อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พฤหัสบดีที่ 16 สิงหาคม 2561

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พฤหัสบดีที่ 16 สิงหาคม 2561

ฉลองหนึ่งทศวรรษสถาบันวิจัยแสงซินโครตรอน

ซินโครตรอน เผย10ปีที่ผ่านมา สามารถสร้างทีมวิศวกรที่เชี่ยวชาญ และให้บริการสร้างมูลค่าเพิ่มให้ภาคอุตสาหกรรมแล้วเกือบแปดพันล้านบาท พร้อมสร้างเครื่องกำเนิดแสงฯ ตัวที่สองภายใน10 ปีข้างหน้า เน้นสร้างด้วยฝีมือคนไทย พฤหัสบดีที่ 17 พฤษภาคม 2561 เวลา 07.00 น.

 เมื่อวันที่ 16 พฤษภาคม 2561 สถาบันวิจัยแสงซินโครตรอน (องค์การมหาชน)  กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี แถลงข่าวการจัดงาน “นิทรรศการหนึ่งทศวรรษสถาบันวิจัยซินโครตรอน”   โดยมี ดร.สุวิทย์  เมษินทรีย์  รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์ ฯ  เป็นประธานในการแถลงข่าวร่วมกับ ศาสตราจารย์ นาวาอากาศโท ดร. สราวุฒิ  สุจิตจร ผู้อำนวยการสถาบัน ฯ  

ดร.สุวิทย์   กล่าวว่า  ในช่วง10 ปีที่ผ่านมาของสถาบันวิจัยแสงซินโครตรอน ถือว่าเป็นการตัดสินใจครั้งสำคัญ ของประเทศไทย  ที่รับเอาเครื่องกำเนิดแสงซินโครตรอนมาจากญี่ปุ่น   แม้จะเป็นเวอร์ชั่น 2.0  แต่สถาบัน ฯก็สามารถสร้างทีมวิศวกรที่เชี่ยวชาญในการอัพเกรดเทคโนโลยีของเครื่องที่รับมาจนเป็นเวอร์ชั่น 2.5 ที่สามารถผลิตแสงอินฟราเรดขึ้นมาใช้ประโยชน์ได้มากมาย   ซึ่งนอกจากจะตอบโจทย์การให้บริการด้านวิชาการแล้วยังก่อให้เกิดประโยชน์ทางอุตสาหกรรม

ทั้งนี้ตั้งแต่ปี 2556 – 2560 สถาบันฯ ได้มีอัตราการเติบโตของการให้บริการแก่ภาคอุตสาหกรรมกว่า 54 %  สร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจให้แก่ภาคอุตสาหกรรมไทยมากกว่า 7,800  ล้านบาท อีกทั้งยังอยู่เบื้องหลังการเติบโตและเพิ่มมูลค่าให้แก่ธุรกิจ SME มากกว่า 50 แห่ง  โดยเฉพาะอย่างยิ่งในธุรกิจประเภทโลหะ เซรามิคและวัสดุก่อสร้าง พอลิเมอร์ รวมถึงอาหารและยา   โดยประโยชน์หลักจากแสงซินโครตรอนนั้นใช้เพื่อการวิเคราะห์วิจัยเชิงลึกทางวิทยาศาสตร์ของวัตถุต่างๆในระดับอะตอมและโมเลกุล โดยสามารถทดสอบได้ทั้งวัตถุที่มีสถานะเป็นของแข็ง ของเหลว ก๊าซ แม้กระทั่งพลาสมา เครื่องกำเนิดแสงซินโครตรอนจึงถือเป็นโครงสร้างพื้นฐานทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีที่สำคัญต่อการพัฒนาเศรษฐกิจของชาติ และเป็นดัชนีชี้วัดถึงความเจริญทางวิทยาศาสตร์เทคโนโลยีของประเทศ

