อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อังคารที่ 16 กรกฎาคม 2562
พิธีราชาภิเษกรัชกาลที่ 10

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อังคารที่ 16 กรกฎาคม 2562

"อูรุส"ซูเปอร์เอสยูวีสุดหรู จากแบรนด์"แลมโบกินี"(คลิป)

"อูรุส" ซูเปอร์เอสยูวีคันแรกของแลมโบกินี สมรรถนะเร้าใจในแบบซูเปอร์คาร์ นับเป็นอีกทางเลือก มาพร้อมเครื่องยนต์ขนาด 4.0 ลิตรเทอร์โบคู่ ใช้งานได้ในในชีวิตประจำวันและทุกสภาพการขับ อาทิตย์ที่ 7 กรกฎาคม 2562 เวลา 06.18 น.

"อูรุส" ซูเปอร์เอสยูวีคันแรกของแลมโบกินี โดย บริษัท เรนาสโซ มอเตอร์ ตัวแทนจำหน่ายและให้บริการหลังการขายอย่างเป็นทางการ นำเข้ามาเปิดให้เศรษฐีขี้เบื่อซูเปอร์คาร์สไตล์เดิม ๆ แต่ชื่นชอบรถคันใหญ่สปอร์ตลักชัวรี แต่สมรรถนะเร้าใจในแบบซูเปอร์คาร์ นับเป็นอีกทางเลือก มาพร้อมเครื่องยนต์ขนาด 4.0 ลิตรเทอร์โบคู่ที่ได้รับการถ่ายทอดดีเอ็นเอของแบรนด์แลมโบกินี รวมทั้งสามารถใช้งานในชีวิตประจำวันและทุกสภาพการขับ

อูรุสยังลงตัวสมบูรณ์แบบที่สุดสำหรับครอบครัวให้ความรู้สึกสปอร์ตหรูหรา ทรงพลังที่สุดในรถเอสยูวีระดับเดียวกัน การออกแบบรูปทรงและเส้นสายของตัวรถยังคงเอกลักษณ์ความเป็นแลมโบกินีอย่างแท้จริง ทั้งรูปทรงด้านหน้าที่ดูปราดเปรียวลาดลง และช่องรับอากาศด้านหน้าที่เป็นรูปตัววาย (Y) เข้ากันกับไฟหน้าแบบแอลอีดีที่ดูเพรียวบางโฉบเฉี่ยวไปกับประตูแบบไร้ขอบ ห้องโดยสารสปอร์ตหรู สะท้อนเอกลักษณ์แลมโบกินีด้วยดีไซน์ทรงหกเหลี่ยมทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นช่องระบายอากาศ ที่จับประตูและที่วางแก้ว
นอกจากนี้อูรุสยังขับเคลื่อนด้วยสุดยอดเทคโนโลยีแห่งการขับและความสะดวกสบาย เช่น พวงมาลัย 3 ก้าน พร้อมระบบลดการสั่นสะเทือนและระบบมัลติฟังก์ชันบนพวงมาลัยที่ช่วยควบคุมระบบอินโฟเทนเมนต์ ทั้งการตั้งค่าในรถยนต์ ระบบแอปเปิลคาร์เพลย์และแอนดรอยด์ ออโต้ การควบคุมโทรศัพท์ระบบนำทาง ปุ่มสตาร์ตเครื่องยนต์แบบอัจฉริยะไร้กุญแจ พร้อมระบบปลดล็อกประตูรถแบบสัมผัสที่ประตูและกระโปรงหลัง เบาะนั่งปรับไฟฟ้าอัตโนมัติส่วนโหมดการขับสามารถเปลี่ยนคาแรกเตอร์มีให้ใช้มากถึง 6 โหมด คือ โหมด     สตราดา สำหรับการขับทั่วไป, โหมดสปอร์ตสำหรับการขับที่มั่นคงแม่นยำสูง ส่วนโหมดคอร์ซานั้นเน้นสมรรถนะและแม่นยำสูงสุด ในขณะที่อีก 3 โหมด ก็คือ ขับบนหิมะ, ออฟโรด และผืนทราย ขึ้นอยู่กับการใช้งาน



