อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

เสาร์ที่ 23 มิถุนายน 2561

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

เสาร์ที่ 23 มิถุนายน 2561
×
เลือกจัดหน้าของคุณ

"500 ตุ๊ก ตุ๊ก" ดึงกลุ่มทุนยักษ์ของไทยลงทุนสตาร์ทอัพ

ตั้งกองทุนที่ 2 วางเป้าหมายลงทุน 150 สตาร์ทอัพ ในอาเซียน หวังพาสตาร์ทอัพไทยยิ่งใหญ่ระดับโลก สร้างระบบนิเวศน์ให้วงการสตาร์ทอัพของไทย พฤหัสบดีที่ 14 มิถุนายน 2561 เวลา 18.04 น.


วันนี้ ( 14  มิ.ย.) ที่โรงแรม พาร์ค ไฮแอท กรุงเทพ เซ็นทรัล เอ็มบาสซี่ กองทุน  500   ตุ๊ก ตุ๊ก(   500  TuK TuK )  จัดงานแถลงข่าว ร่วมรับการลงทุนจากกลุ่มธุรกิจใหญ่ในไทย โดยนายกระทิง พูนผล ผู้จัดการกองทุน 500  ตุ๊ก ตุ๊ก  กล่าวว่า กองทุนฯได้รับการลงทุนจากลุ่มธุรกิจยักษ์ใหญ่ของไทย ซึ่งได้แก่  กลุ่มเซ็นทรัล กลุ่มธุรกิจทีซีพี( TCP)  บริษัท สหพัฒนาอินเตอร์โฮลดิ้ง จำกัด (มหาชน) บริษัท วัชรพล จำกัด และบริษัท อาคเนย์ประกันภัย จำกัด เพื่อจัดตั้งกองทุน 500 TukTuks 2  โดยจดทะเบียนกองทุนในตลาดหลักทรัพย์ของสหรัฐอเมริกา  พร้อมตั้งเป้าลงทุน ใน 150 บริษัท สตาร์ทอัพไม่เพียงเฉพาะในไทย แต่รวมถึงสตาร์ทอัพใน เวียดนาม พม่า ลาว และ กัมพูชา เน้นในธุรกิจสตาร์ทอัพที่ใช้เทคโนโลยีเชิงลึก  โดยหวังสร้างระบบนิเวศน์ให้วงการสตาร์ทอัพของไทย ให้เติบโตไปสู่ระดับโลก
                                                   
 
“สตาร์ทอัพในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ถือว่ามีอัตราการเติบโตสูง มีเม็ดเงินจาก กลุ่มนักลงทุนไหลเข้ามามาก ซึ่งสวนทางกับภูมิภาคอื่นๆ ที่มีเม็ดเงินลงทุนลดลง อย่างไรก็ตาม กองทุนที่ 2  ที่จัดตั้งขึ้น ไม่สามารถบอกจำนวนเงินได้ เนื่องจากติดหลักเกณฑ์ของตลาดหลักทรัพย์ของอเมริกา แต่ยืนยันได้ว่ามีเม็ดเงินจำนวนหลายเท่ากว่ากองทุนแรกมาก ซึ่งกองทุนแรก มีจำนวนเงินประมาณ 550 ล้านบาท ซึ่งได้ลงทุนไปแล้ว จำนวน 400 ล้านบาทหรือประมาณ 80-90%  ใน 50 สตาร์ทอัพ”
 
 
นายกระทิง กล่าวต่อว่า สำหรับการเลือกลงทุนในสตาร์ทอัพ กองทุนที่ 2 จะเน้นในธุรกิจที่เอื้อกับธุรกิจของกลุ่มนักลงทุนที่ร่วมลงเงิน เพื่อให้สามารถนำสตาร์ทอัพ ไปต่อยอด ให้เกิดธุรกิจใหม่ๆ ให้กับกลุ่มนักลงทุน โดยตั้งเป้าหหมายจะมีสตาร์ทอัพที่มีมูลค่าเกิน 100  ล้านเหรียญฯ ไม่น้อยกว่า 6-7 บริษัท ในปี 2023 หรือใน 5 ปีต่อจากนี้ โดยปัจจุบันสตาร์ทอัพระดับผู้นำในไทย 5-6   บริษัทมีมูลค่าร่วมกันเกิน 1  หมื่นล้านบาทแล้ว  


