อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

ศุกร์ที่ 22 มกราคม 2564

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

ศุกร์ที่ 22 มกราคม 2564

พัฒนาแอพ"เกษตร โก"เครือข่ายดิจิทัลเพื่อเกษตรกรไทย

ดีแทค จับมือ ยารา ใช้เทคโนโลยีดิจิทัลช่วยยกระดับอาชีพเกษตรไทย ด้วยการพัฒนาแพลตฟอร์ม เกษตร โก เครือข่ายดิจิทัลชุมชนเพื่อเกษตรกรแห่งแรกในไทย จันทร์ที่ 30 พฤศจิกายน 2563 เวลา 21.16 น.



เมื่อวันที่  30 พ.ย. นายชารัด เมห์โรทรา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ ดีแทค เปิดเผยว่า  ประเทศไทยมีประชากรกว่า  69  ล้านคน ในจำนวนนี้ประกอบอาชีพเกษตรกรถึง 13  ล้านคนทั่วประเทศทาง ดีแทค จึงร่วมมือกับ ยารา ประเทศไทย เปิดตัว เกษตร โก( Kaset Go ) ซึ่งเป็นแอพพลิเคชั่นบนมือถือ รองรับทั้งแอนดรอยด์และไอโอเอส เพื่อให้เกษตรกรได้ใช้งาน เพื่อยกระดับอาชีพและคุณภาพชีวิต โดยถือเป็นแพลตฟอร์มที่ช่วยเชื่อมต่อเกษตรกร เข้ากับข้อมูลเชิงลึกที่เชื่อถือได้และเรียลไทม์ ที่ตรวจสอบโดยผู้เชี่ยวชาญด้านการเกษตร  สามารถถามคำถามกับผู้เชี่ยวชาญและแบ่งปันความรู้กับเกษตรกรรายอื่น พร้อมมีข้อมูลสำคัญ เช่น ราคาพืชผลประจำวัน ข่าวเกษตร เคล็ดลับเกี่ยวกับพืชหลัก 8 ชนิด ของไทย ได้แก่ ข้าว ข้าวโพดไร่  ผัก  ทุเรียน มังคุด ลำไย ส้ม และมะม่วง รวมทั้งพืชอื่นๆ อีกกว่า 52 ชนิด  โดยได้รับการสนับสนุนเนื้อหาโดยกรมส่งเสริมการเกษตร  มูลนิธิร่วมด้วยช่วยกันสำนึกรักบ้านเกิด และ ยารา ประเทศไทย

 
“ที่ผ่านมาเกษตรกรไทยขาดเทคโนโลยีและความรู้ เข้าไม่ถึงข้อมูล พบปัญหาเพาะปลูก เช่น  โรคระบาด ไม่รู้จะสอบถามหรือแก้ปัญหาอย่างไร ส่งผลให้ได้ผลผลิตต่ำ ซึ่งเนื้อหาในแอพ มีความเหมาะสมกับความต้องการเฉพาะของเกษตรกรในภูมิภาคต่างๆ  รวมถึงเนื้อหาเฉพาะทาง เช่น การให้คำแนะนำเรื่องมาตรฐานและใบรับรองทางการเกษตร การขนส่ง และการตลาด ที่สามารถเข้าไปใช้งานได้ง่ายๆ ผ่านแอพพลิเคชั่น”

 
 
ด้าน นายเมดิ เซนท์-อังเดร์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ยารา (ประเทศไทย) จำกัด และรองประธานกลุ่มธุรกิจประเทศไทย และประเทศเมียนมา ผู้นำผลิตภัณฑ์ธาตุอาหารพืชของโลก กล่าวว่า ตั้งแต่เราได้ให้บริการโซลูชั่นที่ยั่งยืนแก่เกษตรกรไทยมาตลอดเวลา 47 ปี และตั้งแต่ปี 60 ยารา ได้เร่งดำเนินกลยุทธ์ดิจิทัลฟาร์มมิ่ง (Digital Farming) เพื่อเป็นเครื่องมือในการทำการเกษตรที่แม่นยำแก่เกษตรกรทั่วโลก และการร่วมมือกันเพื่อพัฒนาแพลตฟอร์ม เกษตร โก  จะเชื่อมโยงเกษตรกรกับข้อมูลที่เชื่อถือได้ซึ่งตรวจสอบโดยผู้เชี่ยวชาญและชุมชนการเกษตร  และคาดหวังว่าจะกลายเป็นแพลตฟอร์มออนไลน์ที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทยสำหรับเกษตรกรและเป็นจุดเริ่มต้นการเปลี่ยนแปลงทางดิจิทัลในอุตสาหกรรมการเกษตรของประเทศไทย
 
 
นายชารัด กล่าวอีกว่า ตั้งแต่เปิดตัวเดือน ส.ค. ที่ผ่านมามียอดดาวน์โหลดมากกว่า 150,000 ครั้งและมีเกษตรกรลงทะเบียนใช้งานแล้ว 100,000 คน คาดว่าจะเพิ่มเป็น 1 ล้านคนในสิ้นปี 64  และวางแผนพัฒนาเพิ่มข้อมูลพืชอีก 44 รายการ และฟีเจอร์หลักที่สำคัญในการเพาะปลูก เช่น คำเตือนสภาพอากาศ การแจ้งเตือนโรค การเปรียบเทียบราคาตลาด นอกจากนี้ยังมีแผนที่จะขยายไปสู่บริการเสริมอื่น ๆ เช่น อุปกรณ์ฟาร์มเกษตร  การเช่ารถไถ่ การประกันภัย และโปรแกรมทางการเงินด้วย.
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    100%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

ความคิดเห็น

บอกต่อ : 102