อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อังคารที่ 11 ธันวาคม 2561

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อังคารที่ 11 ธันวาคม 2561

เลกซัส อีเอส 300เอช สวย สปอร์ต น่าใช้

เลกซัส อีเอสใหม่ เจนเนอเรชั่น ที่ 7 ยนตรกรรมซีดานหรูขนาดกลาง ที่เปลี่ยนแปลงให้สมบูรณ์แบบเหนือกว่าเดิมในทุกมิติ ทั้งการออกแบบภายนอกบ่งบอกถึงความหรูหราอย่างแท้จริง อาทิตย์ที่ 2 ธันวาคม 2561 เวลา 08.00 น.


เลกซัส อีเอสใหม่ เจนเนอเรชั่น ที่ 7 ยนตรกรรมซีดานหรูขนาดกลาง ที่เปลี่ยนแปลงให้สมบูรณ์แบบเหนือกว่าเดิมในทุกมิติ ทั้งการออกแบบภายนอกบ่งบอกถึงความหรูหราอย่างแท้จริง ถือเป็นยนตรกรรมซีดานหรูขนาดกลางที่ได้รับความนิยมอย่างสูง ส่วนเส้นสายที่ดูสปอร์ตเร้าใจเสริมความเฉียบคมให้เข้ากับความหรูหราอย่างลงตัว สมรรถนะการขับขี่อันสมบูรณ์แบบจากสถาปัตยกรรมโครงสร้างตัวถังใหม่ “จีเอ-เค” ซึ่งเป็นนวัตกรรมที่เลกซัสคิดค้นขึ้นใหม่ สร้างพื้นฐานอันดีเยี่ยมให้กับอีเอสเพื่อต่อยอดสู่ความสมบูรณ์แบบในทุกด้าน

อีเอสใหม่ แสดงถึง การเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญด้วยการเพิ่มคุณค่าด้านอารมณ์ความรู้สึกบนพื้นฐานของพลวัตในการขับขี่ที่ยอดเยี่ยม โดยรวมนวัตกรรมยานยนต์ของเลกซัสที่สำคัญ ทั้งด้านการออกแบบ สมรรถนะการขับขี่ และเทคโนโลยีล่าสุดที่ก้าวล้ำ เข้าด้วยกัน ภายใต้หลักการพัฒนา 3 จุดหลัก คือ การออกแบบที่กล้าจะแตกต่าง ฉีกแนวทางอนุรักษนิยมแบบเดิม สู่แนวคิดใหม่ ความสง่างามที่น่าหลงใหล ด้วยเส้นสายที่ดึงดูดสายตา สปอร์ตโฉบเฉี่ยว พร้อมสะท้อนพลวัตในการขับขี่ที่ดีกว่าเดิม



จากเส้นสายของตัวรถจากหลังคาที่ลากมาบรรจบบริเวณช่วงท้ายของตัวรถสร้างสัดส่วนที่สมดุลทำ ให้ตัวรถดูกว้างและราบต่ำการออกแบบด้านหน้ารถที่เฉียบคมและด้านข้างที่มีมิติดูทรงพลัง โดดเด่นกับกระจังหน้าแบบ Spindlegrille เอกลักษณ์ที่บ่งบอกความเป็นเลกซัส เสริมความโฉบเฉี่ยวด้วยไฟหน้า-ไฟท้ายแบบแอลอีดี และไฟเดย์ไทม์ รันนิ่ง ไลท์รูปตัวแอลกลมกลืนกันกับชุดไฟท้ายแอลอีดีรูปตัวแอลนอกจากนี้ยังมีกุญแจไฟฟ้าที่สามารถเปิดปิดฝากระโปรงท้ายได้อย่างอัตโนมัติเพียงแค่ขยับเท้าบริเวณใต้กันชนด้านหลังเท่านั้น

