อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พุธที่ 21 สิงหาคม 2562

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พุธที่ 21 สิงหาคม 2562

สวทช. เปิดเวทีพัฒนานักออกแบบรุ่นใหม่

สวทช. จัดเสวนาด้านการออกแบบวงจรรวม เน้นพัฒนานักออกแบบรุ่นใหม่ พร้อมสร้างเครือข่ายอุตสาหกรรมการออกแบบวงจรรวมของประเทศไทย ศุกร์ที่ 15 มีนาคม 2562 เวลา 12.10 น.

เมื่อวันที่14 มีนาคม 2562    สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) จัดสัมมนา “Thai Microelectronics Seminar 2019” ภายใต้โครงการพัฒนาบุคลากรสำหรับอุตสาหกรรมการออกแบบวงจรรวมเพื่อสร้างเครือข่ายอุตสาหกรรม เพื่อแลกเปลี่ยนองค์ความรู้และประสบการณ์ด้านการออกแบบวงจรรวม และเป็นเวทีพัฒนานักออกแบบรุ่นใหม่ และสร้างเครือข่ายอุตสาหกรรมการออกแบบวงจรรวม (IC Design) ของประเทศไทย   

ดร.นิภาพรรณ กลั่นเงิน หัวหน้าโครงการพัฒนาบุคลากรสำหรับอุตสาหกรรมการออกแบบวงจรรวม ศูนย์เทคโนโลยีไมโครอิเล็กทรอนิกส์ (TMEC) เนคเทค-สวทช. กล่าวว่า อุตสาหกรรมไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ถือเป็นเสาหลักสำคัญของภาคส่งออกไทย ปัจจุบันมีมูลค่าถึงร้อยละ 24 ของรายได้ส่งออก ติด 1 ใน 15 ของโลก แต่ส่วนใหญ่ยังเป็นอุตสาหกรรมปลายน้ำ สร้างมูลค่าเพิ่มได้ต่ำ เน้นลงทุนกระบวนการผลิตมากกว่าการทำวิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์  แม้จะพัฒนากระบวนการและสั่งสมเทคโนโลยีการผลิตเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องและผู้ผลิตบางส่วนได้เพิ่มศักยภาพด้านออกแบบเพื่อยกระดับจากการผลิตแบบ OEM เป็น ODM ที่มีการออกแบบและพัฒนาสินค้าด้วยตนเองมากขึ้น แต่ยังถือเป็นส่วนน้อย ไม่เพียงพอต่อการช่วยผลักดันให้ประเทศไทยก้าวพ้นกับดักรายได้ปานกลาง

การพัฒนาและยกระดับอุตสาหกรรมไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ ต้องมุ่งเน้นเพิ่มความสามารถในการแข่งขันด้วยการสร้างนวัตกรรมบนระบบเศรษฐกิจฐานความรู้ ที่ให้ความสำคัญกับการประยุกต์ใช้การวิจัยพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีเพื่อผลิตสินค้าที่มีมูลค่าเพิ่มสูง และพัฒนาคุณภาพของทรัพยากรมนุษย์อย่างต่อเนื่อง เพื่อยกระดับไปสู่อุตสาหกรรมระดับต้นน้ำ ได้แก่ การออกแบบวงจรรวม (IC Design) การผลิตเวเฟอร์วงจรรวม (Wafer Fabrication) และการพัฒนาผลิตภัณฑ์ รวมถึงอุตสาหกรรมกลางน้ำขั้นสูง เช่น การบรรจุภัณฑ์วงจรรวม (IC Packaging) และการผลิตแผ่นวงจรพิมพ์ (PCB) ซึ่งสามารถสร้างงานและรายได้ขั้นสูง เพิ่มความสามารถในการแข่งขัน ส่งผลดีต่อการขับเคลื่อนเศรษฐกิจประเทศให้เติบโตได้อย่างเข้มแข็งยั่งยืน

ทั้งนี้โครงการตั้งเป้า  IC Design Roadmap ในเฟสแรกจะเน้นพัฒนาคนก่อน จากนั้นจะรวมตัวให้เกิดเป็น consortium เพื่อที่จะวางโรดแมปในระยะยาว พร้อมส่งเสริมให้เกิดโปรเจคท์ IC Design ที่สามารถตอบโจทย์ประเทศจากการรวมตัวครั้งนี้ รวมถึงจะสนับสนุนให้เกิดสตาร์ทอัพด้านออกแบบวงจรรวมขึ้นมา ซึ่งในการออกแบบและผลิตจะแยกกัน เนื่องจากคนออกแบบจะเป็นส่วนหนึ่ง คนผลิตเป็นอีกส่วนหนึ่งได้ จุดนี้สตาร์ทอัพจะใช้เป็นช่องทางเข้าสู่วงการได้ คาดจะเกิดในอีก 2-3 ปีข้างหน้า  

