อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อังคารที่ 15 ตุลาคม 2562
พิธีราชาภิเษกรัชกาลที่ 10

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อังคารที่ 15 ตุลาคม 2562

ดวงดาวแห่งอนาคต

ค่ายเมอร์เซเดส-เบนซ์ เปิดโมเดลรถหรูตระกูลอีคิว สไตล์ซีดาน ดึงสถาปัตยกรรมรถไฟฟ้าเติมขุมพลังเต็มสูบ พร้อมระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ มอเตอร์ไฟฟ้าขนาด 350 กิโลวัตต์ อาทิตย์ที่ 22 กันยายน 2562 เวลา 08.00 น.

หากจะกล่าวถึงรถยนต์ในตระกูลอีคิว จากค่ายเมอร์เซเดส-เบนซ์ แล้วล่ะก็จะเป็นที่เข้าใจตรงกันว่าเป็นรถยนต์พลังไฟฟ้า ดังจะเห็นได้จากรถรุ่นอีคิวซี ซึ่งเป็นรถสไตล์เอสยูวี พลังไฟฟ้าเต็มรูปแบบที่จำหน่ายอย่างเป็นทางการรุ่นแรกของค่ายดาวสามแฉก แม้จะมีรูปทรงพื้นฐานร่วมกับเอสยูวี รุ่นจีแอลซีในพิกัดที่เมอร์เซเดส-เบนซ์ เรียกว่า “คอมแพ็ก ลักซูรี เอสยูวี”  แต่ก็ได้ปรับบุคลิกให้สะอาดตา กลมกลึงกว่าพี่น้องที่ใช้เครื่องยนต์สันดาบภายใน ชนิดที่เห็นได้อย่างชัดเจนทีเดียวไม่ว่าจะเป็นกระจังหน้าและโคมไฟหน้าที่ดูหลอมรวมเป็นหนึ่งเดียวกัน ไปจนถึงไฟท้ายที่เป็นเส้นแอลอีดีบางเฉียบสร้างอิมเมจที่ล้ำสมัย



ส่วนภายในห้องโดยสารนั้นก็แตกต่าง ออกไปโดยสิ้นเชิง สิ่งที่เห็นได้ชัดก็คือการยกเลิกช่องแอร์ที่ได้แรงบันดาลใจมาจากเครื่องยนต์เจ๊ต และนำเอาช่องแอร์ที่เป็นแบบเส้นตรงสีทองแดง(สื่อถึงธาตุทองแดงอันเป็นองค์ประกอบหลักของสายไฟฟ้า) มาใช้ อันนี้คือการแบ่งแยกบุคลิกการออกแบบที่แตกต่างออกไปอย่างสิ้นเชิงเนื่องจากคงจะตลกพิลึก หากรถพลังไฟฟ้านำเอาองค์ประกอบการออกแบบที่ได้จาก “เครื่องบินไอพ่น” ที่เผาน้ำมันทิ้งเป็นว่าเล่นมาใช้นั่นเอง

ล่าสุดนี้รถในตระกูลอีคิวก็ได้เปิดตัวรถแนวคิดสไตล์ซีดานออกมาอีกรุ่นหนึ่งในชื่อเรียกขานว่าอีคิวเอส โดยรถแนวคิดคันใหม่นี้ก็ยังคงรักษาไว้ซึ่งบุคลิกการออกแบบที่เห็นได้จากโปร ดักชั่นคาร์อย่างอีคิวซี โดยเฉพาะในส่วนของรูปทรงของหน้ากระจัง และรูปทรงของตัวรถที่กลมกลึง เรียบง่าย สะอาดตานั่นเอง



แต่สิ่งที่โดดเด่นก็คือสัดส่วนของอีคิวเอส นี้แตกต่างไปจากรถเบนซ์ทั่วไปชัดเจนเพราะตัวรถทรง 3 กล่องนั้นถูกสร้างขึ้นบนสถาปัตยกรรมของรถไฟฟ้าอย่างสมบูรณ์แบบ ห้องโดยสารวางอยู่บนฐานล้อที่ยาวเป็นพิเศษ ในขณะที่พื้นที่หน้ารถนั้นค่อนข้างสั้นเพราะไม่ต้องเป็นพื้นที่ของเครื่องยนต์ที่คุ้นเคยเกิดเป็นสัดส่วนที่ดูแล้วยาวและเตี้ย