ภายในผสานความหรูหราเข้ากับนวัตกรรมความสะดวกสบาย พร้อมจัดวางฟังก์ชันต่าง ๆ โดยคำ นึงถึงผู้ขับขี่เป็นศูนย์กลาง ทำให้ทุกการควบคุมเป็นเรื่องง่าย จอแสดงผลอีเอ็มวีขนาด 12.3 นิ้ว แสดงข้อมูลแบบพาโนรามาเช่นแผนที่แบบเต็มจอโดยไม่รบกวนการเข้าถึงข้อมูลของผู้ขับขี่แม้ในขณะแสดงผล ทั้งเมนูและแผนท่เี พ่อื ช่วยตรวจสอบสภาพแวดล้อม และแสดงภาพเสมือนที่ประมวลผลจากกล้องบริเวณด้านหน้า ด้านข้าง และด้านหลัง



เบาะนั่งคนขับและผู้โดยสารตอนหน้าปรับหนุนหลังได้ 4 ทิศทาง พนักพิงของเบาะนั่งคู่หน้าออกแบบมาให้แยกท่อนล่างและท่อนบนออกจากกันเพื่อสร้างความต่อเนื่องจากเบาะนั่งมายังคอนโซลและที่พักแขนโดยรวมตัวหนุนหลังไว้ในพนักพิงท่อนล่างเพื่อช่วยลดความเมื่อยล้า เบาะนั่งตอนหลังปรับเอนด้วยไฟฟ้าได้ถึง 8 องศา มาพร้อมกับระบบความปลอดภัยด้วยเทคโนโลยี เลกซัส เซฟตี้ ซิสเต็ม พลัส เจนเนอเรชนั่ ที่ 2 แต่คงควบคู่กับความนุ่มนวลในการขับขี่และความเงียบภายในห้องโดยสาร เป็นต้น

ส่วนการขับขี่ง่ายดายด้วยสวิตช์เลือกโหมดการขับขี่ ทั้งโหมดประหยัดน้ำมัน โหมดปกติ และโหมดสปอร์ต มาพร้อมเครื่องยนต์เบนซิน 4 สูบ แถวเรียงขนาด 2.5 ลิตร พัฒนาใหม่ล่าสุด ผสานคุณสมบัติ ทั้งสมรรถนะการขับขี่การประหยัดน้ำ มันและความเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ระบบไฮบริดเจนเนอเรชั่นใหม่เรียกว่าอีเอสตอบโจทย์ความแรง หรู สะดวกสบาย



สุนทรียะแห่งความรื่นรมย์

หากจะกล่าวถึงเรื่องราวและรายละเอียดของรถคันนีัลึกลงไป ต้องขอเท้าความกลับไปถึงเมื่อปีปลายทศวรรษที่ 80 หรือเกือบ 30 ปีก่อน เมื่อบริษัทรถยนต์ชั้นนำ ของญี่ปุ่น 3 บริษัทคือ โตโยต้า นิสสัน และฮอนด้า ต่างเห็นพ้องต้องกันที่จะบอกกับโลกว่า “คนญี่ปุ่นหากจะทำอะไรไม่แพ้ชาติใดในโลก” เพื่อลบคำปรามาสจากพวกฝรั่งผมทองว่าคนญี่ปุ่นนั้นทำรถยนต์ระดับสูงไม่เป็น โดยพวกเขาได้ตัดสินใจที่จะใช้ตลาดสหรัฐอเมริกาเป็นตลาดหลักในการเปิดตัวรถยนต์ชั้นเลิศที่เป็นความภาคภูมิใจของพวก
เขา ทางโตโยต้าได้เปิดตัวรถยนต์แบรนด์ใหม่ในชื่อ “เลกซัส”ส่วนนิสสันนั้นได้เปิดตัวแบรนด์ “อินฟินิติ” และฮอนด้าได้ส่งแบรนด์ “อะคิวร่า”

