อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พุธที่ 15 กรกฎาคม 2563
#เราจะผ่านวิกฤติไปด้วยกัน

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พุธที่ 15 กรกฎาคม 2563

สกาย ไอซีทีบุกตลาดสมาร์ทซีเคียวริตี้ภาคเอกชน

สกาย ไอซีที เดินหน้าบุกตลาดสมาร์ทซีเคียวริตี้   เปิดศูนย์ควบคุมสังเกตการณ์จากส่วนกลางเต็มรูปแบบ รองรับ8 กลุ่มเป้าหมายหลักจากภาครัฐสู่ เอกชน พฤหัสบดีที่ 4 มิถุนายน 2563 เวลา 11.19 น.


นายสิทธิเดช  มัยลาภ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท สกาย ไอซีที จำกัด (มหาชน) หรือ SKY  กล่าวว่าการก้าวเข้าสู่ความเป็น “เมืองอัจฉริยะ”  หรือ “สมาร์ท ซิตี้”  (Smart  City)  ไม่ว่าจะเริ่มจากฟังก์ชั่นความอัจฉริยะในด้านใด ๆ ก็ตาม  สิ่งที่ทุกเมืองขาดไม่ได้ นั่นก็คือเรื่องของ “ความปลอดภัยอัจฉริยะ” หรือ “สมาร์ท ซีเคียวริตี้ “(Smart Security)  ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญในการยกระดับคุณภาพชีวิตในเขตเมืองให้ดียิ่งขึ้น   

โดยปัจจุบัน ระบบรักษาความปลอดภัยอัจฉริยะได้ขยายความต้องการใช้งานจากภาครัฐไปสู่เอกชน ไม่เฉพาะวงการอสังหาริมทรัพย์ หมู่บ้านจัดสรร คอนโด โรงแรมที่เริ่มนำไปใช้ แต่ยังขยายไปถึงวงการค้าปลีก โรงพยาบาล และวงการก่อสร้าง ที่สามารถนำเทคโนโลยีด้านความปลอดภัยมาใช้ร่วมกับการเช็คการเข้างาน ไปจนถึงการตรวจสอบฐานข้อมูลอาชญากรรม เพื่อเฝ้าระวังเตือนก่อนจะเกิดภัย 



ทั้งนี้บริษัทซึ่งเชี่ยวชาญด้านระบบกล้องโทรทัศน์วงจรปิดหรือซีซีทีวี    ได้ใช้ “ซีเคียวริตี้”  หรือเทคโนโลยีรักษาความปลอดภัยเป็นตัวนำ ไปสู่การพัฒนาโซลูชั่นด้านอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง  ซึ่งปัจจุบันบริษัทได้ลงทุนกว่า 100 ล้านบาท  ในการสร้าง “ศูนย์ควบคุมสังเกตการณ์จากส่วนกลางเต็มรูปแบบ”  หรือ  “Smart Command Center” ที่ทันสมัยและใหญ่ที่สุดสำหรับภาคเอกชน   เพื่อรองรับความต้องการของ  8 กลุ่มเป้าหมายหลัก คือ อาคารที่อยู่อาศัย  อาคารสำนักงาน  โรงงาน  โรงแรม  โรงพยาบาล ห้างสรรพสินค้าและธุรกิจค้าปลีก  มหาวิทยาลัย และหน่วยงานราชการ



สำหรับเทคโนโลยีหลักที่ใช้ในศูนย์แห่งนี้ก็คือ ระบบการควบคุมดูแลจากส่วนกลางตลอด 24 ชั่วโมง  ซึ่งเป็นการรวมศูนย์ของภาพจากกล้องวงจรปิดในบริเวณต่างๆ เข้ามาที่ส่วนกลางเพื่อให้สะดวกต่อการบริหารจัดการ   มีระบบการจัดการการแจ้งเตือน  ประสานงานกับหน่วยงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้องเพื่อแก้ปัญหาที่เกิดขึ้นได้อย่างทันท่วงที  รวมไปถึงการบริหารจัดการฐานข้อมูลจากหน่วยงานต่างๆ เพื่อเพิ่มความปลอดภัยให้กับผู้ใช้บริการ

นายสิทธิเดช  กล่าวอีกว่า  บริษัทยังมีการพัฒนาระบบรักษาความปลอดภัยเพิ่มเติมโดยใช้กล้องวงจรปิด และเทคโนโลยีเอไอ  มีระบบจดจำใบหน้า  หรือ  Face Recognition   สามารถระบุและตรวจสอบบุคคลจากภาพถ่ายหรือภาพเคลื่อนไหว จำแนกบุคคลที่อาจเป็นอันตราย หรือมีประวัติอาชญากรเพื่อแจ้งเจ้าหน้าที่ให้ติดตามเฝ้าระวังได้ 

เพื่อเพิ่มความปลอดภัยให้กับลูกบ้านและทรัพย์สินของโครงการที่อยู่อาศัย   ส่วนธุรกิจค้าปลีกสามารถจำแนกลูกค้าวีไอพีเพื่อยกระดับการบริการ รวมถึงสามารถจำแนกบุคคล หรือลูกค้าที่มีความสนใจในตัวสินค้าหรือบริการได้อีกด้วย  โดย ระบบทั้งหมดนี้ผู้ประกอบการไม่จำเป็นต้องลงทุนเอง แต่ สกาย ไอซีที จะไปลงทุนให้ ทั้งการออกแบบติดตั้งกล้องวงจรปิด ตามความต้องการใช้งานและการบริหารจัดการข้อมูลให้ทั้งหมด โดยคิดค่าบริการเป็นรายเดือน

สำหรับสถานการณ์โควิด-19   ผู้บริหารสกาย ไอซีที มองว่าอาจจะเป็นวิกฤติของบริษัทขนาดใหญ่  แต่ก็เป็นโอกาสของบริษัทขนาดเล็กหรือสตาร์ทอัพ ที่สามารถขยับตัวและวิ่งได้เร็วกว่า  โดย 2 เดือนที่ผ่านมา  เรียกว่าเป็นนิว-นอร์มอล ที่คนเริ่มปรับตัวกับพฤติกรรมใหม่ ๆ  ด้วยการใช้เทคโนโลยีที่มีอยู่แล้ว แต่ไม่เคยคิดจะใช้มาก่อน   

แต่ 6 เดือนหลังจากนี้ไป เราจะเห็นการเปลี่ยนแปลงมากขึ้นและเร็วกว่าเดิม  เมื่อพฤติกรรมของคนถูกปรับแล้ว  เทคโนโลยีใหม่ ๆ จะเริ่มเข้ามา   ผู้บริโภคจะสามารถรับได้อย่างรวดเร็วมากขึ้น  และนี่ก็คือโอกาสของผู้ประกอบการในวงการไอที  ซึ่งสิ่งสำคัญก็คือ ต้องคิดก่อน คิดต่าง และ ทำได้อย่างรวดเร็ว
 

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    100%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

บอกต่อ : 96