อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อาทิตย์ที่ 18 พฤศจิกายน 2561

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อาทิตย์ที่ 18 พฤศจิกายน 2561

ทรูดิจิทัล พาร์ค ให้พื้นที่ มิว สเปซ เปิดแล็บวิจัยด้านอวกาศ

ทรูดิจิทัล พาร์ต จับมือ มิว สเปซ สตาร์ทอัพด้านเทคโนโลยีอวกาศของไทย เปิดแล็ป เพื่อ ค้นคว้าวิจัยเรื่องอวกาศหวังสร้างบริการที่เกี่ยวข้องออกมาในอนาคต พฤหัสบดีที่ 22 มีนาคม 2561 เวลา 14.33 น.


วันนี้(22 มี.ค.) ที่อาคารทรู ทาวเวอร์ ถนนรัชดาภิเษก  ทรู ดิจิทัล พาร์ค ศูนย์กลางด้านดิจิทัลของไทย ที่ใหญ่ที่สุดในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้  ประกาศความร่วมมือกับ มิว สเปซ สตาร์ทอัพด้านเทคโนโลยีอวกาศ  ในการสนับสนุนการสร้างแล็บวิจัย และพัฒนาการสื่อสารผ่านดาวเทียม  เพื่อสร้างสรรค์นวัตกรรมการสื่อสารโทรคมนาคมผ่านดาวเทียม และศึกษาโครงการที่เกี่ยวข้องกับอวกาศในอนาคต บนพื้นที่ของ ทรู ดิจิทัล พาร์ค
 
 
นายฐนสรณ์ ใจดี กรรมการผู้จัดการใหญ่ ทรู ดิจิทัล พาร์ค กล่าวว่า ทรู ดิจิทัล พาร์ค มุ่งสร้างระบบนิเวศสมบูรณ์แบบครบวงจร ภายใต้แนวคิด Open Innovation โดยการรวมตัวกันของบริษัทข้ามชาติขนาดใหญ่ เหล่าสตาร์ทอัพและผู้ประกอบการ นักลงทุน รวมทั้งศูนย์ R&D ของมหาวิทยาลัย และหน่วยงานภาครัฐ  โดยจะเปิดตัวอย่างไม่เป็นทางการในเดือน  ต.ค. 61  นี้ ในเฟสแรก บนพื้นที่ กว่า 40,000 ตารางเมตร เพื่อสร้างสรรค์นวัตกรรมดิจิทัล และต่อยอดธุรกิจของเหล่าสตาร์ทอัพไทยให้เติบโตได้อย่างยั่งยืน

 
 ล่าสุด ทรู ดิจิทัล พาร์ค ประกาศความร่วมมือกับ มิว สเปซ สตาร์ทอัพไทยด้านเทคโนโลยีอวกาศที่มีเป้าหมายนำบริการสื่อสารโทรคมนาคมผ่านดาวเทียมมาใช้ในการพัฒนาประเทศ เปิดแล็บวิจัยและพัฒนาการสื่อสารผ่านดาวเทียม ซึ่งจะช่วยเติมเต็มระบบนิเวศของทรู ดิจิทัล พาร์ค ให้มี Open Lab เพื่อค้นคว้า วิจัย และพัฒนาเทคโนโลยี ในด้านต่างๆ  รวมทั้งความร่วมมือในการสร้างสรรค์นวัตกรรม ที่จะนำเอาการสื่อสารโทรคมนาคมผ่านดาวเทียมมาพัฒนาเป็นโซลูชั่นและบริการรูปแบบใหม่ๆ ในอนาคตด้วย

 
ด้านนายวรายุทธ เย็นบำรุง ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท มิว สเปซ แอนด์ แอดวานซ์ เทคโนโลยี จำกัด กล่าวว่า  มิว สเปซ จะใช้พื้นที่ประมาณ 200 ตารางเมตร ในการพัฒนาแล็บวิจัย และมีแผนนำระบบสื่อสารโทรคมนาคมผ่านดาวเทียมมาให้บริการทั้งในไทยและภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก ขณะที่ ทรู ดิจิทัล พาร์ค จะร่วมมือให้ มิว สเปซ ตั้งห้องทดลองเพื่อพัฒนาและทดสอบผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้อง  ซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อโครงการด้านอวกาศต่อไป”

 

 

“ในอดีตการลงทุนทุนทางด้านอวกาศจมาจากภาครัฐ แต่ปัจจุบันเทรนได้เปลี่ยนไป โดยเอกชาเข้ามาลงทุนเองมากขึ้น ซึ่งในปีที่แล้ว ในอเมริการ มีการลงทุนในธุรกิจด้านอวกาศ ประมาณ 5,000  ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ  ในยุโรป ประมาณ 3,900 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ   ส่วนในอาเซียนประมาณ 128  ล้านดอลลาร์สหรัฐฯซึ่งในอาเซียนถือว่าเป็นตัวเลขที่น้อยมาก”
 
นายวรายุทธ  กล่าวต่อว่า ในอนาคตอีก 2 ปี รูปแบบจานรับสัญญาณดาวเทียมจะเปลี่ยนจากจานโค้ง มาเป็ยแบบแบนเพื่อให้สามารถรับสัญญาณได้ดีขึ้น สามารถนำไปติดในที่ต่างๆ เช่น บนหลังคารถ ซึ่งเกี่ยวเกี่ยวข้องกับเรื่องโมบิลตี้ และ สมาร์ทซิตี้ด้วย ซึ่งในอนาคตบริษัทเตรียมที่จะพัฒนาบริการใหม่ๆ เกี่ยวเกี่ยวข้องออกมาอย่างต่อเนื่อง
 
 
“บริษัทมีแผนเปิดตัวดาวเทียมในปี 2563 โดยใช้จรวดดาวเทียม New Glenn ของบริษัท Blue Origin โดยบริษัท ได้ใบอนุญาตประเภท 3 ในธุรกิจโทรคมนาคม ของ สำนักงาน กสทช. ทั้งนี้ในอนาคตต้องการสนับสนุนเด็กไทยเข้ามาพัฒนาผลงานเกี่ยวกับด้านอวกกาศให้มากขึ้น  เพื่อให้เกิดนวัตกรรมใหม่ๆ ทางด้านอวกาศ เพื่อเป็นการสนับสนุนรัฐบาลไทยให้ก้าวไปสู่ยุคดิจิทัลตามนโยบายไทยแลนด์ 4.0”
 
 
 
 

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    100%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

บอกต่อ : 5