ในหมู่รถทั้ง 3 แบรนด์นั้น รถยนต์เลกซัสในรุ่น “แอลเอส 400” อันเป็นรถยนต์ที่พัฒนาขึ้นภายใต้รหัสพัฒนาว่า “F1” หรือ Flagship One ที่มาจากคำ ว่า “เรือธงหมายเลขหนึ่ง” ของโตโยต้าน้นั มีความโดดเด่นที่สุด ด้วยการสร้างรถยนต์ที่ออกแบบมาเพื่อคนอเมริกันโดยเฉพาะจากการที่พวกเขาได้ศึกษารสนิยมการใช้รถยนต์ของคนอเมริกันที่มีฐานะและพบว่าพวกเขานั้นต่างเบื่อหน่ายกับความจุกจิกน่ารำคาญ ไว้ใจไม่ได้ของรถยนต์หรูจากยุโรปและอเมริกา แต่ในขณะเดียวกันก็ได้ทำการทดสอบวิ่งบนทางหลวง “ออโต้บาห์น” ของเยอรมนีอย่างหนัก เพื่อพัฒนาสมรรถนะการขับเคล่อื นและการทรงตัวที่พวกเขาตั้งใจลูบคมรถเยอรมันอย่างเมอร์เซเดส-เบนซ์อย่างไม่อ้อมค้อมอันเป็นที่มาของเครื่องยนต์แบบวี8 รหัส1UZ ที่โดดเด่นเรื่องความนิ่งเงียบและทนทานชนิดที่รถในยุค 30 ปีให้หลังยังอาย และเมื่อเปิดตัว “เลกซัส” รุ่นแรกสู่สาธารณชน โลกก็รู้จักกับนิยามบทใหม่ของรถยนต์หรูที่ความผ่อนคลาย พละกำลังและความทนทาน ผสมผสานกันได้อย่างลงตัวและสอนบทเรียนให้กับผู้ผลิตรถยนต์จากเยอรมนีไม่รู้ลืม



ปรัชญาด้าน “ความพยายามเพื่อค้นหาความสมบูรณ์แบบ” จากเมื่อ 30 ปีก่อนนั้นได้ถูกยกระดับอย่างต่อเนื่องเสมอมา และเลกซัส อีเอส 300เอช นี้แม้จะไม่ได้สืบสายเลือดตรงมาจากรุ่นเรือธงตระกูล “แอลเอส” แต่เช่อื เถิดว่านี่เป็นหนึ่งในรถยนต์ชั้นยอดคันหนึ่ง โดยเฉพาะเมื่อวัดกันที่ความ “สุนทรียะของการเดินทาง”

เส้นสายของรถคันนี้เป็นการคลี่คลายจากรถรุ่นเรือธงอย่างแอลเอส 500 อย่างไม่เคอะเขินความโดดเด่นนั้นเริ่มจากกระจังหน้าทรง “นาฬิกาทราย” หรือที่ทางเลกซัสนิยามมันว่า “Spindle” หรื หลอดด้ายที่เป็นเครื่องหมายการค้าของรถยนต์เลกซัสร่วมสมัย โดยอีเอส 300เอชใช้กระจังหน้าที่ประกอบขึ้นจากเส้นตั้งที่เอียงลู่เข้าหากันใน
ตำแหน่งของโลโก้ได้อย่างสวยหรูดูดีมีราคา และเมื่อรวมเข้ากับไฟเดย์ไทม์ ทรงหัวหอกที่เฉียบคมทำให้นี่เป็นหนึ่งในรถที่มีโฉมหน้าหล่อเหลา เฉียบขาดที่สุดคันหนึ่งในปัจจุบัน

รูปทรงของรถถูกพัฒนาขึ้นภายใต้พื้นฐาน TNGA มีความแข็งแกร่ง และมีจุดศูนย์ถ่วงที่ต่ำและตัวรถนั้นแม้จะมีขนาดใหญ่แต่กลับดูปราดเปรียวราวกับลูกธนูที่พุ่งออกจากคันศร เป็นหนึ่งในรถไม่กี่คันเท่านั้นที่สามารถเรียกได้ว่า “สวยในทุกมุมมอง” ไม่ว่าจะมองจากมุมใด

