อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อาทิตย์ที่ 22 กันยายน 2562
พิธีราชาภิเษกรัชกาลที่ 10

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อาทิตย์ที่ 22 กันยายน 2562

ครั้งแรกในไทยโชว์บังคับรถไร้คนขับผ่านเครือข่าย 5 จี

โชว์งานวิจัยจากเครือข่าย 5 จี เอไอเอส ร่วมกับ กสทช. และ มอ. สาธิต การบังคับรถไร้คนขับ ทางไกลจากกรุงเทพ กับสงขลา ผ่านเครือข่าย 5 จี ครั้งแรกในไทย ศุกร์ที่ 16 สิงหาคม 2562 เวลา 22.13 น.


วันนี้( 16 ส.ค.) ที่มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตหาดใหญ่ (มอ.)  บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) หรือ เอไอเอส ได้ร่วมกับกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม , กสทช. และ มอ. เปิดตัวและสาธิตนวัตกรรมต้นแบบจากเทคโนโลยี 5G บนสภาพแวดล้อมจริง  โดยสาธิต บังคับรถไร้คนขับทางไกล ข้ามภูมิภาค  ระหว่างกรุงเทพฯ และ สงขลา ด้วยระยะทางถึง 950 กิโลเมตร ผ่านระบบ 5G (1st 5G Remote Control Vehicle) ที่มีการตอบสนองทันทีทันใด ไร้รอยต่อ ให้เคลื่อนที่ไปยังเป้าหมายและหยุดได้แบบเรียลไทม์และปลอดภัย

 
โดยการสาธิตครั้งนี้ การบังคับรถไร้คนขับจากกรุงเทพ โดย ดร.สุวิทย์ เมษินทรีย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ผ่านการสวมใส่แว่นวีอาร์ ที่สามารถมองเห็นสภาพโดยรอบรถผ่านกล้องระดับ  4K ที่ติดอยู่รอบตัวรถ เสมือนได้นั่งอยู่ในรถไฟฟ้าจริง  ทำการบังคับสั่งการผ่านเครือข่าย 5 จี ที่มีความเร็วและเสถียรแบบเรียลไทม์ จากกรุงเทพฯ
 

 
ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.นิวัติ แก้วประดับ อธิการบดีมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ กล่าวว่า มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ โดยสถาบันวิจัยและนวัตกรรมดิจิทัล สำนักวิจัยและพัฒนา ดำเนินโครงการ การพัฒนานวัตกรรมและเทคโนโลยีดิจิทัล ในเรื่อง IoT, Big Data, และระบบปัญญาประดิษฐ์ ภายใต้ชื่อ Smart City Model in Campus ที่ได้รับการอนุมัติและสนับสนุนงบประมาณจากรัฐบาล เพื่อจัดทำระบบต้นแบบเมืองอัจฉริยะที่ใช้นวัตกรรมของมหาวิทยาลัย ณ วิทยาเขตหาดใหญ่ ซึ่งเป็นการพัฒนาและปรับตัวเองให้เข้ากับยุค Digital disruption อาทิ ใช้ระบบ Smart street light ในการใช้ระบบไฟส่องสว่างบนถนน, ติดตั้งระบบสื่อสารข้อมูลดิจิทัลผ่านเครือข่ายคลาวน์และป้ายสื่อสารแบบดิจิทัล,

 
สำหรับการพัฒนารถไฟฟ้า หรือ  EV เป็นต้นแบบของยานยนต์ไร้คนขับและการควบคุมจากระยะไกล ผ่านรูปแบบของ V2X  รวมถึงถ่ายทอดความรู้ทางด้านดิจิทัล และ Digital transformation ให้กับนักศึกษา ครู อาจารย์ ประชาชน และภาคอุตสาหกรรมอย่างต่อเนื่อง โดยที่ผ่านมา มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ โดยสถาบันวิจัยและนวัตกรรมดิจิทัล เราทำงานวิจัยและพัฒนาอย่างใกล้ชิดกับ ภาคเอกชนทางด้านโทรคมนาคม อย่างบริษัทแอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส เพื่อร่วมกันศึกษา ทดลอง ทดสอบ เทคโนโลยี 5G ในมิติต่างๆ มาอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ต้นปีที่ผ่านมา ผ่าน Use Case ที่เป็นประโยชน์ต่อภาคอุตสาหกรรม และ Use Case ที่ตอบโจทย์การใช้ชีวิตของประชาชน



 
ด้านนายปรัธนา ลีลพนัง หัวหน้าคณะผู้บริหารกลุ่มลูกค้าทั่วไป เอไอเอส กล่าวว่า การที่ประเทศไทยจะก้าวสู่ยุคดิจิทัล หนึ่งในความสำคัญ คือ โครงสร้างพื้นฐาน  โดยเอไอเอส พัฒนาเครือข่ายอย่างต่อเนื่อง  โดยใช้เวลาเพียง ปีครึ่ง ก็ครอบคลุมทั่วประเทศ โดยฉพาะในพื้นที่ภาคใต้ มีมากกว่า 5,400    สถานีฐาน ครอบคลุมไปถึงพื้นทะเล 