กระทิงดุที่พร้อมทุกสถานการณ์
เปิดตัวในระดับนานาชาติมาราว ๆ ปีครึ่งก็ถึงคิวที่ “ป้ายแดงชวนขับ” ได้มาสัมผัสกับ แลมโบกินี “อูรุส” รถในสไตล์เอสยูวีคันแรกของแลมโบกินีในศตวรรษที่ 21 และบอกได้เลยว่ารถคันนี้ไม่ทำให้เราผิดหวังในความเป็นรถยนต์สมรรถนะสูง ที่มาจากแบรนด์แลมโบกินี เลยแม้แต่น้อยในป้ายแดงชวนขับนั้นเราเคยได้สัมผัสกับแลมโบกินีมาบ้างแล้ว ในรุ่น “ฮูราแคนสไปเดอร์” รถซูเปอร์คาร์แบบเปิดประทุนเครื่องยนต์วางกลางลำกันมาแล้วเมื่อปีก่อน แม้ว่าอูรุสจะมีองค์ประกอบทางกายภาพแตกต่างไปจากฮูราแคนหรืออเวนทาดอร์ ซูเปอร์คาร์เครื่องยนต์วางกลางลำพี่น้องร่วมตระกูลอย่างคนละเรื่อง แต่ถึงกระนั้นตัวรถเองก็ยังถ่ายทอดดีเอ็นเอของแบรนด์แลมโบกินี มาอย่างเต็มพิกัดดีเอ็นเอของมันมาจากปรัชญาของ “เฟอร์รุคคิโอ แลมโบกินี” (Ferrucio Lamborghini) ผู้ก่อตั้งแบรนด์ ที่เคยกล่าวไว้ว่า “ฉันต้องการรถที่สร้างมาเพื่อฉันเองมันต้องเป็นเหมือนดั่งความฝัน...ฝันที่ยากจะไขว่คว้า” นั่นก็คือแลมโบกินีที่แท้จริงต้องเกินจินตนาการ และเป็นรถที่ไม่ใช่ว่าใครจะสามารถเป็นเจ้าของได้โดยง่าย ซึ่งในหัวข้อนี้ “อูรุส” ที่ออกแบบโดยนักออกแบบอัจฉริยะแห่งยุคอย่าง “ฟิลิโป เปรินี่” (Filipo Perini) ผู้อยู่เบื้องหลังแลมโบกินียุคใหม่แทบทุกรุ่นนั้นสามารถสอบผ่านได้คะแนนเต็ม เพราะด้วยรูปลักษณ์ที่น่าพรั่นพรึงและราคาที่แพงสุดเอื้อม เพราะนี่คือหนึ่งในเอสยูวีที่น่าหลงใหลที่สุดในปัจจุบัน และเป็นแลมโบกินีที่พร้อมจะไปกับคุณได้ทุกที่ทุกเวลา ด้วยแนวคิดการออกแบบที่เน้นว่ารถของแบรนด์แลมโบกินีจะต้องมาพร้อม 1. รูปทรงที่เป็นเอกลักษณ์ 2. เส้นสายจะต้องแสดง ออกถึงความเฉียบคม แม่นยำ 3. รายละเอียดจะต้องสะท้อนถึงคุณลักษณ์ทางวิศวกรรม 4. การออกแบบต้องสุดขั้ว 5. ต้องทำให้คนประหลาดใจและ 6. ไม่มีคำว่าประณีประนอมในพจนานุกรมของแลมโบกินี จึงไม่น่าแปลกใจว่านี่เป็นรถที่อลังการในทุกมิติ



