อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พฤหัสบดีที่ 18 ตุลาคม 2561

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พฤหัสบดีที่ 18 ตุลาคม 2561

สกว.เชิดชู 14 งานวิจัยเด่น ปี 2560

สกว.จัดพิธีมอบรางวัล 14 ผลงานวิจัยเด่นที่มีผลกระทบสูง พร้อมต่อยอดสู่การใช้ประโยชน์  ด้านพล.อ.อ. ดร.ประจิน  ชี้นักวิจัยจะต้องเป็น  “ผู้นำการเปลี่ยนแปลง”  ในมิติที่เปิดกว้างไร้ขีดจำกัด พุธที่ 23 พฤษภาคม 2561 เวลา 17.00 น.


วันนี้ (23 พฤษภาคม 2561) ที่โรงแรมสวิสโซเทล   เลอ คองคอร์ด กรุงเทพฯ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว.) จัดงาน “พิธีมอบรางวัลผลงานวิจัยเด่น สกว. ประจำปี 2560” โดยมี พล.อ.อ. ดร.ประจิน   จั่นตอง รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธาน  เพื่อเป็นการเชิดชูเกียรติแก่นักวิจัยที่มีผลงานดีเด่นและนำไปใช้ประโยชน์ในด้านวิชาการ ด้านพาณิชย์ ด้านชุมชนและพื้นที่ และด้านนโยบาย

พล.อ.อ. ดร.ประจิน      กล่าว ปาฐกถาพิเศษในหัวข้อ “สกว. 4.0 งานวิจัยไร้ขีดจำกัด” ว่า ในยุคอุตสาหกรรม 4.0   ต้องอาศัยเทคโนโลยีและดิจิทัลที่เกี่ยวข้อง   เป็นตัวเปลี่ยนแปลงวิธีการหรือกลยุทธ์ให้ทันต่อสถานการณ์โลกและสิ่งแวดล้อมในโลกไร้พรมแดน  นักวิจัยจึงต้องพร้อม รับมือกับการเปลี่ยนแปลง และจะต้องเป็นผู้นำในการเปลี่ยนแปลงด้วย  ซึ่งหัวใจสำคัญคือ ต้องพร้อมเสมอต่อการเปลี่ยนแปลงทั้งเร็วและช้า  เข้าถึงเทคโนโลยีในบริบทต่าง ๆ มีวิสัยทัศน์ในการมองอนาคต สร้างองค์ความรู้และเทคโนโลยีให้ขับเคลื่อนไปสู่เป้าหมายที่วางไว้   มีขีดความสามารถและสมรรถนะในการเป็นผู้ประสานงาน   มีความร่วมมือกับหน่วยงานผู้ให้ทุนและเครือข่ายวิจัยทั้งในและต่างประเทศ  ควบคู่กับผู้ใช้ประโยชน์จากงานวิจัย ภาคเอกชน และภาคอุตสาหกรรม  รวมถึงสามารถบริหารจัดการทรัพยากรที่มีอยู่จำกัดให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด  ใช้เครื่องมือ งบประมาณ และการบริหารจัดการอย่างคุ้มค่า นักวิจัยจึงต้องศึกษาเรียนรู้และปรับตัวเองให้เป็นผู้นำการเปลี่ยนแปลง แต่ทั้งหมดนี้ต้องอยู่บนพื้นฐานของคุณธรรม

