อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พุธที่ 20 พฤศจิกายน 2562
พิธีราชาภิเษกรัชกาลที่ 10

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พุธที่ 20 พฤศจิกายน 2562

ล็อกซ์เล่ย์รีแบรนด์ " LET" ชูแพลตฟอร์มอัจฉริยะด้านรักษาความปลอดภัย

ล็อกซ์เล่ย์ ฯ รีแบรนด์ “ LET”  เป็นเซอร์วิส โพรไวเดอร์  เน้นบูรณาการเทคโนโลยีด้านความปลอดภัยแบบรวมศูนย์ ชูจุดเด่นมีแพลตฟอร์มอัจฉริยะ เป็นของตนเอง ตอบโจทย์เมืองปลอดภัย พุธที่ 19 มิถุนายน 2562 เวลา 20.30 น.

วันนี้( 19 มิ.ย.62)ที่ศูนย์สรรพสินค้าเทอร์มินอล 21  บริษัท ล็อกซเล่ย์ อีโวลูชั่น เทคโนโลยี จำกัด หรือ LET  บริษัทที่ ถือหุ้นโดย บมจ.ล็อกซเล่ย์ 100% ได้เปิดตัวการรีแบรนด์ใหม่ในฐานะเซอร์วิส โพรไวเดอร์  ที่บูรณาการเทคโนโลยีด้านความปลอดภัยภายใต้คอนเซ็ปต์ Beyond Security    พร้อมจัดงานโชว์เทคโนโลยีภายใต้ ชื่อ  “Live Beyond”

นายยุทธพร  จิตตเกษม  ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และกรรมการผู้จัดการ บริษัท ล็อกซเล่ย์ อีโวลูชั่น เทคโนโลยี จำกัด หรือ LET กล่าวว่า  การจัดงานครั้งนี้ เพื่อโชว์ความเป็นผู้นำในการให้บริการเทคโนโลยีด้านความปลอดภัยแบบรวมศูนย์ ทั้งการออกแบบ บูรณาการระบบสารสนเทศ (System Integration Service) ระบบเครือข่าย แอพพลิเคชั่น รวมถึงงานบริการบำรุงรักษาเทคโนโลยีด้านความปลอดภัย มุ่งสู่การเป็นเบอร์หนึ่งของเซอร์วิส โพรไวเดอร์ ที่ให้บริการดูแลรักษาความปลอดภัยแบบโทเทิ่ล โซลูชั่น (Total Solution) สอดรับกับประเทศไทยที่กำลังก้าวเข้าสู่ยุค 4.0
 
“จุดเด่นของ LET คือมีแพลตฟอร์มเป็นของตนเอง มีชื่อว่า บียอน แพลตฟอร์ม (Beyond Platform) ซึ่งร่วมมือกับพันธมิตรที่มีความเชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีอย่าง บริษัทบราเซ็นท์ ประเทศสิงคโปร์  ในการพัฒนาแพลตฟอร์มอัจฉริยะด้านรักษาความปลอดภัย ผ่านบิ๊กดาต้าและการใช้ปัญญาประดิษฐ์ (AI) มาผสานเข้ากับ กล้องโทรทัศน์วงจรปิด โดรน-อากาศยานไร้คนขับ ระบบเซ็นเซอร์ตรวจจับต่างๆ ในระดับเมือง จังหวัด และภูมิภาค บริหารจัดการแบบศูนย์รวมผ่านห้องปฏิบัติการ Single Command Control Center ภายใต้คอนเซ็ปต์ 3P : Predict, Prepare, Prevent และ 1M : Manage เพื่อให้ได้โซลูชั่นล้ำสมัย เข้ามาช่วยผู้ปฏิบัติงาน ยับยั้งภัยคุกคามและลดปัญหาการเกิดอาชญากรรมอย่างยั่นยืน เป็นการสร้างความเชื่อมั่นด้านความปลอดภัยแก่ประชาชนคนไทยและนักท่องเที่ยวต่างชาติ เพื่อให้ประเทศไทยก้าวสู่ เซฟ ซิตี้ หรือเมืองปลอดภัยได้อย่างแท้จริง” นายยุทธพร กล่าว

