อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พฤหัสบดีที่ 18 ตุลาคม 2561

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พฤหัสบดีที่ 18 ตุลาคม 2561

เริ่มแล้ว"สตาร์ทอัพ ไทยแลนด์ 2018"

“สมคิด” เปิดงานสตาร์ทอัพ ไทยแลนด์ 2018  ชี้การสร้างสตาร์ทอัพเป็นแกนหลักของนโยบายรัฐบาล  พร้อมมอบบีโอไอและสภาพัฒน์ วางนโยบายหนุนสตาร์ทอัพแบบเร่งด่วน   ด้าน QueQ   คว้ารางวัลสตาร์ทอัพแห่งปี พฤหัสบดีที่ 17 พฤษภาคม 2561 เวลา 18.28 น.

วันนี้(17 พ.ค.)ที่ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์  กรุงเทพฯ กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี จัดงาน“Startup Thailand 2018” งานด้านสตาร์ทอัพที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้  ซึ่งปีนี้จัดขึ้นเป็นปีที่ 3 ภายใต้แนวคิด “ โอกาสที่ไม่สิ้นสุดของทุกคน   หรือ Endless Opportunities”    โดยมี“ดร.สมคิด จาตุศรีพิทักษ์” รองนายกรัฐมนตรี  เป็นประธานเปิดงานพร้อมแสดงปาฐกถาพิเศษ หัวข้อ “ประเทศไทยกับการเป็นศูนย์กลางสตาร์ทอัพของภูมิภาคเอเชีย”

ดร.สมคิด กล่าวว่า  รูปแบบโมเดลเศรษฐกิจที่ส่งเสริมบริษัทขนาดใหญ่ ถือเป็นความคิดที่ล้าหลัง   ประเทศไทยต้องเปลี่ยนมาสร้างผู้ประกอบการใหม่และขับเคลื่อนด้วยนวัตกรรม ซึ่งการสร้างสตาร์ทอัพถือเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้  และไม่ใช่เป็นส่วนเกิน แต่เป็นแกนหลักของนโยบายของรัฐบาล  ซึ่งต้องทำความเข้าใจกันให้มากขึ้นในอนาคต  และนี่จะเป็นนโยบายหลักที่ต่อไปพรรคการเมืองไหนไม่มี ไม่ต้องเลือก

อย่างไรก็ดีได้มีการมอบนโยบายให้สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุนหรือบีโอไอ   ในการจัดสรรเงินกองทุนเพิ่มขีดความสามารถ ในการแข่งขัน สำหรับอุตสาหกรรมเป้าหมาย ที่มีอยู่ 1 หมื่นล้านบาท แต่ยังไม่เคยใช้ มาใช้ในการสนับสนุนและส่งเสริมสตาร์ทอัพ   โดยให้เร่งดำเนินการให้แล้วเสร็จภายใน 3 เดือน  พร้อมกันนี้ยังมอบหมายให้สภาพัฒน์ ฯ วางนโยบายในการสนับสนุนสตาร์ทอัพอีกด้วย

ดร.สมคิด  กล่าวว่า ผมเชื่อเป็นอย่างยิ่งว่า “ประเทศไทย” จะเป็นพื้นที่ที่พร้อมที่จะดึงดูดและส่งเสริมธุรกิจสตาร์ทอัพทั้งในและต่างประเทศ ไม่ว่าจะเป็นการพัฒนาสตาร์ทอัพให้พร้อมนำวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีมาดำเนินธุรกิจ (Enterprise Transformative)  การสร้างกำลังคนที่มีความสามารถสำหรับตอบโจทย์อนาคต (Job for the Future) การพัฒนานวัตกรรมที่ตอบโจทย์อย่างยั่งยืน ทั้งในระดับฐานรากไปถึงระดับแข่งขัน (Innovation for All) การพัฒนาเทคโนโลยีใหม่ที่สร้างผลกระทบ และสามารถตอบโจทย์เศรษฐกิจและสังคม  (Technology Thailand)  ซึ่งด้วยแนวคิดของการเป็น Open Innovation Nation ... ประเทศไทยจะเป็นประเทศสำหรับการลงทุน (Invest) สร้างแรงบันดาลใจและความคิดสร้างสรรค์ (Inspire) ที่นำไปสู่แนวคิดใหม่ที่ไม่สิ้นสุด (Innovate) และพร้อมจะนำเสนอนวัตกรรมที่สร้างคุณค่าให้กับโลก ให้สมกับคำว่า “Thailand - Endless Opportunities” หรือ “โอกาสไม่มีที่สิ้นสุด สำหรับทุกคน  โดยการจัดงานในวันนี้ จึงเป็นอีกก้าวที่สำคัญของประเทศไทยในการก้าวสู่การเป็นศูนย์กลางสตาร์ทอัพ (Startup Hub) ของภูมิภาคเอเชีย และสร้างความเปลี่ยนแปลงใหม่ๆ