ทั้งนี้ สกว. 4.0 งานวิจัยไร้ขีดจำกัด จะทำอย่างไร้ทิศทาง ไร้วัตถุประสงค์ ไม่ได้  ต้องมีความคิดสร้างสรรค์ ให้เกิดความท้าทายในการแก้ปัญหา เรียนรู้เทคโนโลยีใหม่ ๆ และนำมาใช้ในกระบวนการที่ดีที่สุดก่อนนำไปใช้ให้เกิดประโยชน์ ดังนั้นงานวิจัยจึงไม่ได้ตีกรอบหรือห้ามการใช้สิ่งต่าง ๆ ที่มีอยู่หรือสะสมกันมา ต้องสามารถต่อยอด คิดค้นขึ้นใหม่ จะทำคนเดียวหรือเป็นทีมก็ได้ เพื่อให้เกิดประโยชน์  นำไปแก้ปัญหาสังคมชุมชนหรืออุตสาหกรรมได้  มีมิติที่เปิดกว้างในการพัฒนาเทคโนโลยีอย่างไรขีดจำกัด  ซึ่ง สกว.ต้องแสดงความพร้อมในการฝ่าฝันต่อสิ่งท้าทาย โดยมีงานวิจัยเป็นตัวขับเคลื่อนให้เกิดผลผลิต ผลลัพธ์  ผลกระทบ ที่ตอบโจทย์ของประชาชนและประเทศชาติสู่ประเทศไทย  4.0 รวมถึงผลักดันให้เกิดการพัฒนาศักยภาพของมนุษย์ และลดความเหลื่อมล้ำของสังคมให้มีความเสมอภาคเท่าเทียมกันมากขึ้น

ศ. นพ.สุทธิพันธ์   จิตพิมลมาศ   ผู้อำนวยการ สกว. กล่าวว่า การพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมของประเทศเพื่อมุ่งสู่การเป็น “ประเทศไทย 4.0” จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องพัฒนาองค์ความรู้ สร้างสรรค์นวัตกรรม และส่งเสริมให้เกิดการใช้ผลงานวิจัยในทุกภาคส่วน   ขณะเดียวกันก็จำเป็นต้องมีการพัฒนาคนให้มีความรู้อย่างทั่วถึง และสร้างความพร้อมต่อการเปลี่ยนแปลงต่าง ๆ ที่จะเกิดขึ้นทั้งปัจจุบันและในอนาคต  ดังนั้น “ความรู้” จึงเป็นฐานสำคัญที่จะนำประเทศไปสู่การพัฒนาอย่างยั่งยืน สกว.เห็นความสำคัญในส่วนนี้      จึงได้สนับสนุนผลงานวิจัยในศาสตร์ทุกแขนง พัฒนานักวิจัยทุกระดับ รวมทั้งผลักดันความรู้จากงานวิจัยไปสู่การใช้ประโยชน์ทุกด้าน โดยแต่ละปี สกว.มีผลผลิตจากงานวิจัยจำนวนมากซึ่งล้วนแต่มีคุณค่า
และเพื่อเป็นการยกย่องเชิดชูเกียรติแก่ผู้วิจัยและผลงานวิจัยที่มีคุณภาพสร้างคุณประโยชน์ต่อสังคมและประเทศ สกว. ได้จัดให้มีการคัดเลือกผลงานวิจัยที่สมควรได้รับการยกย่องให้เป็นผลงานวิจัยเด่น  สกว. เป็นประจำทุกปี โดยมีเกณฑ์ในการคัดเลือกผลงานวิจัยเด่น คือ ต้องเป็นผลงานที่เกิดผลกระทบอย่างเป็นรูปธรรมในปีงบประมาณ พ.ศ. 2560 สามารถนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงที่สำคัญในวงการที่เกี่ยวข้อง  มีวิธีการวิจัยเป็นที่ยอมรับตามหลักวิชาการ ตลอดจนมีการบริหารจัดการงานวิจัยที่นำไปสู่การพัฒนาในวงกว้าง  ซึ่งความสำเร็จของทั้ง 14 ผลงานที่ปรากฏ  ล้วนมาจากพลังความคิดสร้างสรรค์ พลังปัญญา และการทุ่มเทแรงกายแรงใจ จนทำให้ผลงานวิจัยตอบโจทย์และสร้างผลกระทบต่อการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมของ ประเทศ

