อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พฤหัสบดีที่ 13 สิงหาคม 2563
#เราจะผ่านวิกฤติไปด้วยกัน

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พฤหัสบดีที่ 13 สิงหาคม 2563

อินเทลทุ่ม 50 ล้านดอลลาร์ริเริ่มเทคโนโลยีรับมือโรคระบาดโควิด-19

อินเทลเพิ่มทุนรวม 50 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ในโครงการริเริ่มด้านเทคโนโลยีเพื่อรับมือโรคระบาดและต่อสู้กับโรคโควิด-19 พุธที่ 8 เมษายน 2563 เวลา 14.20 น.


วันที่ 8 เมษายน  “บ็อบ สวอน”  ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของอินเทล  กล่าวว่า “ในขณะที่โลกกำลังเผชิญกับความท้าทายอันใหญ่หลวงในการต่อสู้กับโรคโควิด-19 อินเทลขอให้คำมั่นสัญญาว่าจะเร่งสร้างการเข้าถึงเทคโนโลยีที่จะมาต่อกรกับโรคระบาดนี้ให้ได้ และจะสนับสนุนการคิดค้นทางเทคโนโลยีและวิทยาศาสตร์ใหม่ๆ

ในการเตรียมความพร้อมให้กับสังคมเพื่อเผชิญหน้ากับวิกฤติครั้งต่อไปได้ดียิ่งกว่าเดิม เราหวังว่าการแบ่งปันความเชี่ยวชาญของพวกเรา ไม่ว่าจะเป็นทรัพยากรหรือเทคโนโลยี จะช่วยเร่งรักษาชีวิตและขยายการเข้าถึงบริการต่างๆ ที่จำเป็นให้แก่คนทั่วโลกในช่วงเวลาแห่งความท้าทายนี้”  

ทั้งนี้ อินเทลจะสมทบเงินประมาณ 40 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ เพื่อสนับสนุนโครงการเตรียมความพร้อมและรับมือสถานการณ์โควิด-19ของอินเทล (Intel COVID-19 Response and Readiness Initiative) และสำหรับโครงการสนับสนุนการศึกษาออนไลน์ (Intel Online Learning Initiative)

โดยในโครงการเตรียมความพร้อมและรับมือสถานการณ์โควิด-19ของอินเทลนี้ จะมอบเงินทุนให้แก่ลูกค้าธุรกิจและพาร์ทเนอร์ เพื่อเร่งสนับสนุนความก้าวหน้าด้านการวินิจฉัยโรค การรักษา และการพัฒนาวัคซีน และมุ่งยกระดับเทคโนโลยีต่างๆ เช่นปัญญาประดิษฐ์ (AI) การประมวลผลประสิทธิภาพสูง และการส่งมอบบริการจาก Edge สู่คลาวด์ เป็นต้น   

โดยในโครงการนี้ อินเทลจะเข้ามาช่วยผู้ผลิตและผู้ให้บริการด้านสุขภาพและชีววิทยาศาสตร์ ให้สามารถเพิ่มเทคโนโลยีและโซลูชันที่โรงพยาบาลจะต้องใช้สำหรับวินิจฉัยและรักษาผู้ป่วยโรคโควิด-19   และยังช่วยผลักดันให้เกิดการสร้างเครือข่ายภายในอุตสาหกรรมและเร่งยกระดับศักยภาพ ความสามารถและนโยบายของทั่วโลกให้รับมือกับโรคระบาดในครั้งนี้และในอนาคตข้างหน้าได้ ผ่านความเชี่ยวชาญของอินเทลในด้านการขับเคลื่อนนวัตกรรมเทคโนโลยีด้านสุขภาพและชีววิทยาศาสตร์ 