หากคุณเป็นคนชอบนั่งพินิจพิจารณาในรายละเอียด การออกแบบ รถคันนี้มีรายละเอียดสนุก ๆ ให้คุณได้ค้นหาได้เป็นชั่วโมง ๆ โดยรายละเอียดการออกแบบที่เป็นฟอร์มพื้นฐานของรถคันนี้และเช่นเดียวกับแลมโบกินีคันอื่น ๆ ก็คือ รูปทรง “6 เหลี่ยม” หรือเฮกซากอน (Hexagon) อันเป็นรูปทรงของธาตุคาร์บอนเราจะเห็นทรง 6 เหลี่ยมนี้ได้ทั่วทั้งคัน หรือไม่ก็เป็นการตัดมาบางส่วน อาทิ ไฟท้ายที่เป็นรูปวาย (Y) นั่นก็คือเป็นองค์ประกอบหนึ่งของรูปทรง 6 เหลี่ยมด้วยเช่นกัน การพิเคราะห์ และค่อย ๆ ถอดรายละเอียดออกเป็นส่วน ๆ เป็นหนึ่งในความเพลิดเพลินของคนรักงานออกแบบก็ว่าได้

อีกประเด็นหนึ่งในการออกแบบรถของแลมโบกินีร่วมสมัยคือ นักออกแบบต้องการสื่อว่า นี่คือเครื่องบินขับไล่ (Jet Fighter) แห่งท้องถนน ดังนั้นสิ่งที่ทำให้คุณรู้สึกถึงอารมณ์นี้มาได้จากปุ่มสตาร์ตเครื่องยนต์ที่ดูละม้ายคล้ายกับปุ่มยิงจรวดในเครื่องบินขับไล่ และหน้าจอแสดงผลที่ให้ความรู้สึกราวกับหน้าจอของเครื่องบินขับไล่ ไปจนถึงแรงดึงของเครื่องยนต์วี8 ขนาด 4.0 ลิตร เทอร์โบคู่ ที่มาพร้อมแรงบิดมหาศาล 850 นิวตัน-เมตร ที่จะผลักจนคุณจมลงไปในเบาะหนังแท้ พุ่งทะยานออกไปราวกับเครื่องบินจุดอาฟเตอร์เบิร์นเนอร์ก็ไม่ปาน หลายคนอาจจะกังวลว่าถ้าเอสยูวีที่ผลิตโดยแบรนด์ซูเปอร์คาร์ที่มาพร้อมเครื่องยนต์ที่มีพละกำลังบ้าเลือดแบบนี้จะนั่งกระเด้งกระดอนหรือไม่ ต้องขอบอกเลยว่ารถคันนี้จะทำให้คุณประหลาดใจ เพราะวิศวกรของอิตาลีและเยอรมนีได้ปรับแต่งช่วงล่างแบบถุงลมที่ใช้กับแชสซี VW MLB evo ที่ใช้ร่วมกันระหว่างรถในเครือของโฟล์คสวาเกนอย่าง ออดี้ คิว8, เบนท์ลีย์ เบนเทย์กา, ปอร์เช่ คาเยนน์, และโฟล์คสวาเกน ทัวเรค ออกมาได้อย่างแสนวิเศษ แม้ว่าจะใช้ล้อและยางขนาดใหญ่ถึง 22 นิ้ว แต่สภาพถนนที่เต็มไปด้วยรอยต่อขรุขระของถนนวิภาวดีรังสิตอันเป็นที่ตั้งของ “เดลินิวส์” ก็ไม่สะดุ้งสะเทือนเรียกว่าดีเกินคาดเรียกได้ว่านี่เป็นเอสยูวีที่ “สุดขั้ว” คันหนึ่ง ถ้าคุณชอบสไตล์หรู เบนท์ลีย์ เบนเทย์กา คือทางของคุณ แต่ถ้าชอบแนวสปอร์ต แล้ว ... แลมโบกินี อูรุส คือคำตอบ!.



