ่ายสามารถปฏิบัติงานได้อย่างรวดเร็ว  มีประสิทธิภาพและสร้างความปลอดภัยให้กับการคมนาคมทางอากาศของประเทศไทย
                    ปัจจุบันแอพพลิเคชั่น บำเพ็ญ พัฒนาแล้วเสร็จ   จะนำไปทดสอบใช้งานในพื้นที่นำร่อง คือ ยโสธรและร้อยเอ็ด ภายในปีนี้   
                    แอพนี้สามารถต่อยอดนำไปใช้ในการบังคับ หรือขออนุญาตในการบินโดรน ซึ่งมีแนวคิดในการใช้งานใกล้เคียงกันอีกด้วย
                     และนี่คือ.. ศักยภาพของการสร้างนวัตกรรมอวกาศ  ที่หลายคนอาจไม่เคยรู้  แต่เกิดขึ้นแล้วในประเทศไทย...

 

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    100%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

บอกต่อ : 21