ด้าน ดร.สุวิทย์   เมษินทรีย์   รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์ ฯ  กล่าวว่า   2 ปีของการสร้างนักรบเศรษฐกิจใหม่ก่อให้เกิดกระแสตื่นตัวเรื่องสตาร์ทอัพในประเทศเกิดภาพ THAILAND STARTUP UNIVERSE ที่เป็นความร่วมมือของภาครัฐ ภาคเอกชน ภาคการศึกษา ภาคสังคม ภาคประชาชน ที่ขยายสู่วงกว้างและ เติบโตอย่างต่อเนื่องที่สำคัญกรุงเทพมหานคร ได้รับการยกให้เป็นเมืองที่ดีที่สุดสำหรับสตาร์ทอัพอันดับ 1 ในเอเชีย และเป็นอันดับ 7 ของโลก ทำให้เกิดพันธมิตร และเครือข่ายในต่างประเทศ มากกว่า 30 หน่วยงาน ใน 25 ประเทศ   จนถึงวันนี้ สถานะของสตาร์ทอัพ คือนักรบทางเศรษฐกิจที่ขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทย  ขณะที่หน้าที่ของกระทรวงวิทย์ฯ คือ ผู้สร้างและสนับสนุนโอกาสให้เกิดธุรกิจนี้    การสร้าง "ระบบนิเวศ" โดยการปรับปรุงกฎหมายที่เอื้ออำนวยต่อการทำธุรกิจสตาร์ทอัพจึงเป็นปัจจัยสำคัญที่สุด  เพราะสตาร์ทอัพมีวิธีคิด วิธีการดำเนินธุรกิจที่แตกต่างจากเอสเอ็มอี  ดังนั้น ระบบนิเวศที่ดีจะช่วยลดอุปสรรคต่อการเติบโตของธุรกิจนี้

ทั้งนี้กระทรวงวิทย์ ฯ  มีนโยบายในการพัฒนาระบบนิเวศสตาร์ทอัพ7ด้าน คือ การเสนอแก้กฎหมายส่งเสริมวิสาหกิจเริ่มต้น หรือ พ.ร.บ.สตาร์ทอัพ โดยแยกออกจาก พ.ร.บ.เอสเอ็มอี     การเสนอกฎหมาย  พ.ร.บ. Regulatory sandbox หรือการทดสอบกฎระเบียบสำหรับสตาร์ทอัพ  การสร้างตลาดให้แก่สตาร์ทอัพเพื่อเปิดโอกาสให้สตาร์ทอัพเข้าร่วมประมูลงานจัดซื้อจัดจ้างของภาครัฐได้ ซึ่งสำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (สนช.) กำลังหารือกับกรมบัญชีกลาง กระทรวงการคลังเพื่อแก้ไขระเบียบจัดซื้อจัดจ้าง   การออก SMARTVISA วีซ่าประเภทพิเศษ ซึ่งครอบคลุมถึงชาวต่างชาติที่จะเข้ามาก่อตั้งสตาร์ทอัพในไทยสามารถอยู่อาศัยได้นาน 1 ปี  ซึ่งจากเดิม 90 วัน เริ่มเปิดให้ขอวีซ่านี้ได้แล้วตั้งแต่ 1 ก.พ.   การจัดซื้อจัดจ้างเชิงวิจัยภาครัฐ กำลังจะเสนอเรื่องเข้า ครม.ซึ่งจะทำให้ภาครัฐสามารถออกโจทย์งานวิจัยนวัตกรรมที่ต้องการและออกงบประมาณวิจัย โดยให้สตาร์ทอัพเป็นผู้มาพัฒนา   การออกกฎหมายเพื่อส่งเสริมการวิจัยและพัฒนานวัตกรรม (Bayh-Dole Act) - กฎหมายในรูปแบบเดียวกับ Bayh-Dole Act ของสหรัฐฯ  ซึ่งอนุญาตให้มหาวิทยาลัย ธุรกิจขนาดเล็ก หรือองค์กรไม่แสวงหากำไร ที่ใช้งบประมาณรัฐในการวิจัย สามารถเป็นเจ้าของสิทธิบัตรนวัตกรรมนั้นๆ ได้    และ  การพัฒนาย่านนวัตกรรม  

