อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

เสาร์ที่ 21 เมษายน 2561

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

เสาร์ที่ 21 เมษายน 2561
×
เลือกจัดหน้าของคุณ

เด็กไทยได้ตั๋วแข่งอิมเมจิ้นคัพรอบชิงที่ซีแอทเทิล

เยาวชนไทยเข้ารอบตัดเชือกระดับโลก คว้ารองอันดับหนึ่ง ไมโครซอฟท์ อิมเมจิ้น คัพ เอเชีย แปซิฟิก ตีตั๋วสู่รอบชิงชนะเลิศระดับโลกที่ซีแอทเทิล อังคารที่ 17 เมษายน 2561 เวลา 18.14 น.



วันนี้( 17 เม.ย.) ที่กรุงกัวลาลัมเปอร์ ประเทศมาเลเซีย ไมโครซอฟท์ประกาศรางวัลชนะเลิศ ไมโครซอฟท์ อิมเมจิ้น คัพ เอเชีย แปซิฟิค ได้แก่ทีม PINE จากประเทศมาเลเซีย หลังจากเอาชนะอีก 14 ทีมจากทั่วทั้งภูมิภาคไปอย่างฉิวเฉียด โดยยังมีอีก 6 ทีมที่ได้รับเลือกไปแข่งขันในรอบชิงชนะเลิศระดับโลกที่ซีแอทเทิลในเดือนกรกฎาคมเช่นกัน


โดยทีม PINE พัฒนาอุปกรณ์มือถือที่จะช่วยเกษตรกรให้สังเกตการณ์ปัจจัยต่างๆ ในการปลูกสัปปะรดอย่างมีประสิทธิภาพ โดยสามารถวิเคราะห์ดูระดับความสุกงอมที่เหมาะสมก่อนพร้อมเก็บเกี่ยว ด้วยวิธีการที่ไม่รบกวนการเติบโตของสัปปะรด สาเหตุที่คิดทำอุปกรณ์นี้ขึ้นมาเพราะวิธีการเดิมที่ใช้ refractometer ตรวจความสุกงอมของสัปปะรดนั้น จำเป็นต้องทำให้ผลสัปปะรดเสียหายด้วย โซลูชั่นของทีม PINE จึงตั้งใจพัฒนาขึ้นมาเพื่อลดการสูญเสียนี้ และช่วยเพิ่มปริมาณการเก็บเกี่ยวให้กับเกษตรกรที่ปลูกสัปปะรด เพื่อส่งให้ตลาดและพร้อมสำหรับการส่งออกต่อไป





สำหรับทีมที่ได้รับรางวัลรองชนะเลิศอันดับหนึ่งได้แก่ ทีม BeeConnex จากประเทศไทย โดยนำเสนอผลงานรังผึ้งอัจฉริยะ (Smart Hive) ด้วยการนำอุปกรณ์ไอโอที (IoT) เข้ามาช่วยตรวจจับพฤติกรรมของผึ้งในรังโดยไม่รบกวนผึ้งและแจ้งเตือนความผิดปกติของผึ้ง โดยอุปกรณ์ยังสามารถช่วยแจ้งเตือนคนเลี้ยงผึ้งได้ทันที เมื่อตรวจเจอเหตุการณ์ผิดปกติในรังผึ้งได้ด้วย


ส่วนรางวัลรองชนะเลิศอันดับสอง ได้แก่ทีมม 7x จากประเทศสิงคโปร์ ซึ่งได้พัฒนา ProCubeX อุปกรณ์ทรงกล่องลูกบาศก์แบบอินเทอร์แอคทีฟเพื่อการเรียนรู้แบบอัจฉริยะ ที่ถูกออกแบบขึ้นมาเพื่อเป็นเครื่องมือในการยับยั้งและบรรเทาปัญหาของเด็กที่มีความบกพร่องในด้านการเรียนรู้ โดยอุปกรณ์จะช่วยวางแผนจัดหลักสูตรการเรียนให้กับเด็กที่มีความบกพร่องในด้านการเรียนรู้เป็นรายบุคคล พร้อมกระตุ้นประสาทสัมผัส รวมถึงส่วนต่างๆ ของสมองที่เกี่ยวข้องกับการเรียนรู้ทางภาษาโดยตรง




