อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อาทิตย์ที่ 21 ตุลาคม 2561

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อาทิตย์ที่ 21 ตุลาคม 2561

ต่อยอดวิจัยด้านนิวเคลียร์บริหารจัดการน้ำให้ประเทศ

กรมอุตุร่วมมือสสนก.และสทน.   ต่อยอดงานวิจัยด้านเทคโนโลยีนิวเคลียร์   พัฒนาการบริหารจัดการน้ำของประเทศ ศุกร์ที่ 27 เมษายน 2561 เวลา 07.00 น.

เมื่อวันที่ 26 เมษายน 2561 ที่ห้องเขตอุดมศักดิ์ อาคาร 50 ปี กรมอุตุนิยมวิทยา กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม(ดีอี)  ได้มีพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือทางวิชาการ เพื่อพัฒนาการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำของประเทศ ระหว่าง นายวันชัย  ศักดิ์อุดมไชย   อธิบดีกรมอุตุนิยมวิทยา ฯ       และกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี   โดยนายสุทัศน์  วีสกุล  ผู้อำนวยการสถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำและการเกษตร (องค์การมหาชน) หรือสสนก. และนายพรเทพ  นิศามณีพงษ์  ผู้อำนวยการ สถาบันเทคโนโลยีนิวเคลียร์แห่งชาติ (องค์การมหาชน)  หรือสทน.  

นายสุทัศน์  วีสกุล  ผู้อำนวยการ สสนก.  เปิดเผยว่า   เนื่องจากประเทศไทยได้รับผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศ ส่งผลให้เกิดความแปรปรวนของสภาพอากาศ รุนแรงและบ่อยครั้งมากขึ้น   การศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างข้อมูลไอโซโทปเสถียรในน้ำฝนและความชื้นของอากาศ  สามารถอธิบายแหล่งกำเนิดของฝน  ใช้ติดตามการเปลี่ยนฤดูกาลของบริเวณต่างๆ เข้าใจวัฎจักรของน้ำที่เปลี่ยนไป และสามารถเพิ่มประสิทธิภาพการคาดการณ์ปริมาณฝน ให้มีความแม่นยำมากยิ่งขึ้นได้  ซึ่งการศึกษาดังกล่าว จะเป็นการเตรียมความพร้อมในการรับมือกับภัยพิบัติที่จะทวีความรุนแรงมากขึ้น  และเป็นแนวทางที่สอดคล้องกับยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี และไทยแลนด์ 4.0 ซึ่งเป็นโมเดลการขับเคลื่อนประเทศไทยสู่ความมั่งคั่ง มั่นคง และยั่งยืน ส่งผลให้เกิดการบูรณการไปในทิศทางเดียวกัน เพื่อบรรลุเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนต่อไป

กรมอุตุนิยมวิทยา สสนก. และสทน. จึงเห็นความสำคัญของการบริหารจัดการน้ำของประเทศ ที่ต้องนำข้อมูล ความรู้ และเทคโนโลยี มาศึกษาความสัมพันธ์ดังกล่าว   ดังนั้น ความร่วมมือนี้ จะทำให้เกิดการบูรณาการองค์ความรู้ทั้งด้านอุตุนิยมวิทยา อุทกวิทยา และเทคโนโลยีนิวเคลียร์  รวมทั้งการจัดการระบบสารสนเทศ เพื่อนำมาประยุกต์ใช้ในงานด้านอุตุนิยมวิทยาและอุทกวิทยา เพื่อสนับสนุนการศึกษาด้านการเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศของภูมิภาคและการบริหารจัดการน้ำของประเทศ

ปัจจุบัน ทั้ง 3 หน่วยงาน ได้บูรณาการการทำงานร่วมกันมาระยะหนึ่งแล้ว แต่ยังต้องมีการพัฒนาและดำเนินการอย่างต่อเนื่อง  เพื่อให้เกิดองค์ความรู้ ข้อมูล และแนวทางใหม่ที่เหมาะสมในการพัฒนาและแก้ไขปัญหาน้ำในประเทศไทย ซึ่งหลังจากการลงนามความร่วมมือนี้แล้ว  คาดว่าจะมีการจัดประชุมเชิงปฏิบัติการ เพื่อเตรียมการจัดเก็บตัวอย่างน้ำฝน 33 สถานีทั่วประเทศ  เพื่อนำไปวิเคราะห์ไอโซโทปเสถียรในน้ำฝน ซึ่งจะทำให้เกิด “ฐานข้อมูลดีเอ็นเอน้ำ” สามารถใช้เป็นข้อมูลสำหรับติดตามการเปลี่ยนฤดูกาลของบริเวณต่างๆ ของประเทศไทย และเป็นการเตรียมความพร้อมสำหรับการปรับตัวในสถานการณ์ที่มีความแปรปรวนของสภาพอากาศ ที่ในอนาคตจะทวีความรุนแรงขึ้นได้
 

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    100%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

บอกต่อ : 47