 
นอกจากนี้ ได้พัฒนาสร้างแพลตฟอร์ เน็ตเวิร์ค พิเศษ แยกออกมาจาก4  จี  รองรับไอโอที ให้พร้อมรองรับการต่อยอด โดยได้สร้างโครงสร้าง AIAP    ร่วมมือกับ  กสทช.  ในเดือน ก.พ. ที่ผ่านมาปัจจุบันมีพันธมิตร 1,335  ราย  เพื่อทำโครงการต่างๆ ที่เกิดประโยชน์ ในหลายอุตสาหกรรม เพิ่มประสิทธิภาพ ต้นทุน สร้างมูลค่าเพิ่ม นอกจากนี้ยังให้ความสำคัญกับการพัฒนาคน  ให้ความรู้ตั้งแต่เยาวชนเพื่อให้เติบโตขึ้นมาเป็นผู้ใหญ่ในสังคมดิจิทัล และได้ร่วมพัฒนา AIS เพลย์ กราวด์@ PSU  เพื่อให้เป็นศูนย์กลาง ในการพัฒนาวิจัย ไอโอที จะเปิดในปลายปีนี้

 
อย่างไรก็ตามทาง เอไอเอสได้เริ่มวิจัย 5  จี กับ มอ. เมื่อปลายปีที่แล้ว ซึ่ง 5 จี สามารถตอบสนองความถึ่เร็วกว่า 4 จี ถึง 50 เท่า   และมี สปีดเร็วกว่า 100 เท่า และสามารถเชื่อมต่ออุปกรณ์ไอโอทีย่อยได้กว่า 1  ล้านอุปกรณ์ในพื่นที่  1 ตารางกิโลเมตร  ขณะที่ 4 จี สามารถเชื่อมต่อได้เพียง 1 แสนอุปกรณ์เท่านั้น ซึ่งผลการวิจัย จะมีการนำมาใช้งานในอนาคต  สำหรับการสาธิต บังคับรถไร้คนขับทางไกล ถือเป็นครั้งแรกในไทย ประกอบด้วย

 
1.      การบังคับรถไร้คนขับข้ามภูมิภาค (5G Remote Control Vehicle )  การแสดงศักยภาพที่สำคัญของเครือข่าย 5G เช่น ความเร็วในการรับส่งสัญญาณ (Throughput) ความเร็วในการตอบสนอง (Latency) และความเสถียรของระบบ (Stability) ผ่านเทคโนโลยีการบังคับรถยนต์ไร้คนขับทางไกลข้ามภูมิภาคครั้งแรกของไทย ระหว่างกรุงเทพฯ – สงขลา ที่ผู้ควบคุมรถไม่จำเป็นต้องอยู่ในตัวรถ แต่สามารถบังคับรถให้เคลื่อนที่ไปยังพื้นที่ต่างๆ ตามต้องการ ผ่านการสั่งงานระยะไกลแบบเรียลไทม์ บนเครือข่าย 5G ซึ่งข้อมูลต่างๆ จะถูกส่งต่อผ่านระบบ Video Analytics และสามารถ Streaming Video ที่มีความละเอียดสูง ผ่านเครือข่าย 5G กลับมาหาผู้ควบคุมรถได้ทันที จึงเป็นประโยชน์อย่างยิ่งในการนำไปประยุกต์ใช้ในหลายๆ ส่วนของสังคม เช่น การสัญจรโดยสาร, การขนส่งสินค้าในภาคอุตสาหกรรม และโลจิสติกส์

 

2.      นวัตกรรม V2V (การสื่อสารระหว่างรถต่อรถ ผ่าน 5G) : การสาธิตนวัตกรรมการสื่อสารระหว่างรถต่อรถ (Vehicle to Vehicle) ผ่านเครือข่าย 5G ที่สามารถรับ-ส่งข้อมูลความเร็วสูง มีการตอบสนองที่รวดเร็วและมีความเสถียรของระบบสูง ทำให้รถยนต์ 2 คัน สามารถสื่อสารข้อมูลการขับขี่ ข้อมูลความปลอดภัย และข้อมูลการจราจรไปมาระหว่างกันเองได้อย่างแม่นยำและปลอดภัย ซึ่งจะช่วยป้องกันอุบัติเหตุที่อาจเกิดขึ้น รวมถึงเพิ่มประสิทธิภาพการจราจรในเส้นทาง

 
3.      นวัตกรรม Mobile Surveillance / Object Detection (รถตรวจการณ์และรักษาความปลอดภัย) : นวัตกรรมรถตรวจการณ์และรักษาความปลอดภัย จาก Video Analytics และ AI ด้วยการนำข้อมูลวิดีโอจากกล้องวงจรปิดบนยานพาหนะ ส่งผ่านเครือข่าย 5G ไปยังห้องควบคุมกลาง ทำให้สามารถวิเคราะห์ภาพจำแนกวัตถุรอบคันรถ และตรวจจับลักษณะของรถ เช่น ป้ายทะเบียน, รุ่นของรถ, ยี่ห้อ, สีและลักษณะของรถ และการแจ้งเตือนความเสี่ยงในพื้นที่ต่างๆ ได้แบบเรียลไทม์และแม่นยำ โดยหากเจ้าหน้าที่ผู้เกี่ยวข้องแจ้งข้อมูลรถต้องสงสัยเข้ามาในพื้นที่ ระบบก็จะสามารถแกะรอยและแจ้งเตือนทันทีที่รถคันดังกล่าวขับเข้ามาในพื้นที่ ซึ่งจะช่วยให้การเฝ้าระวังพื้นที่เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    100%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

บอกต่อ : 60