ทีมนักเรียนที่ได้เข้ารอบทั้งหมดจะก้าวสู่เส้นทางแห่งการแข่งขันด้านนวตกรรมระดับโลกที่เวทีอิมเมจิ้น คัพ รอบชิงชนะเลิศระดับโลก ซึ่งจะจัดขึ้นที่เมืองซีแอทเทิล ในเดือนกรกฎาคม ที่จะมีทีมนักเรียนมากถึง 50 ทีมทั่วโลกมาเข้าร่วมแข่งขัน เพื่อชิงรางวัลชนะเลิศพร้อมเงินสด 100,000 เหรียญสหรัฐฯ และยังได้มีโอกาสรับฟังคำแนะนำโดยตรงจาก มร.สัตยา นาเดลลา ซึ่งเป็นซีอีโอคนปัจจุบันของไมโครซอฟท์ และได้รับเครดิตการใช้งาน Microsoft Azure ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มคลาวด์อัจฉริยะเพื่อต่อยอดการพัฒนาโซลูชั่นของทีมผู้ชนะเลิศออกสู่ตลาดจริง


สำหรับ15 ทีมสุดท้ายที่เข้ารอบในระดับภูมิภาคเอเชีย แปซิฟิก นั้น มาจาก 9 ประเทศ ได้แก่ ไทย อินโดนีเซีย เกาหลีใต้ มาเลเซีย เนปาล ฟิลิปปินส์ สิงคโปร์ ศรีลังกา และเวียดนาม ซึ่งเป็นทีมที่ผ่านการคัดเลือกระดับประเทศมาก่อน




มร.เดฟ มิลเลอร์ ผู้จัดการฝ่ายวิศวกรรมออกแบบซอฟต์แวร์เพื่อภาคธุรกิจ ไมโครซอฟท์ เอเชีย แปซิฟิก กล่าวว่า อิมเมจิ้น คัพ เป็นแพลตฟอร์มที่ท้าทายให้นักเรียนได้สร้างความฝันในการเริ่มต้นธุรกิจให้กลายเป็นจริงมาโดยตลอด ทุกปี เรามีโอกาสได้เห็นไอเดียดีๆ มากมาย เยาวชนที่เป็นนวตกรได้ทำงานกันอย่างหนัก เพื่อแก้ปัญหาที่ท้าทายต่างๆ ด้วยโซลูชั่นอันชาญฉลาดที่มีประสิทธิภาพ เรามีหน้าที่ในการช่วยให้เขาเริ่มต้นก้าวแรกและผลักดันไปจนถึงเป้าหมายให้ประสบความสำเร็จ และเราก็ตื่นเต้นมากที่จะได้เห็นว่าไอเดียของพวกเขาจะเข้ามาช่วยปรับรูปแบบของอนาคตที่พวกเราดำเนินไปอยู่ได้อย่างไร”


ส่วนรางวัล “People’s Choice Award” ได้แก่ทีม BeeTech จากเวียดนาม ที่พัฒนา Smart Car Box เพื่อช่วยเจ้าของรถยนต์ให้สามารถจัดการกับสิ่งผิดปกติที่จะเกิดขึ้นได้ก่อนจะเกิดเหตุการณ์นั้นขึ้น โดยทีมนี้ได้รับรางวัลจากเสียงสนับสนุนจากการโหวตออนไลน์ในการแข่งขันระดับภูมิภาค


ปีนี้ไมโครซอฟท์ประกาศความร่วมมือเพื่อพัฒนาคนรุ่นใหม่สู่นักเทคโนโลยีในเอเชีย แปซิฟิก ในปีนี้ ไมโครซอฟท์ได้ร่วมมือกับ U.S. Department of State’s Global Innovation through Science and Technology (GIST), Malaysia Digital Economy Corporation (MDEC) และ สิริเวนเจอร์ส ในรอบการแข่งขันระดับเอเชีย แปซิฟิก ความร่วมมือของไมโครซอฟท์กับองค์กรเหล่านี้เพื่อตอกย้ำความมุ่งมั่นของเราในการเป็นกำลังสำคัญเพื่อสนับสนุนผู้มีความสามารถรุ่นเยาว์ ในการคิดสร้างสรรค์และพัฒนาโซลูชั่นที่ใช้งานได้จริง ที่จะทำให้ทุกคนประสบความสำเร็จได้มากยิ่งขึ้นในอนาคต.

 

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    50%
  • ไม่เห็นด้วย
    50%

ความคิดเห็น

บอกต่อ : 7