ด้านศาสตราจารย์ นาวาอากาศโท ดร.สราวุฒิ  สุจิตจร  ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยแสงซินโครตรอน  กล่าวว่าพันธกิจของสถาบันที่กำลังจะเกิดขึ้นในอนาคตอันใกล้ คือขณะนี้รัฐบาลได้มีการอนุมัติในหลักการในการจัดสร้างเครื่องกำเนิดแสงซินโครตรอนเครื่องใหม่  ซึ่งเรียกว่าเป็นเวอร์ชั่น 4.0 ซึ่งให้พลังงานแสงสูงขึ้นกว่าเดิม 2.5 เท่า และความเข้มแสงสูงขึ้นกว่าเดิมมากกว่า 1,000,000 เท่า สามารถรองรับงานวิจัยพัฒนาด้านอุตสาหกรรมและวิทยาศาสตร์ขั้นสูงได้ ไม่ว่าจะเป็นด้านการแพทย์และเภสัชกรรม ด้านอาหารและการเกษตร ด้านอุตสาหกรรมวัสดุก่อสร้าง อุตสาหกรรมพลังงาน ด้านโบราณคดี รวมถึงด้านสิ่งแวดล้อม ซึ่งสถาบันยังคงตั้งมั่นที่จะพัฒนานวัตกรรมเพื่อตอบโจทย์ความต้องการด้านการพัฒนาขององค์กรทั้งภาครัฐและภาคเอกชนในทุกกลุ่มธุรกิจ และมุ่งมั่นที่จะเป็นส่วนหนึ่งในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยด้วยนวัตกรรมเพื่อการวิจัยพัฒนาอุตสาหกรรมให้ทัดเทียมและเป็นผู้นำในภูมิภาคเอเชียและระดับโลกต่อไป

“ปัจจุบันทีมนักวิทยาศาสตร์ของสถาบันได้มีการออกแบบเครื่องกำเนิดแสงซินโครตรอนเครื่องที่2 แล้วเสร็จ โดยอยู่ในเฟสที่จะทำรายงานเข้าสภาพัฒน์ ฯ และนำเข้าครม.  เพื่อจัดสรรงบประมาณในการจัดสร้าง ซึ่งคาดว่าจะใช้งบประมาณในการจัดสร้างตัวเครื่อง ฯรวมถึงการก่อสร้างอาคารต่าง ๆ กว่า 8 พันล้านบาท และจะสร้างเสร็จภายใน  10 ปีข้างหน้า  ทั้งนี้จะเน้นการสร้างด้วยตนเอง และใช้วัสดุในประเทศไม่ต่ำกว่า 50 %   รวมถึงตั้งเป้าว่า เครื่อง กำเนิดแสงซินโครตรอนเครื่องที่2นี้เป็นเป็นตัวสร้างงานให้กับวิศวกรรุ่นใหม่ ๆ ต่อไป”

สำหรับสถาบันวิจัยแสงซินโครตรอน (องค์การมหาชน) ถูกจัดตั้งขึ้นตามพระราชกฤษฎีกาจัดตั้งองค์การมหาชน เมื่อวันที่ 19 กันยายน 2551  โดยสืบทอดจาก "ศูนย์ปฏิบัติการวิจัยเครื่องกำเนิดแสงซินโครตรอนแห่งชาติ" ซึ่งก่อตั้งขึ้นเมื่อเดือนมีนาคม 2539   มีสำนักงานตั้งอยู่ภายในบริเวณมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี จังหวัดนครราชสีมา

10 ปีที่ผ่านมา ได้เปิดให้บริการแสงซินโครตรอนและเทคนิคที่เกี่ยวข้อง   โดยมีผลงานที่สำคัญต่อการพัฒนาอุตสาหกรรมและเศรษฐกิจของประเทศมากมาย เช่น  การพัฒนาและปรับปรุงคุณภาพกาแฟสดพร้อมดื่ม ร่วมกับบริษัทเซาน์เทิร์นคอฟฟี่    จนได้กาแฟสดพร้อมดื่มในบรรจุภัณฑ์ที่ปิดสนิท แต่ยังมีคุณภาพใกล้เคียงกาแฟที่เตรียมสดมากที่สุด   ความร่วมมือกับบริษัท เนเชอรัล เบฟ จำกัด ในการค้นคว้าหากรรมวิธีการสกัดสารออกฤทธิ์ทางชีวภาพจากวัตถุดิบที่เหลือจากกระบวนการผลิตน้ำลำไยสกัดเข้มข้น เพื่อให้ได้สารออกฤทธิ์ทางชีวภาพสูงกว่าผลิตภัณฑ์เดิมในท้องตลาด  นอกจากนี้ยังมีการพัฒนานวัตกรรมครีมกันแดดนาโน ร่วมกับ บริษัท แพนราชเทวี กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) เพื่อศึกษาการดูดซึมผ่านผิวหนังของสารกันแดดนาโน อีกทั้งเพื่อแสดงถึงประสิทธิภาพ ความปลอดภัยของผลิตภัณฑ์    

