อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

เสาร์ที่ 27 กุมภาพันธ์ 2564

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

เสาร์ที่ 27 กุมภาพันธ์ 2564

เอสซีจีอัดงบปี 64 ลงทุน 75,000 ล้านบาท

เอสซีจี เน้นต่อยอดโครงการเดิม–ปิโตรฯเวียดนาม–นวัตกรรม–การแพทย์ ตั้งเป้าลงทุน 75,000 ล้านบาท รับโควิดกระแทกธุรกิจก่อสร้างหนัก รอฟื้นตัวครึ่งปีหลัง พฤหัสบดีที่ 28 มกราคม 2564 เวลา 15.06 น.


นายรุ่งโรจน์ รังสิโยภาส กรรมการผู้จัดการใหญ่ บมจ.ปูนซิเมนต์ไทย หรือเอสซีจี เปิดเผยว่า  ปี 64 ได้ตั้งงบลงทุนปีนี้ที่  65,000-75,000 ล้านบาท  เทียบจากปี 63 มีแผนใช้งบลงทุนระดับ 60,000 ล้านบาท แต่ใช้จริงอยู่ที่ 58,000 ล้านบาท ใกล้เคียงกับแผนที่ตั้งไว้ และได้ตั้งเป้ายอดขายเพิ่มขึ้น 5-10% เทียบจากปีก่อน โดยใช้เงินลงทุนโครงการต่อเนื่องที่ได้ดำเนินการอยู่แล้วและอื่นๆ  เน้นลงทุนใช้ในโครงการปิโตรเคมีครบวงจร ที่เวียดนามกว่า 50%  ซึ่งความคืบหน้าไปแล้ว 70% คาดว่า ภายในใน 2 ปีข้างหน้า จะผลิตเชิงพาณิชย์ได้ โครงการลงทุนในธุรกิจแพ็กเกจจิ้งและธุรกิจวัสดุก่อสร้างและซีเมนต์  
 
สำหรับการแพร่ระบาดของโควิด-19 ระลอกใหม่ ยอมรับว่า มีผลกระทบต่อการอุปโภคและบริโภค ขณะที่บางธุรกิจยังไม่รับผลกระทบต่อเนื่อง เช่น การท่องเที่ยวที่เดิมกำลังจะฟื้นตัวพอเจอโควิด-19 ระลอกใหม่ ทำให้ธุรกิจเงียบลง ส่งผลให้ความเชื่อมั่นของภาคธุรกิจยังลดลง ดังนั้นภาครัฐและภาคธุรกิจ ควรร่วมมือกันประคับประคองให้ธุรกิจผ่านพ้นสถานการณ์ในช่วงนี้ไปได้  โดยผลกระทบจากโควิด-19 ต่อภาคอุตสาหกรรมก่อสร้างนั้น ในส่วนโครงการใหม่ๆ ของภาคเอกชน ชะลอตัวชัดเจนตั้งแต่ช่วงไตรมาส 3-4 ปีที่ผ่านมาจนถึงปัจจุบัน และน่าจะชะลอตัวต่อเนื่องจากผลกระทบโควิด-19 ระลอกใหม่ ฉะนั้น ในส่วนของการลงทุนภาคเอกชนที่เกี่ยวข้องกับบ้านอยู่อาศัยและอาคารพาณิชย์ ยังต้องรอความเชื่อมั่นและหวังว่าจะเห็นการกลับมาฟื้นตัวได้ในช่วงครึ่งปีหลัง

"ธุรกิจแพ็กเกจจิ้งได้มีการขยายการลงทุนเพิ่ม ส่วนธุรกิจซีเมนต์และวัสดุก่อสร้าง ยังคงได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดโควิด-19 ระลอกใหม่ คาดว่าจะฟื้นตัวดีในช่วงครึ่งหลังปีนี้จากสถานการณ์โควิด-19 คลี่คลาย และธุรกิจเคมิคอลส์ได้ต่อยอดธุรกิจปลายน้ำและกลุ่มธุรกิจใหม่เพื่อเพิ่มความแตกต่างด้านผลิตภัณฑ์ และความยืดหยุ่นให้กับธุรกิจ เช่น เร่งพัฒนาโซลูชันด้านเศรษฐกิจหมุนเวียน ทั้งการผลิตเม็ดพลาสติกจากขยะชุมชน และโรงงานสาธิตกระบวนการรีไซเคิลทางเคมี ที่ได้ร่วมกับสตาร์ทอัพ มีกำลังผลิต 4,000 ตัน/ปี โดยใช้เทคโนโลยีเปลี่ยนพลาสติกใช้แล้วเป็นวัตถุดิบตั้งต้นสำหรับโรงงานปิโตรเคมี รวมทั้งจะลงทุนใหม่ๆ ที่เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยีนำเข้ามาเสริมและพัฒนาธุรกิจ เช่น เทคโนโลยีดิจิทัล นวัตกรรม  เรื่องความยั่งยืนและเศรษฐกิจหมุนเวียน จะส่งเสริมกลุ่มบ้านอยู่อาศัย และอุปกรณ์ทางการแพทย์”
 
ส่วนผลการดำเนินงาน ปี 63 นั้น บริษัทมีรายได้จากการขาย 399,939 ล้านบาท ลดลง 9% จากปีก่อน จากราคาและปริมาณขายของสินค้าเคมีภัณฑ์ลดลง และมีกำไรสำหรับปี 34,144 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 7% จากปีก่อน เป็นผลการดำเนินงานที่ดีขึ้นในทุกธุรกิจ และจ่ายเงินปันผลประจำปี 63 ในอัตราหุ้นละ 14 บาท รวมเป็นเงินประมาณ 16,800 ล้านบาท แบ่งเป็นจ่ายปันผลระหว่างกาลงวดครึ่งปีแรกไปแล้วในอัตราหุ้นละ 5.5 บาท และจะจ่ายเงินปันผลงวดสุดท้ายอีกหุ้นละ 8.5 บาท

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    0%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

ความคิดเห็น