สำหรับบริการของ LET ประกอบด้วย 4 กลุ่มงานเทคโนโลยีด้านความปลอดภัย ซึ่งสามารถออกแบบและให้บริการได้ตามความต้องการของลูกค้า ทั้งในด้านอุปกรณ์ เทคโนโลยี ระบบงานและงบประมาณ เพื่อบูรณาการเป็นโทเทิ่ล โซลูชั่น  ได้แก่ 1. กลุ่มงานระบบเทคโนโลยีความมั่นคงเพื่อความปลอดภัยระดับเมืองและเขตชุมชนขนาดใหญ่ (Public Safety) มุ่งเน้นการออกแบบ ระบบการทำงานแบบรวมศูนย์ ผนวกกับเทคโนโลยีโปรแกรมวิเคราะห์ภาพเคลื่อนไหว ที่มีการทำงานแบบอัจฉริยะ สามารถทำงานได้อย่างรวดเร็วแบบ Real Time พร้อมคัดกรองและสรุปย่อเหตุการณ์ ให้สามารถตัดสินใจได้อย่างรวดเร็ว สำหรับพื้นที่สาธารณะ มุ่งเจาะกลุ่มลูกค้าหน่วยงานราชการ และรัฐวิสาหกิจ

2. กลุ่มงานเทคโนโลยีไร้มนุษย์ควบคุมและระบบบริหารจัดการล้ำอนาคต (Beyond Platform & Unmanned Security) เป็นการออกแบบการบริหารจัดการศูนย์ควบคุมและสั่งการพร้อมเชื่อมโยงระบบตรวจจับต่างๆ จากระยะไกลเข้ามาวิเคราะห์และสั่งการต่อแบบอัตโนมัติ ผ่านเทคโนโลยีจักรกลภาคพื้น จักรกลภาคอากาศ เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ เทคโนโลยี IoT เทคโนโลยีบริหารจัดการแบบรวมศูนย์ระยะไกล เป็นต้น มีกลุ่มเป้าหมายตั้งแต่ระดับองค์กร เช่น อาคารสำนักงานต่างๆ ร้านค้าปลีกที่มีสาขาจำนวนมาก หมู่บ้านจัดสรร ไปจนถึงกลุ่มลูกค้าทั่วไป 3. กลุ่มงานเทคโนโลยีขั้นสูงเพื่อระบบท่าอากาศยาน (Airport Technology) เน้นการออกแบบเทคโนโลยีเพื่อการบริหารจัดการระบบโดยสารภายในอากาศยานชั้นนำ ให้มีประสิทธิภาพ สะดวก รวดเร็ว อาทิ ระบบสายพานลำเลียงกระเป๋า สัมภาระ ระบบริหารจัดการเช็คอินผู้โดยสาร ระบบตรวจสอบและคัดกรองผู้โดยสารล่วงหน้า เป็นต้น  และ  4.   กลุ่มงานเทคโนโลยีขั้นสูง (Special Technology) เป็นการออกแบบระบบเพื่อภารกิจแบบเฉพาะเจาะจงให้แก่หน่วยงาน ความมั่นคงระดับชาติ อาทิ ระบบ GSM Interceptor  ระบบ Jammer ระบบ Military Drone ระบบกล้อง Multi Sensor ระบบ Mesh Network รวมไปถึงระบบ Big Data ที่สามารถวิเคราะห์ข้อมูลด้วยปัญญาประดิษฐ์ ให้แก่หน่วยงานความมั่นคงเพื่อระงับความเสียหายต่อเหตุการณ์ได้อย่างรวดเร็ว