ที่สำคัญสถาบันวิจัยแสงซินโครตรอน ได้ดำเนินงานสนองโครงการพระราชดำริในสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารีมาโดยตลอด  ไม่ว่าจะเป็น การฟื้นฟูภูมิปัญญาการทำ “กระจกเกรียบโบราณ” อายุร่วม 200 ปีที่เกือบจะสูญหายไปตามกาลเวลา โดยทีมวิจัยประสบความสำเร็จในการผลิตกระจกเกรียบได้ครบทุกสีและสามารถทำแผ่นกระจกได้บางถึง 0.3 มิลลิเมตร โดยกระจกเกรียบที่สังเคราะห์ขึ้นมาใหม่นี้อยู่ในขั้นตอนทดสอบการใช้งานในสภาวะแวดล้อมจริง ณ วัดพระศรีรัตนศาสดาราม  และการสร้างความร่วมมือกับองค์กรด้านเครื่องเร่งอนุภาคระดับโลกอย่างเซิร์น ในการร่วมติดตั้งระบบทดสอบเซ็นเซอร์ ให้กับเซิร์น ด้วยฝีมือของนักฟิสิกส์ของไทย

นอกจากนี้สถาบัน ฯ ได้ พัฒนาคุณภาพชีวิตของผู้คน โดยเฉพาะคนตาบอดผ่านการพัฒนาชุดแสดงอักษรเบรลล์ในราคาที่เข้าถึงได้  ผลิตในประเทศลดการนำเข้า  ซึ่งในปี 2560 ที่ผ่านมา ทางสถาบันได้ต่อยอดงานวิจัยโดยการพัฒนาชุดแสดงผลอักษรเบรลล์เป็น 20 เซลล์  เครื่องแสดงผลดังกล่าวสามารถลดการนำเข้าจากต่างประเทศได้กว่า 85,000 บาทต่อเครื่อง และเนื่องในโอกาสเฉลิมพระชนมพรรษา 5 รอบ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ ทางสถาบันได้นำชุดแสดงอักษรเบรลล์ทูลเกล้าถวายจำนวน  200  เครื่อง เพื่อเป็นของขวัญพระราชทานให้โรงเรียนสอนคนตาบอดทั่วประเทศ   และร่วมกับ บริษัทเซโก้ ฟาร์ม พัฒนาระบบอัจฉริยะเพื่อควบคุมสภาพแวดล้อมการเพาะเลี้ยงถั่งเช่า ให้ได้ถั่งเช่าที่มีคุณภาพ อุดมไปด้วยสารอันเป็นประโยชน์ต่อร่างกาย

และในโอกาสที่สถาบันฯ มีอายุครบรอบ 10 ปีในปีนี้ สถาบัน ฯ ได้จัดงาน “หนึ่งทศวรรษสถาบันวิจัยแสงซินโครตรอน” ขึ้น  เพื่อเฉลิมฉลองการย่างเข้าสู่ทศวรรษใหม่ของสถาบันวิจัยแสงซินโครตรอน  ซึ่งจะจัดขึ้นในวันศุกร์ที่  1 มิถุนายน  2561 ที่โรงแรมเซ็นทาราแกรนด์ เซ็นทรัลพลาซ่าลาดพร้าว  ภายใต้ปณิธาน “พัฒนาธุรกิจด้วยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแสงซินโคร-ตรอน (Make Tomorrow Better)”   โดยได้รับพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมจากสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินทรงเปิดงาน.
 

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    0%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

ความคิดเห็น

บอกต่อ : 28