ดร.ชัย วุฒิวิวัฒน์ชัย ผู้อำนวยการศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ (เนคเทค) สวทช. กล่าวว่า อุตสาหกรรมไมโครอิเล็กทรอนิกส์เข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้องในหลายๆ อุตสาหกรรม เช่น การแพทย์ หุ่นยนต์ ยานยนต์ การเกษตร อาหาร และพลังงาน เป็นต้น  ซึ่ง Smart Electronics หรืออุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์อัจฉริยะต่างๆ จะเข้ามามีบทบาทยิ่งขึ้น อาทิ IoT Device เซนเซอร์ ซอฟต์แวร์ ซึ่งการจะสร้างความเข้มแข็งและมุ่งขับเคลื่อนสู่ประเทศไทย 4.0 ต้องเน้นในเรื่องการออกแบบและพัฒนานวัตกรรม (Design and Innovate) รวมถึงต้องสร้างให้เกิดระบบนิเวศของอุตสาหกรรม Fabless ที่มีสัดส่วนของการออกแบบวิจัยและพัฒนามากกว่าการรับจ้างผลิตเพียงอย่างเดียวเช่นที่ผ่านมาด้วยการอาศัยความร่วมมือของทั้ง 3 ภาคส่วน ได้แก่ ภาคอุตสาหกรรม ที่จะยกระดับเป็นผู้ผลิตที่มีการออกแบบและพัฒนาด้วยตนอง ภาคการศึกษา ที่ช่วยกันถ่ายทอดองค์ความรู้ และภาครัฐ ที่เป็นรากฐานสำคัญสนับสนุนในเรื่องโครงสร้างพื้นฐานเพื่อรองรับการพัฒนา ควบคู่ไปกับการพัฒนาบุคลากรคนรุ่นใหม่ให้เข้ามาอยู่ในอุตสาหกรรมนี้มากขึ้น พร้อมสนับสนุนให้เกิดสตาร์ทอัพในอุตสาหกรรมไมโครอิเล็กทรอนิกส์เพิ่มขึ้น และการสร้างเครือข่ายที่เข้มแข็ง ซึ่งอาจรวมตัวเป็นเครือข่ายหรือ Consortium เพื่อผลักดันประเทศไทยให้เกิดระบบนิเวศ IC Design Ecosystem ต่อไป

ด้านผู้ประกอบการ นายมานพ ธรรมสิริอนันต์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ซิลิคอน คราฟท์ เทคโนโลยี จำกัด (SIC) กล่าวว่า ในการผลักดันอุตสาหกรรมไมโครอิเล็กทรอนิกส์ควรเน้นสร้างให้เกิดคลัสเตอร์ของ IC Design ที่รวมตัวผู้ประกอบการอย่างเป็นทางการ เพื่อให้บุคลากรหรือนักศึกษาที่มีความสนใจด้านนี้มีอาชีพหลังจบ และสามารถต่อยอดความคิดและนวัตกรรมที่เขาฝันจะทำได้ จุดนี้ทุกภาคส่วนทั้งเอกชนและรัฐบาลต้องจับมือร่วมกัน เพื่อบ่มเพาะคนรุ่นใหม่ที่จะก้าวเป็นสตาร์ทอัพในอนาคตในเรื่องของ design รวมถึงสนับสนุนให้เกิดระบบนิเวศของประเทศด้วยการมีโจทย์หรือสร้างอุปทานของการพัฒนาในประเทศได้เอง ตลอดจนสนับสนุนในเรื่องทุนหรือ funding ต่างๆ เหล่านี้จะช่วยให้สตาร์ทอัพหรือผู้ประกอบการที่เข้ามาสู่ในวงการช่วงเริ่มต้นสามารถดำเนินธุรกิจต่อไปได้ และสามารถเดินหน้าการออกแบบวงจรรวมให้ออกมาเป็นผลิตภัณฑ์จริงได้ต่อไป

ทั้งนี้ งานสัมมนาดังกล่าวมีผู้เข้าร่วมงานจากภาคเอกชน ภาคการศึกษา และภาครัฐกว่า 200 คน  ภายในงานนอกจากปาฐกถาและเสวนาเกี่ยวกับการร่วมขับเคลื่อนประเทศไทย 4.0 ด้วยอุตสาหกรรมไมโครอิเล็กทรอนิกส์แล้ว ยังมีนิทรรศการผลงานวิจัยด้านการออกแบบวงจรรวม โดยหน่วยงานภายใต้ สวทช. มหาวิทยาลัยชั้นนำ และภาคเอกชน อาทิ ผลงาน Chip เพื่อวัดคลื่นไฟฟ้าหัวใจ โดยนักศึกษาปริญญาโท ห้องวิจัยด้านการออกแบบวงจรรวมและระบบบูรณาการพลังงานต่ำ แห่งมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ (KLICS) เป็นต้น


คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    100%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

บอกต่อ : 33