นายยุทธพร   กล่าวว่า ในตลาดซีเคียวริตี้จำเป็นต้องขายความเชื่อมั่นเป็นหลัก  ดังนั้นนอกจากผลงานซึ่งเป็นเครื่องการันตีแล้ว LET ยังใช้กลยุทธ์การทำตลาดโดยร่วมมือกับพันธมิตรที่เป็นบริษัทประกัน ทำตลาดในลักษณะแพ็คเกจร่วมกัน (บันเดิ้ล) ในราคาที่แข่งขันได้  ซึ่ง LET ได้ลงนามในบันทึกข้อตกลงความร่วมมือการให้บริการด้านงานความมั่นคง และงานเทคโนโลยีรักษาความปลอดภัยร่วมกันแบบครบวงจร กับพันธมิตรที่แข็งแกร่งอย่าง บมจ.เมืองไทยประกันภัย นอกจากนี้ยังจับมือกับ ธนาคารกสิกรไทย เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับลูกค้าในด้านการชำระค่าบริการที่ยืดหยุ่นตอบสนองความต้องการของลูกค้า

ทั้งนี้บริษัทตั้งเป้ารายได้ในปี 2563 อยู่ที่ 400 ล้านบาท คาดว่าจะเติบโตขึ้นปีละอย่างน้อย 10 % โดยสัดส่วนรายได้มาจาก 4 กลุ่มงานดังนี้ กลุ่มงาน Public Safety 40% กลุ่มงาน Beyond Platform 25% กลุ่มงาน Airport Technology 25% และกลุ่มงาน Special Technology 20%  สำหรับผลงานที่ผ่านมา ซึ่งส่งมอบเสร็จเรียบร้อยแล้ว ได้แก่ ระบบบูรณาการรักษาความปลอดภัยของตำรวจภูธรภาค 5 เฟสหนึ่ง ครอบคลุมพื้นที่ภาคเหนือ 4 จังหวัด จากทั้งหมด 8 จังหวัด เป็นต้น ทำให้เจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถติดตามอาชญากรรมต่างๆ ได้ภายในเวลาไม่ถึง 10 นาที นอกจากนี้ยังมีที่สถานีขนส่งผู้โดยสารกรุงเทพ (สถานีขนส่งหมอชิต) ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ท่าอากาศยานดอนเมือง ท่าอากาศยานนานาชาติภูเก็ต ท่าอากาศยานเชียงใหม่ ท่าอากาศยานแม่ฟ้าหลวง เชียงราย ท่าอากาศยานหาดใหญ่ รวมถึงอาคารล็อกซเล่ย์เองก็ใช้ระบบของ LET

นอกจากระบบรักษาความปลอดภัยในภาพรวมขนาดใหญ่ระดับเมืองหรือภูมิภาคแล้ว บริษัท LET ยังมีบริการ “LET Care” สำหรับลูกค้าบุคคลทั่วไป บ้านเรือน สถานประกอบการต่างๆ ที่ต้องการระบบรักษาความปลอดภัยที่เหนือกว่าการแจ้งเตือนผู้บุกรุกหรือดูไลฟ์วิดีโอผ่านสมาร์ทโฟน  เพราะ “LET Care” สามารถตรวจจับความผิดปกติทั้งความร้อน อุณหภูมิ กลุ่มควันภายในบ้าน รวมถึงสามารถควบคุมแสงสว่าง เปิด/ปิดอุปกรณ์ไฟฟ้าในพื้นที่อยู่อาศัย พร้อมส่งสัญญาณแจ้งเตือนหน่วยงานฉุกเฉินที่เกี่ยวข้อง อาทิ แจ้งสถานีตำรวจหากมีผู้บุกรุก แจ้งทีมแพทย์ฉุกเฉินหากเกิดอุบัติเหตุกับผู้พักอาศัย ผสานกับการให้บริการของทีมตรวจสอบความปลอดภัยตลอด 24 ชั่วโมงผ่าน CCC (Command Control Communication) เพื่อตอบโจทย์ให้ครอบคลุมกับสังคมในยุคดิจิทัล และยังลดความยุ่งยากซับซ้อนด้วยการให้บริการผ่านแอพพลิเคชั่นที่เป็นมิตรกับผู้ใช้
 
 
 

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    0%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

บอกต่อ : 40