อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

เสาร์ที่ 18 สิงหาคม 2561

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

เสาร์ที่ 18 สิงหาคม 2561

"ไมโครซอฟท์"ชูแพลต์ฟอร์มเอไอเพื่อนักพัฒนา

ไมโครซอฟท์วางตัวเองเป็นแพลต์ฟอร์มเอไอ ในระบบเปิดให้นักพัฒนานำแพลตฟอร์มไปพัฒนาต่อยอดเพื่อให้ได้นวัตกรรมใหม่ ชี้องค์กรธุรกิจจะมีการนำเอไอมาใช้ในการทำธุรกิจมากยิงขึ้นในปี 63 ศุกร์ที่ 25 พฤษภาคม 2561 เวลา 17.12 น.



วันนี้(25 พ.ค.) นายธนวัฒน์ สุธรรมพันธุ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ไมโครซอฟท์ (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยว่า ปัจจุบันเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ หรือ เอไอ( Artificial Intelligence :AI) ถูกนำไปใช้งานในทุกภาคธุรกิจ  โดยเฉพาะองค์กรต่างๆ กำลังเข้าสู่การดิจิทัล ทรานส์ฟอน์เมชัน จึงนำเอไอเข้ามาสนับสนุนการทำงาน
 

โดยไม่โครซอฟท์ได้ทำรายงานวิจับร่วมกับไอดีซีแล้วคาดการณ์ว่า เอไอจะเข้ามาสนับสนุนการทำงานขององค์กรกว่า 40% ในปี 62  และในปี 63 คาดว่าจะมีองค์กรถึง 85% ที่นำ เอไอ มาประยุกต์ในการใช้งาน
 

 “ไมโครซอฟท์มองว่าโลกกำลังก้าวเข้ามาสู่ ยุคแห่ง Intelligent Cloud และ Intelligent Edge ที่ได้ถ่ายทอดเทคโนโลยีสู่อุปกรณ์ต่างๆที่ใช้งานในชีวิตประจำวัน นอกจากนี้ยังคาดการณ์ว่าแอพพลิเคชั่นกว่า 50% ในตลาดจะมีการนำเอไอมาใช้ในรูปแบบใดรูปแบบหนึ่งในสิ้นปี 61 ส่วนการใช้บอท และ เอไอติดต่อสื่อสารกับลูกค้า ก็จะมีแนวโน้มที่แพร่หลายมากยิ่งขึ้น หรืออาจจะสูงถึง 95%   ของการสนทนาในปี 68”
 

นายธนวัฒน์ กล่าวต่อว่า ปีที่ผ่านมาไมโครซอฟท์มีการลงทุนด้านวิจัยและพัฒนามากกว่า 13 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ขณะที่การลงทุนในเรื่อง ไอโอที ที่ส่วนหนึ่งของเอไอ มีการลงทุนกว่า  5  พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ในระยะเวลา  5  ปี โดย ไมโครซอฟต์ มีแนวความคิดว่าจะเอาเอไอมาเสริมศักยภาพของมนุษย์ได้อย่างไร ไม่ได้คิดนำมาแทนที่มนุษย์ โดยเอไอสามารถเข้าไปช่วยเสริมการทำงานของมนุษย์ให้ดียิ่งขึ้น เช่น ช่วยเรื่องตรวจสอบความปลอดภัยในโรงงาน แล้วแจ้งเตือนมายังมนุษย์ก่อนที่จะเกิดเหตุ หรือการใช้ในโรงพยาบาล เพื่อให้พยาบาลดูแลติดตามผู้ป่วย ฯลฯ
 
 
 “ไมโครซอฟท์ ได้วางตำแหน่งในเรื่องเอไอว่า จะเป็นแพลต์ฟอร์มโอเพ่น เพื่อให้นักพัฒนาได้นำแพลตฟอร์มไปใช้สร้างสิ่งใหม่ๆ ขึ้นมาด้วยเอไอ ซึ่งในส่วนของผลิตภัณฑ์ของไมโครซอฟท์ จะมีการนำเอไอใส่เข้าไป ไม่ว่าจะเป็นออฟฟิต 365 และไดนามิค 365 เช่น ออฟฟิค 365 จะมีฟีเจอร์ในการดึงตัวอักษรจากไฟล์สแแกน สามารถอ่านออกเสียง หรือแปลเป็นภาษาต่างๆ ได้ ฯลฯ”


 
 
นอกจากนี้ยังได้มีการร่วมมือกับคณะวิศวกรรมศาสตร์ 7 มหาวิทยาลัย ของไทยในการสนับสนุนนักศึกษาให้นำ เอไอและ คลาวด์ ไปใช้พัฒนาสิ่งใหม่ๆให้เกิดขึ้นมา รวมถึงพร้อม สนับสนุนเรื่องเอไอให้กับลูกค้าองค์กร ในการนำแพลตฟอร์มของไมโครซอฟท์ไปใช้ด้วย
 
 
“ไมโครซอฟต์ ต้องการเชื่อมต่อกับ นักพัฒนาไทย ในการนำเทคโนโลยี่ของไมโครซอฟท์ ไปต่อยอดพัฒนาเพิ่มเติม และพยายามให้ความรู้กับลูกค้าในเรื่องผลิตภัณฑ์ที่มีเอไอ อยู่และสามารถนำไปใช้ได้ เพื่อไปสร้างสิ่ง่ใหม่ๆ เพื่อเสริมศักยภาพการทำงานและธุรกิจให้ดีขึ้น”
 
 
ทั้งนี้การนำเรื่องเอไอไปใช้ของประเทศไทย อยู่ในทิศทางเดียวกับทั่วโลก แต่ทุกส่วนต้องช่วยกันสร้างนักพัฒนา หรือโปรแกรมเมอร์ขึ้นมาให้พร้อมที่จะนำ เทคโนโลยีเอไอไปใช้สร้างสิ่งใหม่ๆ  ซึ่งถือว่ายังขาดแคลน ซึ่งเป็นไปในทิศทางเดียวกันทั่วโลก
 
  
 ส่วนเรื่องกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของสหภาพยุโรป(GDPR)  ที่มีผลบังคัญใช้ในวันที่ 25  พ.ค. นั้น ไมโครซอฟท์ได้มอบหมายให้วิศวกรผู้เชี่ยวชาญกว่า 1,600 คนลงมือทำงานเพื่อยกระดับผลิตภัณฑ์และบริการของบริษัทให้เป็นไปตามมาตรฐาน GDPR อย่างเคร่งครัด ตั้งแต่เมื่อสองปีก่อน จึงทำให้ผลิตภัณฑ์ บริการ และแพลตฟอร์มต่างๆ ของไมโครซอฟท์พร้อมรองรับความต้องการของทุกองค์กรที่ต้องการทำธุรกิจภายใต้กรอบของ GDPR  อย่างไรก็ตามในส่วนขององค์กรธุรกิจเกี่ยวกับคนยุโรป ก็อาจจะมีผลกระทบบ้าง แต่ ถือว่ายังเป็นช่วงแรกของการบังคบใช้ กม. คงต้องมีการพูดคุยของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในเรื่องนี้อีก
 

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    0%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

ความคิดเห็น

บอกต่อ : 20