อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

เสาร์ที่ 21 กันยายน 2562
พิธีราชาภิเษกรัชกาลที่ 10

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

เสาร์ที่ 21 กันยายน 2562

"สมคิด"ตรวจเยี่ยมอว.ย้ำทิศทางวิจัยต้องเป็นดีมานด์ไซส์  

“สมคิด” ตรวจเยี่ยมกระทรวงอว. พร้อมนั่งหัวโต๊ะประชุมสภานโยบายฯ ครั้งแรก ย้ำทิศทางงานวิจัยและหลักสูตรของมหาวิทยาลัยต่อจากนี้ไปจะต้องเป็นดีมานด์ไซส์  หรือตามความต้องการของผู้ใช้งาน   เผยที่ประชุมเห็นชอบกรอบวงเงินงบประมาณด้านวิทย์ 37,000 ล้านบาท จันทร์ที่ 19 สิงหาคม 2562 เวลา 14.40 น.

วันนี้ (19 ส.ค.62) เวลา 9.00 น. ที่ห้องประชุมชั้น 4  อาคารพระจอมเกล้า สำนักงานปลัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม  ถนนโยธี   ดร.สมคิด  จาตุศรีพิทักษ์  รองนายกรัฐมนตรี    ได้เดินทางมาตรวจเยี่ยมกระทรวงการอุดมศึกษา  ฯ พร้อมมอบนโยบายในการดำเนินงานและร่วมประชุมสภานโยบายการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมแห่งชาติ ซึ่งจัดขึ้นเป็นครั้งแรก โดยสำนักงานสภานโยบายการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมแห่งชาติ (สอวช.) ในฐานะฝ่ายเลขานุการของสภานโยบาย ฯ หรือ ซุปเปอร์บอร์ด

ดร.สมคิด  จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี กล่าวในฐานะประธานสภานโยบาย ฯ ว่า การประชุมครั้งนี้ ได้รับมอบหมายจาก พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี มาเป็นประธานการประชุม โดยสภานโยบายฯ เป็นเวทีสำคัญในการขับเคลื่อนประเทศด้วยการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อววน.) ซึ่งถือเป็นขุมพลังหลักในการเปลี่ยนไทยสู่ประเทศเศรษฐกิจฐานนวัตกรรม โดยการประชุมครั้งนี้ ได้มีการหารือหลายประเด็นสำคัญ  และหนึ่งในนั้น คือ การหารือกรอบนโยบายและยุทธศาสตร์ด้านการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม และวงเงินงบประมาณ
 ทั้งนี้ สอวช. ในฐานะฝ่ายเลขานุการของสภานโยบายฯ ได้ยกร่างกรอบนโยบายและยุทธศาสตร์ อววน. พ.ศ. 2563 – 2570 โดยใช้โจทย์สำคัญจากยุทธศาสตร์ชาติ ระยะ 20 ปี แผนแม่บทภายใต้ยุทธศาสตร์ชาติ 23 ฉบับ และ 15 ประเด็นเร่งด่วน ใน 5 ปีแรกของยุทธศาสตร์ชาติ รวมทั้งนโยบายสำคัญของรัฐบาล และข้อเท็จจริงจากเวทีการประชุมหน่วยงานในระบบต่างๆ มาระบุประเด็นที่ด้านการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม จะมีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนประเทศให้ก้าวข้ามความท้าทายเพื่อบรรลุเป้าหมาย ขจัดปัญหาในปัจจุบันและวางรากฐานเพื่ออนาคต ผ่านการบริหารงานในรูปแบบแพลตฟอร์มเพื่อสร้างความเชื่อมโยงระหว่างแผนงานและโครงการต่าง ๆ ให้สามารถตอบโจทย์ของประเทศได้คมชัดยิ่งขึ้น  โดยทั้ง 4 แพลตฟอร์ม ประกอบด้วย 1. การพัฒนากำลังคนและสถาบันความรู้ 2. การวิจัยและสร้างนวัตกรรมเพื่อตอบโจทย์ท้าทายของสังคม 3. การวิจัยและสร้างนวัตกรรมเพื่อเพิ่มขีดความสามารถการแข่งขัน และ 4. การวิจัยและสร้างนวัตกรรมเพื่อการพัฒนาเชิงพื้นที่และลดความเหลื่อมล้ำ

 ด้าน ดร.สุวิทย์  เมษินทรีย์   รัฐมนตรีว่าการกระทรวง อว. เปิดเผยถึงการประชุมรับมอบนโยบายจากรองนายกรัฐมนตรีว่า  การประชุมในครั้งนี้ ถือว่ามีองค์ประชุมที่ครบทุกด้าน ทั้งผู้บริหารกระทรวง  ทปอ. สมาคมธนาคาร สภาหอการค้าและภาคเอกชน  ซึ่งถือว่าเป็นมิติสำคัญในการหารือ  และที่ประชุมได้มีการนำเสนอเรื่องต่าง ๆ ที่จะขับเคลื่อนประเทศโดยเฉพาะด้านการพัฒนากำลังคนเพื่อตอบโจทย์ประเทศ    ซึ่งดร.สมคิดได้เน้นย้ำว่าหลักสูตรต่อจากนี้ไปรวมถึงทิศทางงานวิจัยและพัฒนานวัตกรรมของกระทรวงอว.จะต้องเป็นดีมานด์ไซส์  หรือตามความต้องการของผู้ใช้งาน    ซึ่งจะต้องมีการทำงานร่วมกับภาคเอกชนและเป็นเครือข่ายมากขึ้น