นักออกแบบของเบนซ์มีความชาญฉลาดในการออกแบบให้รถไฟฟ้าที่มีแนวโน้มว่าจะมีตัวถังค่อนข้างหนาทึบตันดูโปร่งเบา ด้วยการจัดการให้ชายล่างของประตูบานหน้าและหลัง ถูกช้อนลอยขึ้น และปรับให้ส่วนสเกิร์ตเป็นสีดำเสียช่วยทำให้รถดูสะโอดสะองขึ้นมากเลยทีเดียว อีกองค์ประกอบหนึ่งที่โดดเด่นก็คือการออกแบบชุดไฟท้าย ซึ่งแนวคิดประกอบขึ้นจากช่องเปิดเล็ก ๆ รูปดาวสามแฉกขนาดเล็กใหญ่ต่าง ๆ กัน 229 ดวงโดยเป็นการวางในรูปแบบที่เรียกว่า “Parametric Design” เป็นรายละเอียดที่งดงามแปลกตาและ หากสามารถทำได้จริงก็คงจะเท่ไม่น้อย



การวางหลอดแอลอีดีจำนวนมากยังสามารถเห็นได้จากกระจังหน้าของรถคันนี้ โดยมีการใช้หลอดแอลอีดีมากถึง 188 ดวง โดยนักออกแบบนั้นได้ใช้การสะท้อนแสงภายในตัวกระจังหน้าที่เป็นกระจก ก่อให้เกิดเป็นภาพสะท้อน 3 มิติ ที่มีความลึกดูน่าทึ่ง การให้สีสันของรถคันนี้น่าสนใจ เพราะแม้เราจะเคยเห็นรถที่มี 2 สีมาแล้วหลายคัน แต่รถคันนี้มีการใช้แถบแอลอีดีสีฟ้าเส้นบาง ๆ วิ่งรอบคันคั่นกลางระหว่างพื้นที่ตัวถังด้านบนสีดำกับตัวถังด้านล่างสีเงินได้อย่างเฉียบขาด เป็นอีกหนึ่งแนวคิดที่เท่อย่าบอกใคร

ส่วนแนวทางการออกแบบห้องโดยสารนั้นก็ยังคงถ่ายทอดบุคลิกมาจากอีคิวซี อาทิ การใช้ช่องแอร์แบบแนวตั้งเส้นตรงสีทองแดง และมีการนำเอาหน้าจอระบบทัชสกรีนมาใช้อย่างเต็มรูปแบบ แม้กระทั่งพนักวางแขนฝั่งประตูด้านผู้โดยสารก็ยังเป็นระบบทัชสกรีน ซึ่งจากในรูปที่เห็นนั้นเป็นการแสดงให้เห็นว่า สามารถควบคุมระบบอินโฟเทนเม้นท์ในรถได้



เรียกได้ว่าด้านการออกแบบรูปทรงและรายละเอียดของอีคิวเอสนั้นทำได้น่าสนใจ มีแนวความคิดใหม่ ๆ ที่สามารถนำมาปรับใช้หลายจุด ส่วนด้านพละกำลังเคลมว่าเป็นระบบขับเคลื่อน 4 ล้อที่มีมอเตอร์ไฟฟ้าที่มีแรงมากถึง 350 กิโลวัตต์ และมีแรงบิดมากถึง 760 นิวตัน-เมตร ซึ่งพร้อมจะพารถคันนี้เร่ง 0-100 กม./ชม. ได้ในเวลา 4.5 วินาที ส่วนถ้าชาร์จไฟเต็มวิ่งได้ไกลถึง 700 กม. และสามารถชาร์จไฟได้ถึง 80% ของความจุในเวลา 20 นาทีเท่านั้น...เอาเป็นว่าเรามาจับตามองกันว่าอีคิวเอสเมื่อออกมาจริงจะยังคงโดดเด่นเหมือนรถแนวคิดคันนี้เพียงใด คาดว่าอีกไม่เกิน 2 ปี น่าจะได้เห็นตัวจริงกัน!.

-------------------------
ภัทรกิติ์ โกมลกิติ.


คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    100%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

บอกต่อ : 57