แต่ความประทับใจใด ๆ ของการยลโฉมภายนอก อาจจะไม่มีส่งผลมากเท่าการได้ลองขับและนั่งโดยสารเพราะมีความน่าทึ่งมากไปกว่าแค่การมีงานออกแบบห้องโดยสารที่ดูล้ำสมัยด้วยการใช้หน้าจอภาพขนาดใหญ่ถึง 12.3 นิ้วหรือว่าห้องโดยสารที่โอ่อ่าหรูหราไร้ที่ติ แต่ที่สร้างความน่าทึ่งในการทดสอบก็คือนี่เป็นรถยนต์ที่เงียบสงัดที่สุดเท่าที่เคยได้ทดสอบมาด้วยการใช้เทคโนโลยี “แอคทีพ นอยส์ คอนโทรล” ที่เป็นระบบตรวจจับคลื่นรบกวนแล้วส่งคลื่นเสียงหักล้างออกไปแก้ ความสงัดนี้จะทำให้คุณสามารถหลับตาแล้วลืมความวุ่นวายของโลกภายนอกออกไปได้ชั่วขณะที่คุณเดินทาง นอกจากนั้นความสงัดยังส่งผลโดยตรงกับเสียงของระบบเครื่องเสียงของรถโดยตรงเพราะทุกรายละเอียดโน้ตดนตรี ไปจนถึงเสียงถอนหายใจอันแผ่วเบาของนักร้องสาวน้นั มีความละเอียดอ่อนละเมียดละไมดูเป็น 3 มิติลอยอยู่ตรงหน้าอย่างน่า
หลงใหล เรียกได้ว่าเมื่อลงจากรถคันนี้ไปนั่งรถคันอื่นจะตั้งคำถามในใจทันทีว่าเราทนนั่งรถเสียงหนวกหูขนาดนี้ได้อย่างไร



สามารถสรุปได้ว่านี่คืออีกหนึ่งความสำเร็จของ “เลกซัส” ที่ล้มล้างขีดจำกัดของรถหรูที่ฝรั่งนิยามเอาไว้ เหมือนที่เมื่อ 30 ปีก่อนพวกเขาฉีกหน้าเหล่ารถเยอรมนีในสมัยนั้นไว้ เชื่อเถอะว่ารถคันนี้ได้นำเอาความสุนทรียะของรถหรูระดับสิบล้านลงมาให้เราได้สัมผัสในระดับนี้ได้ มันไม่ธรรมดาจริง ๆ

แรง ดี เกินคาด

“ป้ายแดงชวนขับ” สัปดาห์นี้ยังได้นักแข่งมืออาชีพระดับโลก ต้น-มานัต กุละปาลานนท์ มาทดสอบรถยนต์เลกซัส อีเอส 300เอชให้เช่นเคย พร้อมให้ความเห็นว่าอีเอสใหม่นอกจากเก็บรายละเอียดอย่างที่คิดแล้วเส้นสายโครเมียม กระจังหน้า คิ้ว ครีบ ที่สำคัญไฟหน้าแบบแอลอีดีสวยมาก หากมองด้านข้างจะเห็นว่ารถเตี้ยลงตามแพลตฟอร์มใหม่ “จีเอ-เค” ทำให้มีจุดศูนย์ถ่วงต่ำส่งมาส่งผลให้การเข้าโค้งดีขึ้น

“หลายคนอาจมองไม่เห็นแต่ผมเป็นนักแข่งจึงรู้ว่าถ้าเราขับรถเร็ว การออกแบบรถตามหลักพลศาสตร์ การใช้ครีบ และมีจุดศูนย์ถ่วงต่าง ๆ สำคัญมาก เช่น รถแข่งบางคันมีการปรับเบาะเพ่อื ให้พอดีกับคนขับ แต่สำหรับเบาะของเลกซัส อาร์ซี-เอฟ รถแข่งคันที่ผมขับนั้นกำหนดไว้ว่าต้องอยู่ตรงจุดศูนย์ถ่วงพอดี แล้วใช้วิธีปรับพวงมาลัย เบรก คันเร่ง คลัตช์ให้ขยับเข้ามาหาคนขับแทน ซึ่งเลกซัสได้นำหลักการดังกล่าวมาใช้กับอีเอส 300เอชคันนี้ ซึ่งรถบางคันเครื่องยนต์ไม่แรงแต่การเข้าโค้งดีย่อมเป็นต่อ
เช่นเดียวกับอีเอสใหม่ที่ดีไซน์ได้ลงตัวแบบขับรถซีดานแต่ให้ฟีลลิ่งเหมือนขับรถสปอร์ต



