อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

ศุกร์ที่ 5 มิถุนายน 2563
#เราจะผ่านวิกฤติไปด้วยกัน

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

ศุกร์ที่ 5 มิถุนายน 2563

LINE ปลื้ม ยอดคนไทยใช้ไทม์ไลน์พุ่งติดอันดับ 1 ของโลก

LINE เผยคนไทยแห่โพสต์คอนเทนต์บนหน้าไทม์ไลน์ สูงเกือบ 3 ล้านโพสต์ต่อวัน  ทำให้ไทยกลายเป็นประเทศที่มียอดการโพสต์ไทม์ไลน์สูงที่สุดในโลก ในเดือนเมษายน 2563  โตเกือบ 20 % เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันในปีที่แล้ว จันทร์ที่ 18 พฤษภาคม 2563 เวลา 19.07 น.


เมื่อวันที่  18 พ.ค. รายงานข่าวจาก LINE ประเทศไทย แจ้งว่า ในขณะที่คนไทยเข้าสู่สภาวะ “อยู่บ้าน หยุดเชื้อ เพื่อชาติ” แพลตฟอร์มดิจิทัลอย่าง LINE เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งต่อการดำรงชีวิตของคนไทยเพิ่มขึ้นอย่างทวีคูณ ไม่เพียงแต่ในด้านการสื่อสารผ่านแชท LINE อัพเดทข่าว  ข้อมูลสถานการณ์ผ่าน LINE TODAY เท่านั้น

แต่ LINE ไทม์ไลน์ (แท็บที่ 3 ในแอพฯ LINE) ได้กลายเป็นพื้นที่โซเชียลแหล่งใหม่ที่กำลังได้รับความนิยมจากคนไทยในช่วงที่ผ่านมา ด้วยยอดการเข้าชมคอนเทนท์ในไทม์ไลน์พุ่งสูงถึง 7 พันล้านครั้ง  และยอดการโพสต์คอนเทนต์บนหน้าไทม์ไลน์ของคนไทยสูงถึงเกือบ 3 ล้านโพสต์ต่อวัน  ทำให้ไทยกลายเป็นประเทศที่มียอดการโพสต์ไทม์ไลน์สูงที่สุดในโลก ในเดือนเมษายน 2563 ด้วยอัตราการเติบโตเกือบ 20 % เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันในปีที่แล้ว  

ทั้งนี้ด้วยการเข้าถึงง่ายผ่านแท็บที่ 3 ในแอพฯ LINE  ซึ่งมีฐานผู้ใช้ 45 ล้านคนในไทย  และการพัฒนาฟีเจอร์ ลูกเล่นใหม่ๆ ที่เข้ามาสร้างความสนุก  เพิ่มสีสันการใช้งานอย่างต่อเนื่อง  ทำให้พื้นที่โซเชียลอย่าง LINE ไทม์ไลน์ กลายเป็นจุดสนใจ  ดึงดูดให้ผู้ใช้งานคนไทยที่ต้องอยู่บ้านมาอัพเดทสถานะ แชร์ข้อมูลข่าวสาร และสร้างคอนเทนต์สนุกๆ คลายเครียดในช่วงเดือนที่ผ่านมาอย่างมาก

ไม่ว่าจะเป็นฟีเจอร์ Explore ใน LINE ไทม์ไลน์ กับการใช้เทคโนโลยี Machine Learning ศึกษาพฤติกรรมความชอบของผู้ใช้บนแพลตฟอร์ม  เพื่อรวบรวมและแสดงผลโพสต์ที่น่าสนใจ โดนใจผู้ใช้แต่ละคน ให้สามารถเข้าเลือกดูและกดติดตามหรือ Follow ได้ตามใจชอบ  โดยไม่จำเป็นต้องเป็นเพื่อนกันใน LINE  

นอกจากนี้ ฟีเจอร์ Story ในหน้า LINE ไทม์ไลน์ ที่เปิดตัวได้เพียง 1 ปี  สามารถสร้างยอดการสร้างสตอรี่สูงที่สุดในโลกถึง 21 ล้านครั้งต่อวันในเดือนเมษายน   ซึ่งถือว่ามีการเติบโตสูงขึ้นจากตอนต้นปีถึง 38 %  ยิ่งไปกว่านั้น ยอดการเข้าชมสตอรี่ในไทยก็สูงถึง 170 ล้านครั้งในเดือนดังกล่าว  
 

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    0%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

บอกต่อ : 53