 
“ปัจจุบันวงการสตาร์ทอัพของไทยเหมือนคอขวด หลายสตาร์ทอัพไม่สามารถเติบโตไปถึงมูลค่าเกิน 1  ล้านเหรียญสหรัฐฯได้ กระจุกตัวแค่นั้น ซึ่งหากสามารถผลักดันให้มีมูลค่าเกินนั้นได้หลายๆบริษัท จะช่วยให้อุตสาหกรรมสตาร์ทอัพของไทยมีเงินลงทุนจากต่างประเทศเข้ามาอีกจำนวนมาก”
 
 
ด้านนายดนภัทร พร้อมพันธุ์ รองกรรมการผู้จัดการ แผนกการลงทุน กลุ่มเซ็นทรัล กล่าวว่า ที่ผ่านมา กลุ่มเซ็นทรัล ได้ลงทุนในสตาร์ทอัพ และ อีคอมเมิร์ซมาบ้างแล้ว การลงทุนเพิ่มครั้งนี้ไม่สามารถบอกจำนวนเงินได้ แต่ถือว่าไม่มากเมื่อเทียบกับการที่จะต้องไปลงทุนในการสร้างศูนย์การค้าฯ โดยหวังว่าจะสามารถช่วยต่อยอดในเรื่องธุรกิจใหม่ๆ ในด้านดิจิทัลที่จะเกิดขึ้นในอนาคตได้
 

ด้านนายสราวุฒิ อยู่วิทยา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มธุรกิจ ทีซีพี กล่าวว่า ถือเป็นครั้งแรกที่กลุ่มได้ลงทุนในธุรกิจสตาร์ทอัพ แต่ไม่สามารถบอกจำนวนเงินได้ โดยที่ผ่านมาได้เฝ้าจับตาธุรกิจสตาร์ทอัพอย่างต่อเนื่อง หลังจากธุรกิจหลายสาขาถูก Disruption และถือเป็นการช่วยธุรกิจสตาร์ทัพของไทยด้วยให้สามารถเติบโตและแข่งขันได้

 
 

นายกระทิง ยังกล่าวด้วยว่า สำหรับกองทุน 2  ยังได้ พันธมิตรชั้นนำระดับโลกจากทั้ง Silicon Valley และเอเชีย เช่น Terra Accelerator บริษัท accelerator ชั้นนำด้าน Food/Bio/AgriTech , SOSV - กองทุน VC ระดับ top 5 ด้าน AI และ Blockchain, Chinaccelerator - กองทุน VC ชั้นนำที่ลงทุนใน tech startups ชั้นนำของจีน, MOX - Mobile Only Accelerator พร้อมดึงกูรูระดับโลกอย่าง Harper Reed อดีต CTO ของ Obama และ กูรูชั้นนำของไทย ด้าน AR/VR, Crypto/Blockchain, Food/BioTech, IoT ร่วมสร้างระบบนิเวศน์แห่งนวัตกรรมและเทคโนโลยีที่สมบูรณ์แบบในประเทศไทยด้วย
 
 
"ประเทศไทยมีศักยภาพอย่างมากในการเป็นศูนย์กลางของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ในหลาย ๆ ด้านไม่ว่าจะเป็น Food/Bio/AgriTech, TravelTech, Disruptive Digital Technology, Logistics, FinTech/ InsurTech, Retail/eCommerce, Health, Energy, PropTech เป็นต้น ทางกองทุน 500 TukTuks พร้อมทั้งพันธมิตรหวังว่าจะสามารถเป็นส่วนหนึ่งในการผลักดันการเติบโตของวงการ Tech Startups ไทยให้เติบโตไปในระดับ Asia และระดับโลกได้ รวมทั้งช่วยเร่งการเปลี่ยนผ่านของหลาย ๆ อุตสาหกรรมเพื่อเป็นผู้นำสู่ยุค Disruption ผ่านทางการลงทุนและสร้างพลังผนึกกับ Disruptive Digital และ Deep Tech Startups เหล่านี้" 
 

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    100%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

ความคิดเห็น

บอกต่อ : 22