อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

ศุกร์ที่ 22 มกราคม 2564

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

ศุกร์ที่ 22 มกราคม 2564

5 เทคนิค!!!หนทางเดินสู่"วล็อกเกอร์"

ทุกวันนี้ กระแส “วล็อกเกอร์” (Vlogger) กำลังมาแรงแถมฉุดไม่อยู่ จนเติบโตกันมากขึ้นทุกวัน!! แต่หลายคนอาจไม่รู้จักว่า “วล็อกเกอร์” คืออะไร? อาทิตย์ที่ 29 พฤศจิกายน 2563 เวลา 09.12 น.



มีข้อมูลให้คำอธิบายไว้ว่าจริง ๆ แล้ว Vlog มาจากคำว่า Video ผสมกับ Log (วล็อก หรือ วีล็อก) ซึ่งเป็นการบันทึกวิดีโอเกี่ยวกับไลฟ์สไตล์ความชอบ กิจกรรมต่าง ๆ รวมถึงวิถีชีวิตประจำวัน
ซึ่งคล้ายกับการเขียนไดอารี่ ลงสมุดนั่นแหละ แต่เปลี่ยนมาเป็นการบันทึกวิดีโอแทน
แต่ต้องมีจุดเด่นตรงที่ต้องมี “ประเด็น” ในเรื่องราวที่นำเสนอแล้วร้อยเรื่องออกมาเป็นลำดับ ที่สำคัญยิ่งกว่า...คือ “สไตล์” การนำเสนอเข้าถึงกลุ่มเป้าหมาย
 
หากอธิบายให้เห็นภาพกันง่าย ๆ วล็อกเกอร์ ก็เหมือนยูทูบเบอร์ นั่นแหละ
เพราะปัจจุบันมีแพลตฟอร์มวิดีโอเพิ่มมากขึ้น ซึ่งไม่ได้จำกัดแค่ยูทูบอีกต่อไป และส่วนใหญ่ต่องมีคอนเทนต์ในเรื่องของอาหารและการท่องเที่ยว
 
หัวเว่ย คอนซูมเมอร์ บิสสิเนส กรุ๊ป (ประเทศไทย) ได้ให้คำแนะนำเคล็ดลับ 5 แนวทาง ในการเป็นวล็อกเกอร์ เพราะยุคนี้สมัยนี้มีแค่ “มือถือ” ก็สร้างงานสร้างอาชีพวล็อกเกอร์ ได้แล้ว เพียงแค่ขอให้ “เริ่มทำ” ก็สามารถเป็นวล็อกเกอร์ได้ โดยเริ่มจาก....
 
1.การเดินทางไปกับมือถือคู่ใจ
วิดีโอคลิป!!! ที่น่าสนใจต้องมี...คอนเทนต์ ถ้าคุณไม่ใช่แนวรีวิวเครื่องสำอาง หรือทำอาหาร อยู่บ้านเฉย ๆ อาจไม่มีอะไรให้ถ่าย และกลายเป็นวันเรียบ ๆ วันหนึ่ง ดังนั้นขอให้หยิบมือถือคู่ใจแล้วออกจากบ้านไปสถานที่โปรด หรือนัดเจอเพื่อน ๆ หากมือถือถ่ายวิดีโอคุณภาพดีได้ ยิ่งสะดวก...แถมถ้าสมาร์ทโฟนเครื่องโปรดมีดีไซน์ที่เป็นเอกลักษณ์อย่างหน้าจอกว้างใหญ่ ถ่ายแล้วเห็นหน้าตัวเองชัดเจน ยิ่งทำให้สะดวกขึ้นไปอีก ไม่จำเป็นต้องมีกล้องดิจิทัล หรือกล้องวิดีโอ ก็สามารถถ่ายชอตอวดแฟชั่นประจำวันได้ และยังสามารถโชว์ด้านหลังของเครื่องผ่านกระจกได้ ทำให้ดูมีสไตล์มากขึ้น
 

2. ใช้ประโยชน์จากลูกเล่นของกล้องมือถือ
ยิ่งการสร้างคอนเทนต์วิดีโอมีประโยชน์ในชีวิตประจำวันมากขึ้นเท่าใด!! เทคโนโลยีของกล้องที่ใช้ถ่ายก็ต้องพัฒนาให้แตกต่างมากขึ้นไปเท่านั้น...ตามความต้องการของผู้ใช้ โดยเฉพาะกลุ่มเป้าหมายวล็อกเกอร์ ที่ทุกวันนี้ไม่ได้ใช้แค่กล้องหน้ากับกล้องหลัง อย่างใดอย่างหนึ่งอีกต่อไป ถ้าสมาร์ทโฟนสามารถใช้ได้ทั้งกล้องหน้าและหลังพร้อมกันได้ก็ยิ่งดี ประหยัดเวลาในการใช้โปรแกรมตัดต่อไปได้อีก เช่น กรณีช่วยสร้างชอตเห็นภาพทางข้างหน้าไปพร้อมกับหน้าวล็อกเกอร์ได้ในเวลาเดียวกัน ซึ่งยังถือว่าเป็นเทคนิคใหม่ที่ไม่มีใครเหมือน 
 
