อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

เสาร์ที่ 21 กันยายน 2562
พิธีราชาภิเษกรัชกาลที่ 10

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

เสาร์ที่ 21 กันยายน 2562

"โนเกีย" รุกตลาด5จีเต็มสูบ หวังชิงตลาดในไทย

"โนเกีย" เปิดแผนโชว์ศักยภาพเตรียมรุกตลาด5จีในไทยเต็มสูบ ส่ง “โซลูชั่นดิจิทัล” ชิงตลาด พุธที่ 21 สิงหาคม 2562 เวลา 15.16 น.

วันนี้ (21 ส.ค.) นายเซบาสเตียน โลฮอง ผู้อำนวยการบริษัทโนเกีย ประจำประเทศไทย เปิดเผยว่า มีบริษัทมีความพร้อมมากในการรองรับตลาด5 จี ในประเทศไทยที่จะเกิดขึ้นในอนาคตอันใกล้นี้ โดยจะส่งหลายโซลูชั่น เพื่อตอบโจทย์อุตสาหกรรม โดยได้วางโรดแมพคลื่น5 จี ไว้หลายย่าน เพื่อให้เอกชนทำงานได้ง่ายขึ้น และช่วยให้มีความยืดหยุ่นมากขึ้น ให้กับกับประชาชนและผู้บริโภค  ในส่วนของแผนงานของโนเกีย ได้เตรียมความพร้อมของบริษัทในการขับเคลื่อน การวิจัย และนวัตกรรมของโนเกีย เบลล์แล็บส์  เพื่อสำหรับการออกแบบเครือข่าย5 จี แบบครบวงจร ให้มีความปลอดภัยในระดับสูง ช่วยทำให้การทำงาน การเข้าถึง และการทำงานที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น



ทั้งนี้ มองว่าประเทศไทยเป็นหนึ่งในประเทศในแถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ที่มีการเชื่อมต่อการสื่อสารไร้สายมากที่สุด โดยมีปริมาณการสมัครใช้โทรศัพท์เคลื่อนที่ 133%  จากจำนวนประชากร 69.24 ล้านคน ดังนั้นเทคโนโลยี 5จี ที่กำลังจะมาถึงในอีกไม่นาน ตามที่รัฐบาล ตั้งใจที่จะผลักดันให้เกิด5 จี ให้ได้ในปลายปี2563  เพื่อนำมาสนับสนุนการบริหารประเทศให้เป็นไทยแลนด์4.0 



ในส่วนของภาพรวมของจำนวนผู้ใช้5 จี  ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ จะเพิ่มจาก54% มาเป็น82% จากปี2560-2568  นอกจากนี้มองว่าจะทำให้เกิดตลาดใหม่ๆ ในหลายอุตสาหกรรมทั้ง มีฟิกซ์ ไวร์เลส แอ็คเซ็ส 5จี ที่ไม่ต้องใช้สายไฟเบอร์ออฟฟติก มีการเชื่อมต่อกับรถยนต์ และยานพาหนะที่ไร้คนขับ  ซึ่งที่ผ่านมาโนเกียได้ให้บริการเครือข่ายแก่ลูกค้า ไปแล้วหลายประเทศที่ทยอยเปิดการให้บริการ 5จี จากปัจจุบันโนเกียมีลูกค้า 4จี อยู่ 346 รายทั่วโลก และคาดว่าลูกค้าจำนวนนี้จากเปลี่ยนมาสู่ 5จี อย่างแน่นอน 

อย่างไรก็ตาม ภาคธุรกิจ และองค์กร ในประเทศจะต้องปรับตัว เตรียมรับกับสถาปัตกรรมของโครงสร้างพื้นฐานในระบบใหม่ เพื่อให้เชื่อมต่อกับเศรษฐกิจดิจิทัลที่จะมาให้บริการ ปฏิวัติผู้ใช้บริการ เศรษฐกิจและสังคม  สำหรับโซลูชั่นที่เหมาะกับประเทศไทยคือ ระบบอัตโนมัติและการรวมกันของข้อมูลจะสามารถช่วยองค์กร และภาคธุรกิจได้ ประกอบด้วย 1.ระบบระบบการผลิตแบบแทคไทค์ผ่าน5 จี ซึ่งจะเป็นการแสดงให้เห็นว่าระบบการผลิต5 จี จะสนับสนุนการผลิตในภาคอุตสาหกรรม 2. ระบบอัตโนมัติแบบดิจิทัลเพื่อการผลิต โดยจะเป็นการสร้างการแลกเปลี่ยนข้อมูลแบบเรียลไทม์เพื่อป้องกันการผิดพลาดของเครื่องมือและเครื่องจักรอุตสาหกรรม โดยใช้ปัญญาประดิษฐ์ หรือเอไอ  และ3. การปฏิบัติงานท่าเรืออัจริยะ (สมาร์ท ฮาร์เบอร์) ซึ่งระบบ5 จีจะช่วยให้การตอบสนองรวดเร็ว  ความหน่วงต่ำ เพิ่มคุณค่าให้กับระบบการทำงานของท่าเรือในด้านการเข้า-การออกได้ดีขึ้น

นอกจากนี้ ยังมองว่าในประเทศไทย ปัจจัยที่จะส่งผลต่อความสำเร็จ มี 4 ด้านหลักๆ ได้แก่ คือการขับเคลื่อนให้เกิดผลสำเร็จจะต้องได้รับแรงผลักดันจากรัฐบาล และผู้บริการเครือข่ายโทรศัพท์มือถือ ผู้ผลิตอุปกรณ์ และตัวผู้ใช้งานเอง  ในขณะเดียวกันยังเห็นว่า กสทช. ควรกำหนดควรถี่5 จี ให้มีความหลากหลายในย่านความถี่ 2600 - 3500 เมกะเฮิรตช์ รวมไปจนถึง 26-28 เมกะเฮิรตช์ จะช่วยสร้างความหยืดยุ่นให้กับผู้ประกอบการได้เป็นอย่างดี  และประเด็นที่สำคัญ รัฐบาล ควรหายูสเคสการใช้งาน 5จี จริงให้เกิดขึ้นในตลาดไทยให้ได้ 

นายเซบาสเตียน กล่าวว่า โนเกียได้จัดงาน Nokia Innovation Day 2019 ที่ กรุงเทพฯ โดยนำนวัตกรรมสำหรับยุคแห่งการเชื่อมต่อโดยเทคโนโลยี 5จี มาจัดแสดงให้กับลูกค้าและพันธมิตร เช่นโซลูชั่น 5จี สำหรับประเทศไทย 4.0 ระบบการผลิตแบบแทคไทล์ผ่าน 5จี ช่วยสนับสนุนสายการผลิตที่ปัจจุบันมีความยืดหยุ่นที่เพิ่มขึ้นได้ ช่วยทำให้สภาพแวดล้อมในการปฏิบัติงานมีความปลอดภัยมากขึ้น นอกจากนี้ยังมีการแสดง ระบบอัตโนมัติแบบดิจิทัลเพื่อการผลิต การสาธิตว่าเครือข่าย 5จี สามารถสร้างการแลกเปลี่ยนข้อมูลแบบเรียลไทม์ 

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    0%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

บอกต่อ : 61