อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พฤหัสบดีที่ 28 มกราคม 2564

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พฤหัสบดีที่ 28 มกราคม 2564

'ปริญญ์'ประสานกูรูดิจิทัล เสนอ'บล็อกเชน'ปฏิรูปประเทศ

"นายปริญญ์ พานิชภักดิ์" ประสานเสียงกูรูดิจิทัล เสนอปฏิรูปประเทศด้วยบล็อกเชนเน้นโปร่งใส เพิ่มรายได้ ลดต้นทุน เสาร์ที่ 9 มกราคม 2564 เวลา 14.14 น.


นายปริญญ์ พานิชภักดิ์ รองหัวหน้าพรรคและหัวหน้าทีมเศรษฐกิจทันสมัยพรรคประชาธิปัตย์ ปาฐกถาพิเศษด้านเศรษฐกิจดิจิทัลภายใต้หัวข้อ “ปฏิรูปประเทศไทยด้วยระบบบล็อกเชน!?” ในงาน Blockchain Thailand Genesis Exclusive Edition เปิดโลกสินทรัพย์ดิจิทัลและอุตสาหกรรมบล็อกเชน  ณ สามย่านมิตรทาวน์ฮอลล์ ศูนย์การค้าสามย่านมิตรทาวน์ จัดโดยนายสัญชัย ปอปลี หนึ่งในทีมเศรษฐกิจทันสมัย พรรคประชาธิปัตย์
 
โดยนายปริญญ์ เปิดเผยว่า ระบบบล็อกเชน (Blockchain) เป็นนวัตกรรมทางการเงินยุค 4.0 ที่หลายคนเริ่มรู้จักกันดี เพราะอยู่เบื้องหลังเหรียญดิจิทัลที่กําลังได้รับความนิยมไปทั่วโลกอย่าง บิตคอยน์ (Bitcoin) ซึ่งอาจจะเป็นกระแสการเก็งกำไรเพื่อการลงทุนระยะสั้นในราคาของเหรียญ แต่ระยะยาวผลประโยชน์ที่สำคัญคือบล็อกเชนเป็นระบบบริหารจัดการข้อมูลที่มีความโปร่งใส ไร้ตัวกลาง (Decentralized) และปลอดภัย

เนื่องจากไม่มีใครที่จะสามารถแฮ็คละเมิดข้อมูลในระบบได้ จึงทำให้ไม่เกิดการบิดเบือนข้อมูล ได้ข้อมูลที่เป็นจริงอยู่เสมอ ซึ่งข้อมูลเปรียบเสมือนเหมืองทองในยุค 4.0 แต่ขณะเดียวกันก็เปรียบได้กับน้ำมันดิบ ถ้าทิ้งไว้เฉย ๆ ก็ไม่มีประโยชน์มากนัก แต่ถ้ามีการคัดกรอง และจัดเก็บอย่างมีประสิทธิภาพ ก่อนนำไปใช้งานจริงก็จะมีประสิทธิภาพเชิงบวกหลายด้าน นั่นคือเหตุผลว่าทำไมระบบบล็อกเชนจึงสำคัญมากสำหรับยุคนี้



ปัจจุบัน หลายประเทศ เช่น สวิตเซอร์แลนด์ แคนาดา เม็กซิโก จีน ฯลฯ ได้นำระบบบล็อกเชนมาปรับใช้กับการทำงานของรัฐบาล เพื่อปฏิรูประบบราชการ พัฒนาให้บริการสาธารณะมีความคล่องตัว สะดวก และรวดเร็วมากยิ่งขึ้น ด้วยการลดขั้นตอนในการติดต่อทั้งระหว่างหน่วยงานราชการกับประชาชนและหน่วยงานราชการกับภาคเอกชน โดยใช้ระบบอัตโนมัติในการทำบัตรประชาชน ต่ออายุใบขับขี่ หรือการทำสัญญาที่ต้องยืนยันตัวบุคคล ช่วยสร้างความไว้วางใจให้ประชาชนโปร่งใส ตรวจสอบได้ และลดการทุจริตคอรัปชั่น
 
สำหรับประเทศไทยนั้น หัวใจหลักในการปฏิรูปประเทศ ควรเริ่มต้นจากภาคส่วนที่มีส่วนได้ส่วนเสียมากที่สุด นั่นคือ “งบประมาณของภาครัฐ” เพราะประชาชนต้องการเห็นการขับเคลื่อนประเทศที่ใช้งบประมาณอย่างมีประสิทธิภาพและตรวจสอบได้ ดังนั้นรัฐบาลต้องทำให้เห็นอย่างเป็นรูปธรรมว่าความโปร่งใสในการบริหารจัดการสามารถเกิดขึ้นได้ ถ้านำเทคโนโลยีทันสมัยมาใช้อย่างจริงจัง เช่น นำระบบบล็อกเชนมาใช้กับการประมูลจัดซื้อจัดจ้าง เพื่อให้ได้ข้อมูลที่ตรงไปตรงมาและยุติธรรมกับทุกฝ่าย
 