3. เปิดโหมดที่ทำให้ถ่ายอย่างไรก็สวย
คงมีบ้างที่หลายคนต้องการเริ่มเป็นวล็อกเกอร์ แต่!! พอต้องถ่ายหน้าตัวเองมาก ๆ ก็ไม่มั่นใจขึ้นมา หรือหน้าอาจจะพังในวันที่ต้องทำคอนเทนต์พอดี สิ่งเหล่านี้...ถือว่าไม่น่ากังวล ถ้าสมาร์ทโฟนที่คุณใช้ถ่ายมีโหมดบิวตี้ที่ช่วยลดรอยที่เห็นชัด ทำให้ผิวดูสุขภาพดีขึ้นเพียงพริบตา และถ้ากล้องหน้ามีเทคโนโลยีที่ช่วยให้ถ่ายในที่มืดได้คมชัด ถือเป็นอีกคอนเทนต์ที่น่าสนใจ เพราะคงมีผู้ชมอีกหลายคนที่อยากหาแฮงเอาต์ยามค่ำคืนใหม่ ๆ โดยอาศัยรีวิวจากวล็อกเกอร์
 
4.ใช้ AI ของกล้องแทนการตัดต่อ
เรื่องของการถ่ายวิดีโอ ขนาดกล้องโปร หรือกล้องวิดีโอที่ถ่ายทำงานแบบมืออาชีพ ยังมีข้อจำกัดหลายอย่างที่ทำให้ต้องมานั่งปรับกันตาแตกทีหลังในโปรแกรมตัดต่อ แต่สมาร์ทโฟนที่เน้นถ่ายวิดีโอได้ดี พยายามลดข้อจำกัดเหล่านี้... เพื่อให้จัดการคอนเทนต์ได้ง่ายขึ้น... ด้วยสิ่งที่เรียกว่า AI ที่ช่วยจัดการกับการรับแสงในที่แสงน้อยได้มากขึ้น การปรับความคมชัดให้ภาพถึงระดับ 4K ถือว่าสูงเกือบที่สุดสำหรับคุณภาพวิดีโอ หรือแม้กระทั่งสิ่งที่หลายคนคิดไม่ถึงอย่าง stabilizer ที่มาพร้อมกับกล้องเลย ซึ่งตอบโจทย์การถ่ายวิดีโอแบบไร้ขาตั้ง หรือเดินไปด้วยถ่ายไปด้วยได้พอดิบพอดี สิ่งเหล่านี้...จะลดภาระยิบย่อยในการตัดต่อก่อนลงคอนเทนต์ได้


 
5.ลองพึ่งแอพท่องเที่ยว
ถ้าวันใดที่ “หมดไอเดีย” ในการสร้างคอนเทนต์  ก็ไม่ต้องเป็นกังวล เพราะเหล่าอินฟลูเอนเซอร์ล้วนเจอปัญหานี้มาแล้ว โดยวิธีแก้ไข คือการหาแรงบันดาลใจด้วยการเปลี่ยนบรรยากาศไปเที่ยวต่างจังหวัด แถมมีไอเดียสร้างเป็นคอนเทนต์การเดินทางได้ อย่าลืมว่า...สมาร์ทโฟนไม่ได้เป็นเครื่องมือถ่ายทำได้อย่างเดียว หน้าที่หลักยังคงเป็นการช่วยค้นหาข้อมูลผ่านแอพพลิเคชั่นที่มีอยู่มากมาย  ซึ่ง “แอพท่องเที่ยว” สามารถช่วยเลือกเที่ยวบิน เที่ยวรถไฟ ที่พักสวย ๆ หรือสถานที่ท่องเที่ยวหลากหลายได้

และถือเป็นประสบการณ์การท่องเที่ยวอีกรูปแบบให้แชร์กับผู้ชม “วล็อก” ของคุณได้ด้วย       
 หวังว่า “ทริก” ดี ๆ จากหัวเว่ย คอนซูมเมอร์ฯ จะทำให้คุณก้าวเข้าสู่การเป็น “วล็อกเกอร์” ได้สมดั่งใจ!!.
 
 
 

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    0%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

ความคิดเห็น

บอกต่อ : 112