นอกจากนี้ภายในพิธีเปิดงาน ฯ   ดร. สมคิด ได้เป็นประธานในงานพิธีมอบรางวัล PM Award : National Startup 2018   ซึ่งเป็นรางวัลที่มอบให้แก่สตาร์ทอัพ เพื่อประกาศเกียรติคุณและเชิดชูเกียรติแก่สตาร์ทอัพ บริษัทและบุคคล ในสาขาธุรกิจเป้าหมาย ที่มีศักยภาพในการเติบโตสูง สร้างความเปลี่ยนแปลงในอุตสาหกรรม ตลอดจนมีส่วนส่งเสริม สนับสนุนการพัฒนาระบบนิเวศของสตาร์ทอัพ มีการดำเนินธุรกิจในประเทศไทย ตลอดจนมีธรรมมาภิบาลในการดำเนินธุรกิจที่ดี  โดยมีหลักเกณฑ์การพิจารณาคือ จะต้องสร้างผลกระทบต่อเศรษฐกิจและสังคมของประเทศไทย,  มีส่วนร่วมสนับสนุนการพัฒนาประชาคมสตาร์ทอัพของไทย, ผลิตภัณฑ์ บริการ รูปแบบธุรกิจมีความเป็นนวัตกรรม, ความสามารถของผู้ก่อตั้งและทีมงาน และศักยภาพในการเติบโต 
  



โดยปีนี้ผู้ที่ได้รับรางวัลมี  5 ประเภท คือ    QueQ   คว้ารางวัล Startup of the Year  เป็นรางวัลที่มอบให้แก่สตาร์ทอัพ เพื่อประกาศเกียรติคุณและเชิดชูเกียรติแก่สตาร์ทอัพ บริษัทและบุคคล ในสาขาธุรกิจเป้าหมาย ที่มีศักยภาพในการเติบโตสูง สร้างความเปลี่ยนแปลงในอุตสาหกรรม ตลอดจนมีส่วนส่งเสริม สนับสนุนการพัฒนาระบบนิเวศของสตาร์ทอัพ มีการดำเนินธุรกิจในประเทศไทย โดยมีสัดส่วนผู้ถือหุ้นเป็นคนไทยมากกว่าร้อยละ 50 และมีธรรมมาภิบาลในการดำเนินธุรกิจที่ดี  

2C2P คว้ารางวัล Global Tech Startup of the year เป็นรางวัลที่มอบให้แก่สตาร์ทอัพ เพื่อประกาศเกียรติคุณและเชิดชูเกียรติแก่สตาร์ทอัพ บริษัทและบุคคล ในสาขาธุรกิจเป้าหมาย ที่มีศักยภาพในการเติบโตสูง สร้างความเปลี่ยนแปลงในอุตสาหกรรมในวงกว้างระดับภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เป็นอย่างน้อย ตลอดจนมีส่วนส่งเสริม สนับสนุนการพัฒนาระบบนิเวศของสตาร์ทอัพ มีการดำเนินธุรกิจในประเทศไทย และมีธรรมมาภิบาลในการดำเนินธุรกิจที่ดี  

สมาคมการค้าเพื่อส่งเสริมผู้ประกอบการเทคโนโลยีรายใหม่ (Thailand Tech Startup Association : TTSA)  และจิตตะ (Jitta)  คว้ารางวัล Evangelist of the year ในฐานะบุคคลต้นแบบที่มีศักยภาพ มีส่วนส่งเสริม สนับสนุนการพัฒนาระบบนิเวศของสตาร์ทอัพ สามารถยกระดับการเติบโตระบบนิเวศของสตาร์ทอัพในประเทศไทยสู่ระดับนานาชาติ 
 

N-VEST Venture คว้ารางวัล Investor of the year ในฐานะบริษัทร่วมลงทุนที่มีศักยภาพสร้างการเติบโตให้กับบริษัทสตาร์ทอัพ มีส่วนส่งเสริม สนับสนุนการพัฒนาระบบนิเวศของสตาร์ทอัพ การลงทุนสามารถสร้างผลกระทบต่อระบบนิเวศของสตาร์ทอัพในระดับประเทศ สามารถยกระดับการลงทุนของบริษัทร่วมลงทุนในตลาดของประเทศไทยสู่ระดับนานาชาติ

และ Huawei Technologies (Thailand) Company Limited คว้ารางวัล Corporate Contributor of the year ในฐานะบริษัทขนาดใหญ่ที่มีศักยภาพ สร้างการเติบโตให้กับบริษัทสตาร์ทอัพ มีส่วนส่งเสริม สนับสนุนการพัฒนาระบบนิเวศของสตาร์ทอัพ การส่งเสริมสามารถสร้างผลกระทบต่อระบบนิเวศของสตาร์ทอัพในระดับประเทศ สามารถยกระดับการเติบโตระบบนิเวศของสตาร์ทอัพในประเทศไทยสู่ระดับนานาชาติ

อย่างไรก็ดีงาน  Startup Thailand 2018  จัดขึ้นตั้งแต่  17 พฤษภาคม  ถึง  20 พฤษภาคม  2561  ที่ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์  
 
 

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    50%
  • ไม่เห็นด้วย
    50%

บอกต่อ : 10