สำหรับโครงการสนับสนุนการศึกษาออนไลน์ของอินเทล (Intel Online Learning Initiative) จะให้การสนับสนุนองค์กรที่ไม่แสวงหาผลกำไรและพันธมิตรทางธุรกิจด้านการศึกษา เพื่อช่วยนักเรียนและนักศึกษาที่ขาดแคลนเทคโนโลยีให้มีอุปกรณ์และสามารถเข้าถึงแหล่งการเรียนรู้ออนไลน์ได้ และด้วยการร่วมมืออย่างใกล้ชิดกับโรงเรียนรัฐบาลในระดับชุมชนเพื่อบริจาคเครื่องคอมพิวเตอร์ (PCs) สนับสนุนการเข้าถึงแหล่งการเรียนรู้ออนไลน์ คู่มือสำหรับระบบการเรียนการสอนจากที่บ้านพร้อมความช่วยเหลือด้านอุปกรณ์เชื่อมต่อ  

นอกจากนี้อินเทลยังจัดสรรเงินจำนวน 10 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ สำหรับกองทุนนวัตกรรมเพื่อสนับสนุนความต้องการของพาร์ทเนอร์ภายนอก หรือโครงการบรรเทาทุกข์ที่ริเริ่มโดยพนักงานอินเทลเอง เพื่อตอบสนองความต้องการที่จำเป็นในชุมชนที่พวกเขาอาศัยอยู่  เช่น อินเทลได้ทำงานร่วมกับสภาวิจัยวิทยาศาสตร์และอุตสาหกรรม และสถาบันเทคโนโลยีสารสนเทศนานาชาติ ณ นครไฮเดอราบัด ประเทศอินเดีย

เพื่อใช้งานโซลูชันเซิร์ฟเวอร์และเครื่องลูกข่ายของอินเทลสำหรับเร่งการตรวจโรคโควิด-19 ให้รวดเร็วมากขึ้นด้วยต้นทุนที่ถูกลง  และช่วยเรียงลำดับจีโนมของเชื้อไวรัสโคโรนาเพื่อสร้างความเข้าใจเชิงระบาดวิทยา รวมถึงการใช้เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ในการจำแนกลำดับความเสี่ยงของผู้ป่วยที่มีโรคประจำตัวร่วมด้วย

และอินเทลยังร่วมมือกับสมาคมบริษัทผู้พัฒนาและให้บริการซอฟต์แวร์ของประเทศอินเดีย ในการสร้างอีโคซิสเต็มของแอพพลิเคชันและระบบการจัดการเบื้องหลัง (Back end) ประเภทมัลติคลาวด์ เพื่อใช้วินิจฉัยโรคโควิด-19 ในระดับประชากรและคาดการณ์การระบาดล่วงหน้าเพื่อเตรียมพร้อมจัดบริการด้านสาธารณสุขให้ดียิ่งขึ้น

ส่วนแพลตฟอร์ม Sickbay™ ของ Medical Informatics Corp. (MIC) ได้ใช้เทคโนโลยีอินเทลสร้างโซลูชันที่สามารถเปลี่ยนเตียงธรรมดาให้กลายเป็นเตียง ICU เสมือน (Virtual ICU) ได้ในระยะเวลาไม่กี่นาที เพื่อช่วยป้องกันบุคลากรทางการแพทย์ในหน่วยดูแลผู้ป่วยวิกฤติจากความเสี่ยงจากการสัมผัส และช่วยขยายความสามารถในการดูแลผู้ป่วย   

สำหรับในประเทศอังกฤษ อินเทลได้ร่วมมือกับบริษัท Dyson และบริษัท TTP ซึ่งเป็นที่ปรึกษาทางการแพทย์ เพื่อจัดทำแผงวงจร FPGAs สำหรับเครื่องช่วยหายใจ CoVent ที่ออกแบบมาโดยเฉพาะเพื่อตอบสนองคำร้องขอความช่วยเหลือจากรัฐบาลอังกฤษ เครื่องช่วยหายใจนี้ออกแบบให้สามารถติดตั้งกับเตียงได้ ทั้งนี้ยังอยู่ในระหว่างรออนุมัติทางกฎหมาย  
 

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    100%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%