เมื่อเข้ามาในห้องโดยสารเห็นว่าคอนโซลหน้าสวย ฟังก์ชันการใช้งานง่ายทั้งวิทยุ แอร์ใกล้มือ มุมมองรอบคันชัดเจนดี พวงมาลัยดีไซน์ดีมาก ผสมลายไม้แทรกอยู่ด้านในทำให้สัมผัสหนังด้านนอกจับแล้วมั่นใจ ปุ่มสปอร์ตพร้อมมี 3 โหมดให้เลือกใช้รวมทั้งตอบสนองไว เบาะนั่งสวยโค้งเว้ากระชับตัวมีลมเป่าให้ด้วย แต่ตำแหน่งอาจเตีย้ ลงเล็กน้อย ทว่า นั่งกำลังดีนับว่าป็นรถที่ขับสบาย หลายคนคงชอบ ผู้ใหญ่คิดว่ารถน่าใช้แต่วัยรุ่นอาจมองว่านุ่มไปสักนิดขับแล้วจะโคลงหรือเปล่า แต่ต้องเปลี่ยนความคิดได้เลยเพราะต้นลองขับด้วยความเร็วสูงปรากฏว่ารถไม่โคลงหรือย้วย ควบคุมได้ไม่มีเสียว ช่วงล่างทำงานได้ดีมาก ระบบเบรกก็มั่นใจ

“ตอนแรกคิดว่าเครื่องยนต์ 2.5 ลิตร ระบบไฮบริด แบบ 4 สูบไม่น่าแรง แต่เมื่อได้ขับจริงในหลายรูปแบบทั้งเร่งแซง ความเร็วไล่ระยะจาก 100 กม./ชม. ขึ้นไประดับนึงก็ดีเกินคาดแสดงว่าระบบไฟฟ้าที่เกี่ยวกับไฮบริดจูนมาดีทำให้ปล่อยกำลังไฟฟ้าและมีแรงทอร์กดีมากเรียกว่าช่วงต้น ช่วงกลางดี ส่วนช่วงปลายความเร็วยังไหลไปต่อได้ การขับขี่ในเมืองคล่องตัว หรือต้องการเพิ่มความเร็วก็ทำได้ดีไม่แพ้กันถือว่าขับสบาย ขับสนุกตั้งแต่กดคันเร่งครั้งแรกความเร็วสั่งได้ ส่วนระบบเกียร์อัตโนมัติ ซีวีทีใช้ปกติเปลี่ยนรอบไปเรื่อย ๆ เมื่อเปลี่ยนไปใช้โหมดสปอร์ต การเปลี่ยนเกียร์รวดเร็วขึ้น ด้านฟีลลิ่งของพวงมาลัยดีมากตอบสนองดี เมื่อลองเข้าโค้งด้วยความเร็วช่วงแรกเหมือนจะย้วย แต่พอเข้าโค้งจริง ๆ พบว่าไม่นิ่มหรือแข็งไป”



นักแข่งอินเตอร์บอกว่าโดยรวมขอให้ดาวภายนอก 5 ดาว ชอบดีไซน์บวกกับแพลตฟอร์มจีเอ-เคให้การขับขี่สนุก ติแค่ความแรง น่าจะมากกว่านี้อีกหน่อย ช่วงล่างนุ่มนวลนั่งสบายให้ 4.5 ดาว เครื่องยนต์ให้ 4.5 ดาว ฟีลลิ่งการขับ 5 ดาว แรงทอร์กดีเกินคาด ภายในสวยให้ 5 ดาว ฟังก์ชันใช้งานดีโดยรวมให้เต็ม 5 ดาว ชอบเป็นการส่วนตัว.

--------------------------
ลำยอง ปกป้อง.

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    40%
  • ไม่เห็นด้วย
    60%

บอกต่อ : 32