ตัวใหญ่...เร็วดั่งใจ
กีกี้ หรือ ศักดิ์ นานา นักทดสอบขาประจำ “ป้ายแดงชวนขับ” พาไปทดสอบ “อูรุส” เอสยูวีหรูจากแบรนด์แลมโบกินี บอกว่า เป็นรถที่ต่อยอดมาจากรุ่นแอลเอ็ม 002 รถขนาด 4 ที่นั่ง มีกระบะท้ายเล็ก ๆ ผลิตขึ้นเมื่อปี ค.ศ.1980 แล้วได้หยุดการผลิตไป จนกระทั่งบริษัทแม่ได้กลับมาผลิตรถเอสยูวีที่ใช้แพลตฟอร์มภายใต้โฟล์คสวาเกน กรุ๊ป ซึ่งเป็นเจ้าของอีกหลายแบรนด์หรู เช่น ปอร์เช่, ออดี้, เบนท์ลีย์ เป็นต้น อย่างไรก็ตาม แม้มีพื้นฐานแนวคิดมาจากคนเดียวกัน แต่ใช้วัสดุเกรดสูงน้ำหนักเบาและแข็งแรงกว่า การดีไซน์ การเก็บรายละเอียดแตกต่างกัน โดยเฉพาะการใช้เทคโนโลยีของแลมโบกินีทั้งหมด รวมทั้งตั้งใจสร้างอูรุสให้มีฟิลลิ่งเหมือนขับซูเปอร์คาร์แต่นั่งได้หลายคน
   
“ด้วยน้ำหนักราว 2 ตัน ตัวถังใหญ่ ตอนแรกผมคิดว่าไม่มีทางที่รถจะเบรกในจุด ๆ เดียวกับฮูราแคนได้ อย่างไรก็ตามเมื่อได้ทดสอบในสนามช้างฯ จริง ๆ พบว่าอูรุสมีความคล่องตัว ความเร็วที่ทำได้เหมือนซูเปอร์คาร์ ส่วนเบรกดีที่สุด สามารถขับในสนามเหมือนฮูราแคนหรืออเวนทาดอร์ ฟิลลิ่งใกล้เคียงกันมาก โดยเฉพาะจุดเบรกทำได้ในจุดเดียวกันคือสามารถวิ่งมาทางตรงช่วงระยะเบรก 100 เมตร (รถแข่งมีระยะเบรก 50 เมตร) แล้วเบรกพบว่ายังวางใจได้ไม่รู้สึกน่ากลัว แม้เลี้ยวด้วยความเร็วสูงรถไม่โคลงการบิดตัวของรถแทบไม่มีเลย ทำให้ผมประทับใจมาก ส่วนความเร็วจากเริ่มต้นถึง 100 กม./ชม. นั้นก็ไม่แพ้ซูเปอร์คาร์ทุกแบรนด์ เรียกว่าแรงบิดขนาด 850 นิวตัน-เมตร ทำให้ผู้โดยสาร 5 คนหลังติดเบาะทีเดียว” กีกี้บอกว่าเมื่อขับโดยใช้โหมดคอร์ซ่า รถจะเตี้ยลง ยางแทบจะอมล้อแม็ก ส่วนคนนั่งรู้สึกถึงความแข็งกระด้าง เช่น ผ่านหลุมขรุขระก็ได้อารมณ์ เรียกว่าคอนเซปต์ของอูรุสสามารถใช้ความเร็วสูงได้ด้วยเพอร์ฟอร์แมนซ์ สูงมาก แต่ยังมั่นใจให้ความปลอดภัย เบรกดี เลี้ยวเป็นเลี้ยว นั่นคือเหมือนกันหมด นอกจากนี้ยังมีโหมดขับบนถนน 3 โหมด คือสตราดา, คอร์ซ่า สปอร์ต ก็เพียงพอแล้ว อย่างไรก็     ตาม กีกี้บอกว่าส่วนจุดติของอูรุสก็มีแค่ราคาที่สูง ถ้าถูกกว่านี้จะดีมาก ที่เหลือทั้งเพอร์ฟอร์แมนซ์ การทำงานเครื่องยนต์ ความเร็ว การเปลี่ยนเกียร์ ระบบเบรก ระบบช่วงล่าง ทุกอย่างยังหาที่ติไม่ได้ ส่วนรูปร่างหน้าขึ้นอยู่กับความชอบแต่ละคน สำหรับกีกี้ถือว่าอูรุสไม่ใช่รถที่สวยที่สุดในโลก แต่ก็ไม่เคยเห็นรถเอสยูวีที่สวยกว่านี้เหมือนกัน.




 

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    0%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

บอกต่อ : 38