อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

เสาร์ที่ 26 พฤษภาคม 2561

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

เสาร์ที่ 26 พฤษภาคม 2561
×
เลือกจัดหน้าของคุณ

ต่อยอดวิจัยด้านนิวเคลียร์บริหารจัดการน้ำให้ประเทศ

กรมอุตุร่วมมือสสนก.และสทน.   ต่อยอดงานวิจัยด้านเทคโนโลยีนิวเคลียร์   พัฒนาการบริหารจัดการน้ำของประเทศ ศุกร์ที่ 27 เมษายน 2561 เวลา 07.00 น.

เมื่อวันที่ 26 เมษายน 2561 ที่ห้องเขตอุดมศักดิ์ อาคาร 50 ปี กรมอุตุนิยมวิทยา กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม(ดีอี)  ได้มีพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือทางวิชาการ เพื่อพัฒนาการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำของประเทศ ระหว่าง นายวันชัย  ศักดิ์อุดมไชย   อธิบดีกรมอุตุนิยมวิทยา ฯ       และกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี   โดยนายสุทัศน์  วีสกุล  ผู้อำนวยการสถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำและการเกษตร (องค์การมหาชน) หรือสสนก. และนายพรเทพ  นิศามณีพงษ์  ผู้อำนวยการ สถาบันเทคโนโลยีนิวเคลียร์แห่งชาติ (องค์การมหาชน)  หรือสทน.  

นายสุทัศน์  วีสกุล  ผู้อำนวยการ สสนก.  เปิดเผยว่า   เนื่องจากประเทศไทยได้รับผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศ ส่งผลให้เกิดความแปรปรวนของสภาพอากาศ รุนแรงและบ่อยครั้งมากขึ้น   การศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างข้อมูลไอโซโทปเสถียรในน้ำฝนและความชื้นของอากาศ  สามารถอธิบายแหล่งกำเนิดของฝน  ใช้ติดตามการเปลี่ยนฤดูกาลของบริเวณต่างๆ เข้าใจวัฎจักรของน้ำที่เปลี่ยนไป และสามารถเพิ่มประสิทธิภาพการคาดการณ์ปริมาณฝน ให้มีความแม่นยำมากยิ่งขึ้นได้  ซึ่งการศึกษาดังกล่าว จะเป็นการเตรียมความพร้อมในการรับมือกับภัยพิบัติที่จะทวีความรุนแรงมากขึ้น  และเป็นแนวทางที่สอดคล้องกับยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี และไทยแลนด์ 4.0 ซึ่งเป็นโมเดลการขับเคลื่อนประเทศไทยสู่ความมั่งคั่ง มั่นคง และยั่งยืน ส่งผลให้เกิดการบูรณการไปในทิศทางเดียวกัน เพื่อบรรลุเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนต่อไป

กรมอุตุนิยมวิทยา สสนก. และสทน. จึงเห็นความสำคัญของการบริหารจัดการน้ำของประเทศ ที่ต้องนำข้อมูล ความรู้ และเทคโนโลยี มาศึกษาความสัมพันธ์ดังกล่าว   ดังนั้น ความร่วมมือนี้ จะทำให้เกิดการบูรณาการองค์ความรู้ทั้งด้านอุตุนิยมวิทยา อุทกวิทยา และเทคโนโลยีนิวเคลียร์  รวมทั้งการจัดการระบบสารสนเทศ เพื่อนำมาประยุกต์ใช้ในงานด้านอุตุนิยมวิทยาและอุทกวิทยา เพื่อสนับสนุนการศึกษาด้านการเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศของภูมิภาคและการบริหารจัดการน้ำของประเทศ

ปัจจุบัน ทั้ง 3 หน่วยงาน ได้บูรณาการการทำงานร่วมกันมาระยะหนึ่งแล้ว แต่ยังต้องมีการพัฒนาและดำเนินการอย่างต่อเนื่อง  เพื่อให้เกิดองค์ความรู้ ข้อมูล และแนวทางใหม่ที่เหมาะสมในการพัฒนาและแก้ไขปัญหาน้ำในประเทศไทย ซึ่งหลังจากการลงนามความร่วมมือนี้แล้ว  คาดว่าจะมีการจัดประชุมเชิงปฏิบัติการ เพื่อเตรียมการจัดเก็บตัวอย่างน้ำฝน 33 สถานีทั่วประเทศ  เพื่อนำไปวิเคราะห์ไอโซโทปเสถียรในน้ำฝน ซึ่งจะทำให้เกิด “ฐานข้อมูลดีเอ็นเอน้ำ” สามารถใช้เป็นข้อมูลสำหรับติดตามการเปลี่ยนฤดูกาลของบริเวณต่างๆ ของประเทศไทย และเป็นการเตรียมความพร้อมสำหรับการปรับตัวในสถานการณ์ที่มีความแปรปรวนของสภาพอากาศ ที่ในอนาคตจะทวีความรุนแรงขึ้นได้
 

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    100%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

ความคิดเห็น

บอกต่อ : 40