ส่วนการปรับแก้กฎหมายด้านสินทรัพย์ดิจิทัล เพื่อให้วิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs) เข้าถึงแหล่งเงินทุนที่ถูกและเป็นธรรม อันเป็นหัวใจหลักที่จะช่วยปลดล็อกช่วยผู้ประกอบการยุคใหม่ให้สามารถเติบโตและอยู่รอดต่อไปได้ จะช่วยให้สตาร์ทอัพและ SMEs สามารถระดมทุนผ่านระบบบล๊อกเชนได้คล่องตัวมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการขอสินเชื่อผ่านแพลตฟอร์ม P2P (Peer-to-Peer lending) หรือการระดมทุนผ่าน ICOs และ STOs (Security Token Offerings) โดยที่กฎเกณฑ์ทางภาษีไม่ควรสร้างภาระเพิ่มให้กับผู้ประกอบการรายเล็ก



การยืนยันตัวตนของประชาชนและการถือครองสิทธิใบโฉนดที่ดินสามารถทำได้ผ่านระบบบล็อกเชน เพื่อลดการใช้แรงงานของภาครัฐที่มีจำกัดและเพิ่มความแม่นยำรวดเร็วในการอำนวยความสะดวกในการบริการของรัฐให้กับประชาชน การใช้บล็อกเชนมาช่วยกำจัดข่าวปลอม (Fake news) เพื่อลดความตื่นตระหนกในสังคมและสร้างความน่าเชื่อถือให้แก่ข่าวสารรวมทั้งใช้นำมาช่วยเพิ่มรายได้ให้ภาคส่วนต่าง ๆ อย่างที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์และกระทรวงพาณิชย์กำลังดำเนินนโยบาย “เกษตรผลิต พาณิชย์ตลาด” ร่วมกันอยู่ขณะนี้

โดยจ้างสตาร์ทอัพด้านปัญญาประดิษฐ์ Ai และบล็อกเชนเข้ามาช่วยเก็บข้อมูลเกี่ยวกับสินค้าที่ตลาดโลกต้องการซื้อ แล้วนำข้อมูลเหล่านั้นส่งต่อสู่เครือข่ายต่าง ๆ ของกระทรวงพาณิชย์และกระทรวงเกษตรฯ ในระดับท้องถิ่นเพื่อช่วยให้เกษตรกรผลิตสินค้าได้ตรงตามความต้องการของตลาด
 
ระบบบล๊อกเชน TraceThai.com ของกระทรวงพาณิชย์เริ่มทดลองผ่านกะบะทรายในจังหวัดนครปฐมและสุรินทร์เพื่อตรวจสอบย้อนหลังคุณภาพสินค้าเกษตรอินทรีย์และแหล่งเพาะปลูกเพื่อเพิ่มมูลค่าสินค้าเกษตรในระยะยาว
 
“ประเทศไทยจะปราศจากคอรัปชั่นได้ ถ้านำระบบบล็อกเชนมาใช้อย่างจริงจังและถูกต้อง ซึ่งเชื่อว่าภาครัฐเข้าใจระบบนี้ดี แต่อุปสรรคสำคัญที่ยังทำให้เราไปได้ช้าคือการที่ยังขาดความเชื่อมั่นในระบบเทคโนโลยีทันสมัย เพราะคิดว่าสิ่งเหล่านี้ยังทำงานแทนคนไม่ได้ ดังนั้นสิ่งที่ต้องรีบแก้ไขในวันนี้ คือการเปิดใจเพื่อเปิดโอกาสให้ประเทศไทยได้ปฏิรูป เพราะการปฏิรูปเกิดจากคนเป็นสำคัญ ประชาชนต้องพร้อมที่จะเปิดใจรับสิ่งใหม่ ๆ ส่วนรัฐบาลเองก็ต้องเปิดโอกาสให้คนเก่งจากภาคเอกชนได้เข้ามาทำงาน แล้วปรับเปลี่ยนตัวเองไปเป็นผู้สนับสนุน เพื่อช่วยกันทำให้อนาคตของประเทศดีขึ้น” นายปริญญ์กล่าวสรุป

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    100%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

ความคิดเห็น