อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พุธที่ 1 เมษายน 2563
#เราจะผ่านวิกฤติไปด้วยกัน

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พุธที่ 1 เมษายน 2563

อว.เดินหน้ายุวชนสร้างชาติ ตั้ง 40 หน่วยปฎิบัติการดูแล

อว.ตั้ง 40 หน่วยปฎิบัติการในพื้นที่ดูแล 60,000 ยุวชนสร้างชาติ พร้อมมอบ”ศุภชัย ปทุมนากุล” รองปลัด อว.รับผิดชอบ อังคารที่ 18 กุมภาพันธ์ 2563 เวลา 15.13 น.


เมื่อวันที่ 18 ก.พ. 63  ดร.สุวิทย์ เมษินทรีย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม(อว.) เปิดเผยว่า หลังจากรัฐบาล โดย พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้คิกออฟ โครงการยุวชนสร้างชาติ ไปเมื่อกลางเดือน ม.ค.ที่ผ่านมา อว.ได้เดินหน้าดำเนินโครงการเต็มที่  เพื่อให้ยุวชนคนรุ่นใหม่ ทั้งนักศึกษา และบัณฑิตจบใหม่ สามารถนำศักยภาพของตนลงไปพัฒนาชุมชนได้ตามเป้าหมายที่ตั้งไว้

โดยในเดือน มี.ค.นี้  อว.ได้เปิดตัวสู่เส้นทางยุวชนสร้างชาติบัณฑิตอาสาอุดรธานี  พื้นที่นำร่องบ้านห้วยสำราญแหล่งปลูกไม้ดอกใหญ่ที่สุดในภาคอีสาน ต.หนองไฮ อ.เมืองอุดรธานี จ.อุดรธานี ภายใต้กิจกรรม “ยกระดับเกษตรพื้นบ้าน สู่เกษตรปลอดสาร มาตรฐาน GAP” ซึ่งบ้านห้วยสำราญ  




" จากนี้ จะมีการจัดตั้งหน่วยปฏิบัติการ (Execution Body) เตรียมพร้อมเป็นพี่เลี้ยงเพื่อดูแลนักศึกษาและบัณฑิตที่ลงทำงานในพื้นที่กว่า 40 หน่วยงาน และในเดือน เม.ย.จะเปิดรับสมัครนักศึกษา และบัณฑิตอาสากว่า 60,000 คน ที่สนใจร่วมโครงการ   โดยหน่วยปฏิบัติการจะช่วยพัฒนาทักษะให้กับนักศึกษา และบัณฑิต ในด้านต่างๆ  ให้สอดคล้องกับการทำงานในพื้นที่  ก่อนจะส่งลงพื้นที่ทำงานจริงและขยายผลต่อในเดือน พ.ค. ทั้งนี้ โครงการยุวชนสร้างชาติ ได้มอบให้ ศ.ดร.ศุภชัย ปทุมนากุล รองปลัด อว.เป็นผู้รับผิดชอบ"

ดร.สุวิทย์ กล่าวต่อว่า โครงการยุวชนสร้างชาติ ประกอบด้วย 3 โครงการหลัก ได้แก่ 1.โครงการยุวชนอาสา: สำหรับนักศึกษาชั้นปีที่ 3-4 กลุ่มละ 8-10 คนแบบคละศาสตร์ (วิทย์-สังคม) เรียนรู้และพักอาศัยในชุมชนเป็นเวลา 1 ภาคเรียน (4-5 เดือน) และได้รับหน่วยกิตเทียบเท่าการเรียนในชั้นเรียนทั้งภาคเรียน 2.โครงการบัณฑิตอาสา: สำหรับบัณฑิตจบใหม่ไม่เกิน 3 ปี กลุ่มละ 8-10 คนแบบคละศาสตร์ (วิทย์-สังคม) ลงพื้นที่พักอาศัยและทำโครงการในชุมชนเป็นระยะเวลา 12 เดือน และ 3.โครงการกองทุนยุวสตาร์ทอัพ : สำหรับนักศึกษาและบัณฑิตจบใหม่ที่มีความสนใจเป็นผู้ประกอบการ และต้องการรวมกลุ่มกันจัดตั้งสตาร์ทอัพ


คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    0%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

บอกต่อ : 71