ทั้งนี้ คณะกรรมการตัดสินผลงานเด่นได้คัดเลือกผลงานวิจัยเด่น จำนวน 4 ด้าน รวมทั้งสิ้น 14 ผลงาน ประกอบด้วย ผลงานวิจัยเด่นด้านนโยบาย จำนวน 4 ผลงาน ได้แก่ 1.การขยายโอกาสธุรกิจเนื้อโคไทย โดย รศ. ดร.จุฑารัตน์ เศรษฐกุล 2. ภาษีเงินได้เป็นธรรมหรือไม่ โดย  ศ. ดร.ผาสุก พงษ์ไพจิตร  คณะเศรษฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย  3.  การวิจัยเพื่อพัฒนามาตรฐานผลิตภัณฑ์ยางไทยระดับระหว่างประเทศ  โดยผศ. ดร.สุภา วิรเศรษฐ์ คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล  4. มาตรการในการป้องกันการทุจริตเชิงนโยบายในประเทศไทย โดย ศ. ดร.อุดม รัฐอมฤต

ผลงานวิจัยเด่นด้านพาณิชย์ จำนวน 2 ผลงาน ได้แก่ 1.เครื่องล้างเกลือในแมงกะพรุนดอง  เพื่อเพิ่มโอกาสให้ผู้ประกอบการไทย โดยอ.สมัคร   รักแม่ คณะวิศวกรรมศาสตร์ สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง 2. จ่าเฉยอัจฉริยะพร้อมระบบออกใบสั่งอัตโนมัติ ของ ดร.วรลักษณ์   คงเด่นฟ้า มหาวิทยาลัยนเรศวร และ ดร.มงคล เอกปัญญาพงศ์ สถาบันเทคโนโลยีแห่งเอเชีย

ผลงานวิจัยเด่นด้านชุมชนและพื้นที่  จำนวน 4 ผลงาน ได้แก่ 1. การแก้ปัญหาคุณภาพชีวิตคนพิการ ครอบครัว สังคม อย่างยั่งยืน โดยนางพัชราภรณ์   ชนภัณฑารักษ์  มูลนิธิเพื่อพัฒนาคนพิการ  2. การพัฒนาทุนชุมชนสู่ทุนทางเศรษฐกิจของชุมชนประมงพื้นบ้านอ่าวปัตตานี  โดยน.ส.สุวิมล   พิริยธนาลัย  ศูนย์ประสานงานวิจัยเพื่อท้องถิ่นอ่าวปัตตานี 3. งานวิจัยเชิงยุทธศาสตร์การพัฒนาพื้นที่ลุ่มน้ำหมัน อำเภอด่านซ้าย จังหวัดเลย โดย ผศ. ดร.เอกรินทร์ พึ่งประชา คณะโบราณคดี มหาวิทยาลัยศิลปากร  4. สร้างความเข้มแข็งและความมีส่วนร่วมของภาคประชาสังคมต่อการจัดการปัญหาหมอกควัน  โดย ผศ. ดร.สรรเพชญ  ชื้อนิธิไพศาล คณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

และผลงานวิจัยเด่นด้านวิชาการ จำนวน 4 ผลงานได้แก่  1. สืบจากซาก  ของ  รศ. ดร.รัศมี ชูทรงเดช คณะโบราณคดี มหาวิทยาลัยศิลปากร 2.  นวัตกรรมสารเลียนแบบสารพันธุกรรมและการประยุกต์ใช้ ของ ศ. ดร.ธีรยุทธ วิไลวัลย์ คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย   3. เมลาโทนินและปัจจัยต่าง ๆ ที่มีผลต่อชราภาพของสมองและโรคสมองเสื่อมอัลไซเมอร์   ของ ศ. ดร.ปิยะรัตน์ โกวิทตรพงศ์ สถาบันบัณฑิตศึกษาจุฬาภรณ์  4.  องค์ความรู้ใหม่ทางเคมีวิเคราะห์เพื่อนวัตกรรมทางการตรวจวัด  ของ ศ. ดร.อรวรรณ ชัยลภากุล คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
 

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    100%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

บอกต่อ : 7