สำหรับการประชุม สภานโยบาย ฯ  ดร.สุวิทย์   กล่าวว่า  ท่านนายกรัฐมนตรีได้มอบหมายให้ท่านรองนายก สมคิด มาเป็นประธานในที่ประชุมแทน ซึ่งเป็นการประชุมในลักษณะพิเศษ เนื่องจากเป็นการประชุมครั้งแรก ยังไม่มีผู้ทรงคุณวุฒิ ที่ประชุมได้มีเสนอการตั้งประธานคณะกรรมการพิจารณางบประมาณในปี 2563 ทั้งสองด้าน คือด้านการอุดมศึกษา ซึ่งที่ประชุมเสนอให้ ดร.ศักรินทร์ ภูมิรัตน เป็นประธานฯ  ส่วนด้านวิทยาศาสตร์วิจัยและนวัตกรรม มีการเสนอให้ดร วีระพงษ์ แพสุวรรณ เป็นประธานฯ
นอกจากนี้ที่ประชุมยังมีการแต่งตั้งให้ “ดร.สุวิทย์”    ในฐานะรัฐมนตรีว่าการกระทรวง อว. เป็นประธานกรรมการอำนวยการสำนักงานสภานโยบายการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมแห่งชาติ (สอวช.) อีกด้วย

ดร.สุวิทย์   กล่าวอีกว่า  ที่ประชุมมีความเห็นร่วมกันในการตั้งเป้าหมายและตัวชี้วัดการพัฒนาการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม โดยได้ตั้งเป้าหมายการลงทุนด้านการวิจัยและพัฒนาของประเทศ ในปี 2563 ไว้ที่ 1.2% ต่อจีดีพี หรือประมาณ 212,340 ล้านบาท แบ่งเป็นการลงทุนจากภาครัฐ 25% หรือประมาณ 53,085 ล้านบาท และเป็นการลงทุนจากภาคเอกชน 75% หรือประมาณ 159,255 ล้านบาท   ทั้งนี้ ในรอบสำรวจปัจจุบัน ปี 2560 พบว่า ประเทศไทยมีการลงทุนด้านการวิจัยและพัฒนา อยู่ที่ประมาณ  1% ต่อจีดีพี  

นอกจากนี้ที่ประชุมได้พิจารณาเห็นชอบกรอบวงเงินงบประมาณด้านวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2563 ที่สอดคล้องกับกรอบนโยบายและยุทธศาสตร์ด้านการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมของประเทศ โดย สอวช. และ สกสว. ได้เสนอกรอบวงเงินงบประมาณด้านวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2563 ตามนโยบายและยุทธศาสตร์ฯ รวมทั้งสิ้น 37,000 ล้านบาท  แบ่งเป็นงบด้านการพัฒนากำลังคนและสถาบันความรู้ 30 % . การวิจัยและสร้างนวัตกรรมเพื่อตอบโจทย์ท้าทายของสังคม 15 %    การวิจัยและสร้างนวัตกรรมเพื่อเพิ่มขีดความสามารถการแข่งขัน  25 %   การวิจัยและสร้างนวัตกรรมเพื่อการพัฒนาเชิงพื้นที่และลดความเหลื่อมล้ำ 20%  ส่วนอีก 10 %  เป็นการยกเครื่องมหาวิทยาลัย

“อีกหนึ่งประเด็นที่สำคัญในการประชุมครั้งนี้ คือเรื่องของการวิจัย ซึ่งที่ผ่านมาเป็นเบี้ยหัวแตก  ปัจจุบันมีความพยายามที่จะทำให้ทิศทางการวิจัยมีความชัดเจนมากขึ้น เป็น 4 แพลตฟอร์มการวิจัย ซึ่งการบริหารจัดการถือเป็นเรื่องสำคัญ โดยหน่วยงานให้ทุนมีทั้งภายในและภายนอกกระทรวง โดยในกระทรวงนั้นปัจจุบันมีแค่วช.หรือสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ  ซึ่งคงจะไม่เพียงพอ  ซึ่งที่ประชุมมองว่าคงจะต้องมีการตั้งหน่วยงานที่บริหารจัดการเฉพาะด้านขึ้นทั้งด้านการพัฒนาคน การพัฒนาขีดความสามารถในการแข่งขัน และการพัฒนาในพื้นที่ต่าง ๆ  ขึ้น โดยจัดตั้งในลักษณะที่ไม่เป็นภาระกับระบบราชการและมีความคล่องตัว”ดร.สุวิทย์   กล่าว
 

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    100%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

บอกต่อ : 60